สภาผู้ปกครองบุคคลที่มีความแตกต่างในโครงสร้างระบบการทำงานของสมอง

กลุ่ม PDDs

(ออทิสติก/แอสเพอร์เกอร์/PDD-NOS/เรทท์ ซินโดรม/CDD)

องค์ความรู้ด้านวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญสาขาที่เกี่ยวข้อง

บทความจาก อ.ลินดา ปั้นทอง นักฝึกพูดบำบัด คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ / การสอนภาษาในเด็กออทิสติก

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การสอนภาษาในเด็กออทิสติก 

การสอนภาษาในเด็กออทิสติก มุ่งใน 2 หัวข้อ คือ

1กระตุ้นเรื่องการฟังเข้าใจภาษา

2. การกระตุ้นเรื่องการพูด

การฝึกด้านการฟังเข้าใจภาษา

1. สอนให้เด็กทำตามคำสั่งง่าย ๆ เช่น ปรบมือ บ๊ายบาย สวัสดี ขอบคุณ

2. สอนให้ชี้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ตา หู ปาก

3. สอนให้รู้จักบุคคลต่าง ๆ ในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง

4. สอนให้รู้จักเครื่องใช้ต่าง ๆ เช่น จาน ช้อน แก้ว

5. สอนให้รู้จักชื่อสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมา แมว ไก่

6. สอนให้รู้จักอาหารต่าง ๆ เช่น นม ไข่ น้ำ

7. ฝึกการทำงานง่าย ๆ  เช่น เช็ดโต๊ะ ตักข้าว เอาขยะไปทิ้ง

วิธีฝึกด้านการฟังเข้าใจภาษา

            ผู้ฝึกคำถาม หู อยู่ไหนหรือ ไหน หูในขั้นแรก เด็กยังฟังไม่เข้าใจเริ่มจาก

1. จับมือชี้

2. ให้ทำเลียนแบบ

3. ทำเองได้ตามคำสั่ง

การฝึกสิ่งเหล่านี้พยายามให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ในการเรียนรู้ จะช่วยให้เด็กเรียนรู้สิต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

รูป………   ® มอง

รส…………® ชิม

กลิ่น………® ดม

เสียง………® ฟัง

สัมผัส…….® จับ,ลูบคลำ

การฝึกด้านการออกเสียง

1.ฝึกการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ใช้ในการพูด

            ฝึกการเคลื่อนไหวปาก ……… ® อ้าปาก, ห่อปาก, ยิงฟัน

            ฝึกการเคลื่อนไหวลิ้น …………® แลบลิ้น, กระเดาะลิ้น, ดูดลิ้น

            ฝึกเป่าลม………………………..® เป่าฟองสบู่, เป่ากังหัน

2. การฝึกออกเสียงสระ

            อ้าปาก………….® ออกเสียงสระอา

            ยิงฟัน ………….® ออกเสียงสระอี

            ห่อปาก ………  ® ออกเสียงสระอู

3.  การฝึกออกเสียงพยัญชนะและสระ

3.1 ฝึกออกเสียงในคำระดับ 1 พยางค์ก่อน เสียงพยัญชนะที่นำมาฝึกครั้งแรก ควรเป็นเสียงพยัญชนะที่เด็กสามารถออกเสียงได้ง่าย เช่น / / , / /

/ / ………….® หม่ำ ๆ ,มา ๆ, แม่ ,หมา

                / / ………….® ปา ๆ , ปะ , ไป , ปา, ปู

3.2 ฝึกออกเสียงพยัญชนะ  สระ และตัวสะกด ในคำ 1 พยางค์ เช่น มีด, เป็ด, เปิด, ปิด,ปาก

3.3 ฝึกออกเสียงในคำระดับ 2 พยางค์ เช่น สิงโต, จมูก, เอาครับ

3.4 ฝึกออกเสียงในระดับวลี และประโยคตามลำดับ

3.5 ฝึกออกเสียงในระดับสนทนาโต้ตอบ จนกระทั่งเด็กสามารถพูดสื่อความหมายกับบุคคล
ต่าง ๆ ในสังคมได้ เช่นเดียวกับเด็กปกติ

ปัญหาที่พบ

1. เด็กอาจออกเสียงได้ไม่ชัดเจน เช่น

       ครับ ออกเสียงเป็น คะ

       เอา ออกเสียงเป็น อา

2. ในการฝึกการออกเสียงคำ 2 - 3 พยางค์ เด็กอาจออกเสียงแต่คำพยางค์ท้าย เช่น

                        จมูก ออกเสียงเป็น หมูก

                        เครื่องบิน ออกเสียงเป็น บิน

                        ขนม  ออกเสียงเป็น หนม

                        นาฬิกา ออกเสียงเป็น กา

3. เด็กอาจใช้ภาษาไม่ถูกต้อง เช่น

       เอา แทนคำว่า อุ้ม

       รถขึ้น แทนคำว่า ขึ้นรถ

       จานเก็บ แทนคำว่า เก็บจาน

4. เด็กอาจพูดเลียนแบบ เช่น

       ครู ถามว่า เอาไหมเด็กตอบว่า เอาไหม

5. คำที่เคยสอนไปแล้ว และเด็กเคยพูดได้ แต่ต่อมาลืม

       วิธีการสอน

       1.การจัดสภาพแวดล้อมในการฝึก

-       เลือกห้องที่เงียบ ไม่มีคนเดินผ่านพลุกพล่าน

-        มีการตกแต่งน้อย อุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก

2.การควบคุมพฤติกรรม

2.1 เด็กที่ไม่อยู่นิ่ง

-       จับเด็กเข้ามุม เลือกกิจกรรมที่เด็กสนใจ

-       จับเด็กนั่งตัก

2.2 เด็กที่มีสมาธิต่ำ ช่วงความสนใจสั้น ให้เลือกกิจกรรมที่จะให้เด็กทำได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ ควรเปลี่ยนกิจกรรมบ่อย ๆ

2.3 เด็กนั่งจ้องในอากาศ หรือทำตาเลื่อนลอย ใช้เสียงเป็นตัวกระตุ้น เช่น จุ๊ปาก เคาะ โต๊ะ ตบมือ กระซิบริมหู

2.4 เด็กไม่จ้องมองดูในสิ่งที่ต้องการ ใช้เสียงเป็นตัวกระตุ้นก่อน หากยังไม่มองจับศีรษะเด็กให้หันมามองในสิ่งนั้น

2.5 เด็กครุ่นคิดอยู่ในภวังค์ กระตุ้นโดย จับมือเด็กเคาะกับวัตถุ หรือจับมือเล่นของเล่นที่มีเสียง

2.6 เด็กวอกแวกง่าย ให้ฝึกให้ห้องเงียบ ไม่มีคนเดินผ่าน ไปมาและมีของตกแต่งน้อย

การเลือกคำที่จะนำมาสอน

1. ชนิดของคำ สอนจากง่ายไปยาก โดยเลือกสอนตามลำดับ ดังนี้ คำนาม คำกริยา คำวิเศษณ์ คำสรรพนาม คำบุรพบท และคำสันธาน

2. เลือกคำที่ใช้บ่อยในภาษา

3. เลือกคำที่พบได้ง่ายในสภาพแวดล้อม

4. เป็นคำสั้น ๆ ออกเสียงได้ง่าย

5. เป็นคำที่เด็กสนใจ และ ชอบ

6. คำบางคำ อาจสอนให้เด็กพูดชื่อคำ ๆ นั้นเลย หรืออาจนำสิ่งอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งนั้น มาประกอบในการสอนด้วย เช่น

       หมา ………  ® เห่าโฮ้ง ๆ

       แมว ………  ® ร้อง เหมียว ๆ

       เป็ด …………® ร้อง ก๊าบ ๆ

       รถไฟ …….. ® ปุ๊น ๆ

       โทรศัพท์……® กริ๊ง ๆ         

เทคนิคในการเสริมภาษาแก่เด็ก

       1.  การมองสบตา

-       จัดตำแหน่งให้ระดับใบหน้าของผู้ฝึกและเด็ก อยู่ในระดับเดียวกัน

-       ใช้สิ่งที่เด็กสนใจเป็นตัวดึงดูด

-       ออกเสียงเมื่อเด็กมอง

2. การสัมผัสตัวเด็ก เช่น

-       จับมือทำสิ่งต่าง ๆ

-       การโอบกอด การอุ้ม

3. การพูดบรรยายกิจกรรมที่ทำร่วมกับเด็ก

4. การให้โอกาสเด็กในการพูดโต้ตอบ

5. ใช้สิ่งของที่เด็กชอบหรือสนใจเป็นตัวดึงดูดให้เด็กตอบสนองในสิ่งที่เราต้องการ เช่น -    เด็กชอบเขียนรูปภาพ ใช้รูปภาพเป็นตัวกระตุ้น

-        เด็กชอบสัตว์ ใช้รูปสัตว์เป็นตัวกระตุ้น

-        เด็กชอบดนตรี  ใช้การร้องเพลง เครื่องดนตรีเป็นตัวกระตุ้น

6. ให้รางวัลหรือพูดชมเชย เมื่อเด็กทำสิ่งที่กำหนดให้

7. ลดเป้าหมายให้ง่ายขึ้น หากเด็กไม่สามารถทำตามจุดประสงค์ที่ตั้งไว้ได้

8. ไม่ควรฝึกในขณะเด็กยังไม่พร้อม เช่น ไม่สบาย หงุดหงิด ควรฝึกขณะที่เด็กมีสุขภาพร่างกาย แข็งแรง อารมณ์ดี

9. ต้องไม่ท้อถอย เมื่อฝึกฝนเด็กพูดได้ในระดับหนึ่งแล้ว ต่อมาเด็กกลับพูดไม่ได้

10. ต่าง ๆ ทั้งในและนอกบ้าน หากเป็นสิ่งที่ไม่มีอันตราย อาจให้โอกาสเด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง และผู้ฝึกเป็นผู้เพิ่มทักษะที่เด็กขาดไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Zero To Hero