16 มีนาคม 2552

อีเมล์ผ่าน_http://www.democrat.or.th/contact.htm
จากเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติกถึงหัวหน้ารัฐบาลชุดคุณอภิสิทธิ์ ๑ บับที่ ๒

[นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย)-๐๘๑ ๘๐๖๒๖๗๑/นาง นภ้ทร พุกนะสูตร ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น ๐๘๗๐๕๔๘๘๕๕/ นางประภา อภิพัฒนา ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (บุคคลแอลดี)-๐๘๑๔๔๑๙๘๗๐/ นาง จีรพันธุ์ ตันมณี ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองฯ (0897114727)]

http://www.autisticthailand.com / tanmai@hotmail.com

ทางเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก.....ใคร่ขอส่งประเด็นข้อเรียกร้อง (ตามแผนที่ชีวิตบุคคลออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น)ต่อรัฐบาล ชุดคุณอภิสิทธิ์ ๑ เนื่องในโอกาสที่ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ ได้รับการอนุเคราะห์ให้เข้าพบในวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒  จากการให้ความอนุเคราพ์ประสานงานของ ท่าน สส. รัชฎาภรณ์ แก้วสนืท

ดังนี้

๑.กองทุนการศึกษาที่เฉพาะเจาะจง ตาม "โครงการจัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และบุคคลสมาธิสั้น"  [โดยเริ่มต้นที่ ๒๐๐ ล้าน ....อย่างเร่งด่วนภายในปีงบประมาณ ๒๕๕๒ นี้ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของ "สถาบันวิจัยและพัฒนาศักภาพและคุณภาพชีวิตแบบครบวงจร สำหรับบุคคลที่มีโครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไปจากคนปกติ ( บุคคลแอลดี บุคคลที่มีการเรียนรู้บกพร่องและบุคคลสมาธิสั้น)"] โดยการกำกับดูแลของ สกอ. ที่เครือข่ายผู้ปกครองฯ-ภาคประชาชนมีส่วนร่วม

๒. ห้องเรียนสองรูปแบบ

๒.๑  ห้องเรียนคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน [ในอัตราส่วนผู้เรียนหนึ่งถึงสามคนต่อบุคลากรครูผู้สอนสองคนต่อหนึ่งห้องเรียนคู่ขนานฯ] (ห้องเรียนรูปแบบนี้สำหรับผู้เรียนออทิสติกศักยภาพต่ำและออทิสติกศักยภาพสูงที่ยังใช้หลักสูตรผู้เรียนปกติไม่ได้)

๒.๒ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน [ในอัตราส่วนผู้เรียนสี่ถึงเจ็ดคนต่อบุคลากรครูผู้สอนสองคน]

โดยให้มีการวางระเบียบวิธีปฏิบัติ กระบวนการบริหารจัดการและวีการงบประมาณ ตลอดจนการกำหนดอัตราตำแหน่ง "บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก" และ "บุคลากรครูการศึกษาพิเศษ" เป็นครูประจำชั้นห้องเรียนทั้งสองรูปแบบดังกล่าวตามลำดับ ไว้ในสาระบบของ กพ. และ กค. โดยมีระเบียบวีธีการของ กพ. กค. และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องรองรับ ภาระงานและความก้าวหน้าบุคลากรดังกล่าวนี้ ทั้งนี้โดยให้ทางกระทรวงศึกษาฯ ตั้งอนุกรรมการที่มีบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเครือข่ายผู้ปกครอง-ภาคประชาชน เข้าร่วมในคณะอนุกรรมการฯ เพื่อการนี้ด้วย ให้แล้วเสร็จภายในปี งบประมาณ ๒๕๕๒-๒๕๕๓

๓. ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกประจำจังหวัด ในสังกัด อบจ. และ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ในสังกัดของเทศบาลและ อบต. (หรือองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น)ที่ให้บริการดูแลตลอด ๒๕ ชม. ๓๖๕ วัน (กระทรวงมหาดไทย (มท.)) ภายใต้การกำกับดูแลและการประกันคุณภาพของ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

โดยมีการกำหนดกรอบบุคลากรและกรอบงบประมาณที่เฉพาะเจาะจง มีระเบียบวีปฎิบัติทั้งระเบียบวิธีการงบประมาณปกติ งบประมาณฉุกเฉิน และอัตรากำลังในสาระบบของทุกกระททรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง ทำนองเดียวกับห้องเรียนทั้งสองรูปแบบ ในข้อ ๒

๔. เกี่ยวกับ สสส. ให้มีตัวแทนของเครือข่ายผู้ปกครองฯ เป็นกรรมการหรืออนุกรรมการที่จะดูแลกำกับการใช้เงินของกองทุน สสส. แยกออกมาเป็นเอกเทศต่างหาก ที่จะสามารถให้เครือจ่ายกำหนดกฎกติกาการใช้เงินของ สสส. ในส่วนของตนเองได้อย่างสนองความต้องการจำเป็นของกลุ่ม เนื่องเพราะ....

"สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 อยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ทำหน้าที่ จุดประกาย กระตุ้น สนับสนุน ประสานความร่วมมือเพื่อ ให้คนไทยริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพ โดยไม่จำกัดกรอบวิธีการ และยินดีเปิดรับแนวทาง ปฏิบัติการใหม่ๆ ที่เป็น ความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่การขยายค่านิยมและการสร้างพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและกว้างขวาง นับเป็นองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมติของสมัชชาสุขภาพโลก ด้านการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (World Health Assembly Resolution 12.8 : Health Promotion and Health Life-Style)"

และยังมี แผนงานสร้างเสริมสุขภาพคนพิการในสังคมไทย ซึ่งดูแลโดยผู้ที่ไม่ใช่บุคลากรจาก องค์กรของ "คนพิการ" หรือ "ผู้ที่มีโครงสร้างการทำงานของสมองแตกต่างออกไปจากคนปกติ" ทำให้เงื่อนไขและกติกาการใช้เงินกองทุนฯ สสส. ไม่สนองความต้องการจำเป็นของกลุ่มเป้าหมาย

หมายถึงเครือข่ายขอแผนหนึ่งดูแลกันเอง

๕. ขอให้รัฐบาลสนับสนุนโครงการก่อตั้ง "สถาบันวิจัยฯ" ของมหาวิทบาลัยขอนแก่น โดยงบกลางและงบประมาณปกติของรัฐบาล ซึ่งเฉพาะหน้านี้ ยี่โครงการเร่งด่วน (ที่ตกค้างมาแต่รัฐบาลทักษิณ ๒)  คือ

๕.๑ โครงการนำร่องก่อตั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนาการฝึกอาชีพเพื่อการอาชีวะบำบัด ของ ศูนย์วิจัยฯออฯ มช. โครงการนี้จะใช้งบประมาณเริ่มต้น ปีละ ประมาณ ๒ ล้านบาท เป็นเวลาติดต่อกันประมาณ ๕ ปี ก็น่าจะสามารถวางระบบจนเข้างบประมาณปกติได้

๕.๒ โครงการผลิตดุษฎีบัณฑิตสาขาศึกษาศาสตร์ การศึกษาพิเศษเอกออทิสติก จากผู้จบปริญญาตีที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับบุคคลออทิสติกอยู่แล้ว จำนวน ๑๕ อัตรา และจากผู้ขบปริญาโท ที่ปฏิบัติงานกับบุคคลออทิสติกอยู่แล้ว จำนวน ๑๕ อัตรา รวมเป็น ๓๐ อัตรา

๕.๓ โครงการผลิตมหาบัณทิต สาขาศึกษาศาตร์ เอกการศึกษาพิเศา (ออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น)จำนวน ๓๐ อัตรา จาก ผ็ขบปริญญาตรีที่ทำงานเกี่ยวกับบุคคลออทิสติกอยู่แล้ว

.๔ โครงการศึกษาดูงานที่มหาวิทยาลัย UCLA และ สภาบัน EDEN  """USA

 

main menu /What's new-update