จากประธานกองทุนฯ........

ฉบับที่ 9/ มกราคม 2546

ความพยายามของเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติก ที่จะผลักดันให้การแก้ปัญหาออทิสติกขึ้นมาสู่การเวทีการแก้ปัญหาระดับชาติ เพื่อให้มีการจัดวางโครงสร้าง และ กลไก  ทางการศึกษา   อย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับออทิสติก เกิดขึ้นอีกเป็น ครั้งที่ 2

ครั้งแรก     คือ   ความพยายามจะจัดตั้ง  คณะอนุกรรมการออทิสติก ใน คณะกรรมการปฎิรูปการศึกษาเพื่อคนพิการฯ ตั้งขึ้นมาได้แล้วแต่ถูกเตะถ่วงโดยซีกของข้าราชการประจำ และผู้ปกครองที่ไม่เห็นด้วย ให้คณะอนุกรรมการออทิสติกต้องสลายไปโดยไม่ทันได้ทำงาน จนการจัดวาง โครงสร้างกลไกทางด้านการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติก ต้องล่าช้ามาจนบัดนี้ และจนจวนเจียนจะหมดอายุของรัฐบาลชุดนี้

เนื่องด้วยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยในครั้งนั้น อาจเพราะตนเองไม่เดือดร้อน มีที่ลง ที่เรียน ให้ลูกของตนแล้ว? หรือ เห็นว่า  การจัดวางกลไกการช่วยเหลือ  ในโครงสร้างด้านต่างๆ ของ "รัฐ/สังคม" นั้น เป็นเรื่องยาก? เป็นเรื่องหนัก ไม่อยากทำ และ จึงทำแต่อะไรที่ฉาบฉวย อย่างเช่น การเอาเงินรัฐมาจัดอบรมสั่งสอนพ่อแม่เด็กออทิสติกไปวันๆ หรือไปรวมๆ เอาพ่อแม่รุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มาเข้าค่ายสัมมนาแบบเด็กเล่นขายของกัน แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน เป็นต้น ที่ว่าเล่นขายของ ก็เพราะว่า กลับจากการอบรมสัมมนา หรือออกค่ายสัมมนาที่ไปเอาเงินกองทุนฟื้นฟูฯ ซึ่งเป็นเงินหลวงเงินแผ่นดินมาจัดกันนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลาย ก็ต้องกลับมานั่งแบกรับปัญหาเหมือนเดิม ไม่มีที่เรียน ไม่มีโรงเรียนให้ลูก วิ่งกันหัวหกก้นขวิดหาโรงเรียนหาที่บำบัดให้ลูก ครูทั่วไปตามโรงเรียนต่างๆ ก็ยังนั่งเอ้อระเหยรอยชาย ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับออทิสติกในโรงเรียนกันต่อไป และ อีกทั้งครู และ  ผู้บริหารโรงเรียนบางส่วน ยังพากันรังเกียจเด็กออทิสติกและเด็กพิการอื่นๆ ที่จับพลัดจับพลูเข้าไปโผล่ในโรงเรียนกันต่อไป....

ครั้งที่สอง คือ ครั้งนี้ ที่กำลังจะมีการจัดให้คุยกันในระดับรัฐบาลภายในเดือนนี้ ที่ว่าในระดับรัฐบาล คือ มีระดับรองนายกรัฐมนตรี ที่ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รับผิดชอบกระทรวงทางด้านสังคม / ศึกษาฯ สาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์? / คือ ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง นั่งเป็นประธาน เอาผู้นำ/ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องซีกหนึ่ง กับ เครือข่ายผู้ปกครองซีกหนึ่ง มานั่งคุยกัน เพื่อนำไปสู่การจัดวางกลไกการช่วยเหลือ และให้บริการทางด้านการศึกษาในโรงเรียน และสถานศึกษาทั่วไป และ  พิจารณาโครงการบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก เพื่อจัดวาง กลไก ทางด้านสังคมการงาน   และอาชีพของประชากรออทิสติก...ฯลฯ

นี้ จึงเป็นความพยายามของเครือข่ายผู้ปกครองซีกเดิมนี้อีกครั้ง ที่ได้นำเรื่องออทิสติกขึ้นสู่ระดับชาติ เพราะ การยกระดับบุคคลออทิสติก ให้มีคุณภาพชีวิตเยี่ยงมนุษย์นั้น ต้องใช้ปัจจัยด้านต่างๆ ค่อนข้างมาก เกี่ยวพันกับงบประมาณ และอัตรากำลังบุคลากรตลอดจนกฎระเบียบ ที่อาจต้องมีการจัดวางหรือปรับแก้ใหม่จำนวนมาก และไม่อยู่ใน "วิสัยทัศน์ของข้าราชการประจำ" ที่ติดกับกรอบและกฎเกณฑ์ และวัฒนธรรมการคิดวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมๆ จะดำเนินการได้โดยปราศจาก การลงมากำกับ และ การอำนวยการ ของ ฝ่ายการเมือง ที่ เป็นตัวแทน ของ "วิสัยทัศน์แบบ "คิดใหม่ทำใหม่" หรือ   "คิดนอกกรอบ แล้วกำหนดกรอบกันขึ้นมาใหม่" ของ ท่านนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร"

ครั้งนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงควรให้ความสำคัญและให้การสนับสนุน โดยพร้อมเพรียงกัน และโดยไม่ใช้ลูกเล่นใดๆ ทั้งในทางลับและในทางแจ้งให้การดำเนินการครั้งนี้นำไปสู่ความล้มเหลวเฉกเช่น คณะอนุกรรมการออทิสติกในคณะปฏิรูปการศึกษาเพื่อคนพิการฯ ที่ผ่านไปแล้ว เพราะนี่อาจจะเป็นไม้รองสุดท้าย ที่จะนำไปสู่การถวายฎีกาฯ ?!

เจอกันใหม่เดือนหน้าค่ะ!

จีรพันธุ์ ตันมณี

ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก

 

 

 

main menu  / main page