จากประธานกองทุนฯ.....ฉบับที่ 25 / มิถุนายน 2549
มาถึง ณ นาทีนี้ วันนี้เดือนนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่อึมครึม ครึ้มฟ้าครึมฝนอยู่ตลอดเวลา มีพายุร้ายตั้งเค้าทะมึนทึน ให้มองเห็นได้ไม่ไกล ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไร เจ้าพายุนี้จะเคลื่อนมาถึง แล้วกวาดล้างทำลาย ทุกสิ่งทุกอย่างระเนระนาด...
ก็อยู่ในภาวะเช่นนี้แหละ แวดวงออทิสติก ของ ผู้เขียน ในระดับพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น ก็มีเรื่องให้ลุ้นระทึก อยู่ 3 เรื่อง หนึ่ง คือ ๑/เรื่อง บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในเขตชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น ลุ้นเงินอุดหนุนเม็ดเงินนอกงบประมาณปกติเพื่อการดำเนินงานบ้านพิทักษ์ ฯ ต่ออีกปีหนึ่ง ถ้าไม่ได้เจ้าหน้าที่บ้าพิทักษ์ฯ ที่บ่มเพาะขึ้นมา จำนวน 10 คน ก็แย่เลย...วงการออฯก็เสียบุคลากรไปอีก ..เขาก็ต้องไปทำงานอื่น รวมทั้งเด็กออฯ เด็กแอลดี เด็กสมาธิสั้น เด็กดาวน์ ฯลฯ อีกเกือบสามสิบคน ก็จะถูกลอยแพ.......ถ้าถูกลอยแพจริงๆ ขอให้เวรกรรมตกอยู่กับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ทั้งคณะ ....ถ้าได้รับการหนุนช่วยตรงนี้ จึงจะไปลุ้นเทศบาลต่อได้ ให้เอาเรื่องบ้านพิทักษ์ฯ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเทศบาลฯ เพื่อยื่นของบฯปกติ ไม่งั้น..... เทศบาลเค้าจะไม่ขยับทำอะไรเลย แบบตั้งแง่ว่ารัฐบาลกลางยังไม่สนใจจะสนับสนุนเค้าเป็นรัฐบาลท้องถิ่น เค้าจะต้องมาดูทำไม? .....เอางบฯ ไปบูรณะประตูเมืองกับสวนหย่อมดีก่า.....เจริญหูเจริญตากว่า ...มายุ่งกับพวกคนพิการที่มีเวรมีกรรมติดตัวมาแต่กำเนิด....(?) เอางบไปดูงานเมืองนอกกันดีก่า ...น่าจะมีคนไปบอกมหาดไทยนะ ....ให้พวกนี้ไปดูงานด้านคนพิการของต่างประเทศด้วย ไหนๆ ก็ผลาญงบไปกันอยู่แล้ว? [...ฉันก็แค่คิดๆ ประชดเอาน่ะ ด้วยความแค้นใจ.....ทุกครั้งที่ผ่านถนนแล้วเห็นประตูเมืองก่อสร้างบูรณะใหญ่โตกันแทบทุกจังหวัด ....แต่ไอ้งบฯ สร้างบ้านหลังสุดท้ายให้คนออทิสติกที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้....แค่ 35 ล้าน มันเขียมกันจริงๆ...แต่จริงๆ ก็กำลังทำงานร่วมกัน..เค้าก็ดีกันขึ้นกว่าแต่ก่อนพยายามจะเข้าใจปัญหากันอยู่ในระดับนโยบาย...] ๒/ เรื่องทุนเรียนต่อของครูออทิสติก 3 คน ของ ศูนย์วิจัยฯ ออทิสติก มข. นี่ยังไม่ทันจะได้จากหลวงมาเลย มีพวกเตะตัดขาเสียแล๊ะ ไปดูรายละเอียดได้ "ที่นี่" ไม่ต้องตกใจ ถ้าเปิดไปอ่านแล้วเจอ คุณ G หรือก็คือ ผู้เขียน เอง ที่หยาบคาย เพราะผุ้เขียนเป็น "ลูกไพร่" มาจากจังหวัดสุพรรณเมืองบรรหารแจ่มใส มีพ่อเป็นชาวนา และตอนจบใหม่ๆ ก็ทำงานเป็นนักข่าวที่ค่าตอบแทนไม่พอยาไส้ เลยก็ต้องยึดอาชีพเป็น "แม่ค้า" ขายขนมไทยๆ-กับข้าวแกง ไม่ได้เป็นผู้ลากหมากดีมาจากไหน.....๓/ เรื่องห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกโรงเรียนเทศบาลหนองแวง ที่ลุ้นว่าจะได้ระบบจัดการตามที่ต้องการหรือไม่ ....หรือจะปล่อยให้ระบบมันจัดการกันไปแบบที่มีแต่พวกศักยภาพสูงเท่านั้น ที่ได้ประโยชน์? ยังรอดูอยู่ แต่พ่อแม่เด็กหนักใกล้จะยกธงขาว..ยอมแพ้ระบบมันแล้ว...แล้วแต่มันจะทำ แค่ลูกมีโรงเรียนไปก็ดีถมถืด..ว่างั้น เพราะสมัยก่อนอย่าว่าแต่จะได้ไปโรงเรียนเลย แค่พ่อแม่เหยียบเท้าย่างเข้าไปในโรงเรียน ทั้งครูทั้งผู้บริหารมันก็ไล่เปิดออกมาแล้ว....
ส่วนในระดับประเทศ ระดับกระทรวง ซึ่งตอนนี้ยังเน้นไปที่กระทรวงศึกษาฯ ก่อน ก็กำลังลุ้นอยู่ ๒ เรื่อง ๑/ กองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ และบุคคลสมาธิสั้น ของ สกอ. ที่ตอนนี้อยู่ในระยะขอความเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และติดอยู่ที่สำนักงบประมาณฯ ที่ยังไม่ได้ให้ความเห็นมา ...ซึ่งถ้ากองทุนฯ นี้ ได้งบประมาณปกติอย่างต่อเนื่อง และดำเนินการตามแผนที่วางไว้ วงการออทิสติกทั้งหลายที่เป็นเครือข่ายที่ส่งตัวแทนเข้ามาทำแผนร่วมกัน ทั้งจาก มหา'ลัย ขอนแก่น มหา'ลัยเชียงใหม่ มหา'ลัยจุฬาฯ สถาบันราชภัฎสวนดุสิต ฯลฯ และองค์กรผู้ปกครองอย่าง กองทุนรัฐวัฒน์ฯ สมาคมผู้ปกครองออทิซึ่ม(ไทย) สมาคมสภาผู้ปกครองบุคคลที่มีความบกพร่องในระบบการทำงานของสมอง (ออทิสติก แอลดี สมาธิสั้นและ ฯลฯ) ....ก็คาดว่า จะสามารถวางรากฐานทางด้านโครงสร้างของกลไกการผลิตบุคลากรและองค์ความรู้ทางด้านนี้ทุกด้าน /ทั้งทางการแพทย์ การศึกษาและ การอาชีพ-สังคม/ ได้ภายใน 5 ปี ทั่วทั้งประเทศครบทุกภูมิภาค ซึ่งอาจจะตกปีละประมาณ ร้อยกว่าล้านติดต่อกัน 5-6 ปี เป็นเม็ดเงิน ประมาณ 5-6 ร้อยล้านบาท ซึ่งเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับผลที่คาดว่าจะได้รับ หรือเม็ดเงินที่ รัฐ/สังคม เอาไปถล่มทลายในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องอื่นๆ...ก็รู้ๆ กันอยู่....๒/ เรื่อง....อนุกรรมการส่งเสริมการศึกษาพิเศษสำหรับบุคคลออทิสติก ของแท่ง สพฐ. ตั้งขึ้นมาแล้ว ประธาน คือ อ. ชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึม(ไทย) ...ซึ่งก็คุยๆ กันอยู่ว่าน่าจะมีการประชุมเร็วๆ นี้ เพื่อทำปัญหาหลักคือ ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก กับห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษ ....ที่ทำไงให้มีกฎหมายรองรับ....มีระเบียบวิธีการงบประมาณปกติ มีระเบียบกระทรวงฯ..รองรับ ...ไม่งั้นก็เป็นเรื่องที่ ครูและโรงเรียน.."พอใจ" ก็ทำให้ ไม่พอใจ ไม่ถูกใจ หรือขี้เกียจ หรือไม่พอใจพ่อแม่มัน..ที่จู้จี้เรียกร้องมากก็ไม่ทำ.... หรือถ้าอยู่ในสังกัดของเทศบาล...ก็ให้มีเทศบัญญัติรองรับ...ทำนองประมาณนี้ ......
ที่ติดตามลุ้นอยู่ตอนนี้ก็มีเท่านี้
เจอกันใหม่เดือนหน้าหรือเดือนต่อๆไป ค่ะ
จีรพันธุ์ ตันมณี
ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก