99/9 แววมณี ถนนอนามัย ตำบลในเมือง

อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น 40000

30 กรกฎาคม 2553

เรื่อง   ขอความอนุเคราะห์ ให้เครือผู้ปกครองบุคคลออทิสติก จำนวน ๒-๕ คนเข้าพบเพื่อ นำเสนอ ติดตามความคืบหน้าในกิจการออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น  เพื่อขอความอนุเคราะห์ ๒ เรื่อง

๑/การก่อตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลที่บกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น ในแท่ง ส.ก.อ.

๒/ความเป็นธรรมเรื่องการใช้เงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

เรียน ฯพณฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ

ตามที่ทาง ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้ความกรุณาเป็นอย่างยิ่งต่อกลุ่มบุคคลออทิสติก กลุ่มบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และกลุ่มบุคคลสมาธิสั้น โดยได้มีบัญชาให้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น ซึ่งขณะนี้กระบวนการนั้น ได้เข้าไปสู่การดำเนินการของข้าราชการประจำ คือ คณะกรรมการดูแลเงินนอกงบประมาณ-คณะกรรมการกลั่นกรองการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน (?ไม่แน่ใจชื่อ-ทราบเพียงว่ามี)การประชุมไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2553 มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน และเรื่องการจัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติกฯ เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการชุดนี้ด้วย และทราบจากเจ้าหน้าที่ของกรมบัญชีกลางซึ่งเป็นเลขาฯของกรรมการชุดนี้ว่า กรรมการมีมติไม่ผ่าน ด้วยเหตุผลเดิมๆ กรอบเดิมๆ ของวิธีการดูแลกองทุนทั่วๆ ไป และข้ออ้างว่าจะไปซ้ำซ้อนกับกองทุนคนพิการที่รวมความพิการทุกประเภทที่มีอยู่แล้ว ที่ทาง เครือข่ายบุคคลออทิสติกซีกที่รวมบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และบุคคลสมาธิสั้น ได้ชี้แจงมาหลายครั้งแล้วว่า เข้าไม่ถึงงบประมาณ ของ กองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการ ดังกล่าว เพราะ ก็เช่นกันที่มีกรอบการใช้งบประมาณวางอยู่บนฐานของความพิการทางร่างกายมากกว่าฐานของบุคคลที่มีความบกพร่องของโครงสร้างการทำงานของสมองอย่างบุคคลออทิสติก บุคคลแอลดีและบุคคลสมาธิสั้น จึงขอความอนุเคราะห์ให้ทาง ฯพณฯ นายกฯ ซึ่งให้ความอนุเคราะห์ในเรื่องนี้มาแต่ต้นให้ความอนุเคราะห์ต่อไปให้การจัดตั้งกองทุนนี้สำเร็จในรัฐบาลชุดนี้ โดยต้องเป็นพิจารณานอกกรอบข้าราชการประจำและต้องเป็นการพิจารณาจากกรอบนโยบายของรัฐบาลที่จะให้การสนับสนุนดูแลที่ตรงกับความต้องการจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย (เพราะกรอบทั้งหลายที่วางไว้ ๆ โดยไม่มีประชากรทั้งสามกลุ่มนี้เป็นฐานข้อมูลอยู่ด้วย เช่น กรอบพิจารณาการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียน-เป็นต้น) ......นี่เป็นเรื่องที่ ๑

เรื่องที่สองคือ เรื่องการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ของ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ(พก) ที่มี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในส่วนที่เกี่ยวกับเงินงบประมาณของจังหวัดรายหัวๆละห้าสิบสตางค์(กำลังจะขึ้นเป็น ๑ บาท?) มีการวางกติกาที่ไม่เป็นธรรมต่อจังหวัดหลายกติกา เช่น ให้อนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดแค่เห็นชอบ แล้วต้องส่งโครงการไปส่วนกลางพิจารณาอนุมัติ ซึ่งที่ผ่านมาส่วนกลางมีการตั้งกติกายิบย่อยและให้ส่งกลับมาแก้หลายครั้งจนจังหวัดใช้งบประมาณไม่ทันและไม่หมด และโครงการดำเนินการไม่ทันในปีงบประมาณนั้นๆ โดยกองทุนมีกติกาเอาเงินรายปีที่จังหวัดใช้ไม่ทันเข้าไปสมทบเป็นกองกลางที่คณะกรรมการกองทุนและหรือคณะทำงาน? จะพิจารณาใช้กันเอง โดยจังหวัดได้เท่าเดิม แทนที่จะสมทบให้เป็นของจังหวัดในปีต่อๆไป เป็นต้น จึงต้องการให้มีการแก้ไขกติกาให้เป็นประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วยต่อเจ้าของพื้นที่เจ้าของงบประมาณ เช่น ให้จังหวัดเปิดบัญชี "กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัด" และให้กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ส่งเงินในส่วนของจังหวัดเข้าสมทบบัญชีสะสมทุกปี ไม่ตั้งกติกาเอาไปใช้กันเองแต่ที่ส่วนกลางอย่างที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้ นอกจากนี้ยังรายละเอียดอีกหลายประการ ที่การบริหารกองทุนนี้ไม่เอื้อต่อการทำงานของคนพิการในพื้นที่ จนแทบจะกล่าวได้ว่า มี มาเฟียในแวดวงคนพิการ.....นี่เป็นเรื่องที่ ๒

จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้เข้าพบ ฯพณฯ นายกฯ อีกสักครั้งเพื่อหารือและเดินหน้าต่อในเรื่องดังแจ้ง โดยเร่งด่วนก่อนที่การเมืองจะพลิกผันไปอีก

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ให้เข้าพบตามที่ร้องขอ

            ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

นางจีรพันธุ์ ตันมณี

ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก

ผู้ประสานเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก [โทร.๐๙๗๑๑๔๗๒๗/๐๔๓-๓๒๘๑๔๑]

http://www.autisticthailand.com

 ป.ล.

๑/เรื่องกองทุนการเพื่อบุคคลออทิสติกฯ นี้ ในสมัยรัฐฐาลทักษิณ ๒ ได้ผ่านด่านข้าราชการประจำมาทุกด่าน มาติดด่านสูงสุดทางการเมืองคือ หัวหน้ารัฐบาล(คุณลุงออทิสติก) มาในสมัยรัฐบาลของท่าน(คุณพ่อออทิสติก) ผ่านด่านการเมืองสูงสุด คือตัว ฯพณฯ นายกฯ แต่มาตกม้าตาย(ได้อย่างไร?)ที่ด่านข้าราชการประจำ (คณะกรรมการที่ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน กรมบัญชีกลางเป็นเลขานุการ?    กรรมการทั้งหลายก็คงจะมีข้าราชการประจำเป็นส่วนข้างมาก?)  ..... ทางภาคประชาชนทราบดีว่า ถ้าโดยกรอบข้าราชการประจำ-ปิดประตูตายไปเลยเพราะพวกนี้ติดกรอบคอนกรีต จึงต้องเป็นกรอบนโยบาย-จึงติดต่อเรื่องนี้กับฝ่ายการเมืองมาตลอด? หากการเมืองแก้ไม่ได้ นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? เรื่องของประชากรกลุ่มนี้เป็นเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีกรอบใดๆรองรับได้......โดยเฉพาะพวกออทิสติกรากหญ้าศักยภาพต่ำ

๒/ในการเข้าพบหากมีกรมบัญชีกลาง/ปลัดกระทรวงคลังและท่านกร-รัฐมนตรีฯคลังฯ อนุเคราะห์ ร่วมอยู่กับ ฯพณฯ ท่านนายกฯ ด้วย จะเป็นการให้ความอนุเคราะห์อย่างมากต่อประชากรทั้งสามกลุ่มของประเทศนี้

สยามานุสติ