จากประธานกองทุนฯ........

ฉบับที่ 8/ ธันวาคม 2546

เป็นที่ยอมรับกันในหลายระดับ   ว่า สภาพของกลุ่มออทิสติก ณ วันนี้ คือ หากไม่มี เงิน ไม่มีคน คุณก็ทำอะไรไม่ได้ จึงได้มีความพยายาม จากกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกอีกซีกหนึ่ง ซีกที่พยายามจะต่อสู้เพื่อโครงสร้างและกลไก ที่ต่อเนื่องยั่งยืนและถาวร ได้เกาะกลุ่มก่อตัวรวมกันใหม่ เพื่อที่จะเข้าไปให้ถึงศูนย์กลางอำนาจรัฐ เข้าถึงรัฐบาล ให้แบ่งเค้ก แบ่งงบประมาณมาให้ถึงให้ตรงให้ถูกตัวและให้อย่างเพียงพอ ตามความต้องการจำเป็นขั้นต่ำสุดที่จะทำให้ลูกหลานออทิสติกของเรายังความเป็นมนุษย์อยู่ได้

แต่ปัญหาก็คือ ทำอย่างไรจึงจะเข้าถึงศูนย์กลางอำนาจรัฐ เข้าถึงรัฐบาล เข้าถึงหัวใจของรัฐบาล นี่ เป็นประการหนึ่ง หากเข้าถึงได้ การได้มาซึ่งงบประมาณก็เป็นเรื่องไม่ยากมาก เพราะหน้าที่หลักของรัฐบาลคือ บริหารงบประมาณแผ่นดิน ก้อนใหญ่ๆ ก้อนเป้ง ๆ เลย ทำอย่างไรจึงจะจัดทัพไปคุยกับเขาให้ได้ให้ตรงจุด ไม่เช่นนั้นพวกเขาก็เอางบประมาณไปทำอย่างอื่นหมดไม่ถึงเรา ไม่ถึงลูกหลานออทิสติกของเรา

ความเป็นไปได้ของเรา ความต้องการจำเป็นของเรา อยู่ในสิ่งที่คนอื่นๆ บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ทำไม่ได้แทบทั้งสิ้น

เราจึงต้องพากันดันทุรังทำในสิ่งที่ใครๆ บอกว่าเป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปให้ได้ ให้จงได้

ปัญหาก็คือ จะหาพลังต่างๆ มาช่วยกันขับเคลื่อนอย่างไร ไม่ให้ขบวนของผู้ปกครองบุคคลออทิสติกของเรา ที่ต้องต่อสู้ดิ้นรนเรียกร้องแทนลูกๆหลานๆออทิสติกที่เรียกร้องหรือพูดเพื่อตัวเองไม่ได้ ทั้งขบวนติดหล่มอยู่ในปลักของความว่างเปล่าตามสโลแกนที่ชอบพูดกันว่า "กำขี้ดีกว่ากำตด" ทั้งๆ ที่ทั้งสองอย่างล้วนเป็นของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ แล้วเราจะเอามาทำไม? เอามาทำไม "สื่อสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษา" ในเมื่อ ห้องเรียน โรงเรียนและครูจะสอนยังไม่มีเลย? ลูกหลานออทิสติกส่วนใหญ่ยังอยู่นอกโรงเรียนอยู่เลย.....

บางคนก็ว่า จะเข้าไปทำไม เข้าไปแล้วก็ไม่ช่วย ไม่มีครู ไม่มีระบบจัดการ อยู่มันนอกโรงเรียน อยู่มันกับบ้านนั่นแหละ ก็ฉิบ...ก็จะให้เข้าโรงเรียนไปแบบตัวเปล่าเล่าเปลือยนี่หว่า จะให้แก้ผ้าเข้าโรงเรียนล่อนจ้อนใส่กำไลข้อมือ-ห้องเรียนไม่ไห้ ครูผู้สอนไม่ให้ ให้แต่สื่อการสอน บัตรคำ คูปองไปแลกการฝึกพูด ฯลฯ อะไรเทือกนี้ นี่ไงกำขี้ดีกว่ากำตด ซึ่งก็เลยได้แต่ขี้ๆ ก็คือ กากๆ อาหารน่ะ ได้แต่กากๆ อาหารเขามา เมนูอาหารจานหลักที่มีคุณค่าต่อร่างกายจริงๆ ยังไม่ได้เลยอ่ะ

ตอนนี้ก็กำลังเคลื่อนไหวทำในสิ่งที่ใครๆ บอกว่าเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปให้ได้ ก็ยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร

ก็ ต้องติดตามดูเอาละกัน

เพราะก็เข้าถึงได้แต่ทางเสนาธิการ/ฝ่ายนโยบายระดับครึ่งๆกลางๆ ยังเข้าไม่ถึงหัวใจของรัฐบาลก็คุณทักษิณไง และก็เข้าไม่ถึงฝ่ายคุมกำลังพลตัวจริงเสียงจริง ก็คุณสิริกรไง ซีกที่เข้าถึงเขาก็ถือสโลแกนว่า กำขี้ดีกว่ากำตดอ่ะ ตอนนี้เขาก็ให้พวกเรากลุ่มออทิสติกกำขี้น่ะ

ถามจริงๆ เถอะ พวกเราจะทนกำขี้กันไปอีกนานสักเท่าไร? จะทนกำขี้กันไปอีกสักกี่รุ่น?

เจอกันใหม่เดือนหน้าค่ะ!

จีรพันธุ์ ตันมณี

ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

main menu  / main page