จากประธานกองทุนฯ........

 

ฉบับที่ 23 / มกราคม-พฤษภาคม 2549

ในที่สุดก็เข้าสู่ปีใหม่ 2549 ตอนแรกเหมือน ว่า ท่าจะดีเพราะการเคลื่อนไหวของเครือข่ายผู้ปกครองฯ ที่นอกจากการเคลื่อนไหวที่เกาะเกี่ยวไปกับ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสซึ่ม (ไทย)  ที่มีท่าน อ.ชูศักดิ์ จันทยานนท์ เป็นนายกสมาคมมาสามสมัยรวดแล้ว การเคลื่อนไหวของเครือข่ายผู้ปกครองฯ ยังขยายวงกว้างออกไปเกาะเกี่ยว รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อนกับพี่น้องของออทิสติก อย่าง ชมรมผู้ปกครองบุคคลแอลดี และ ชมรมผู้ปกครองบุคคลสมาธิสั้น จนต่อยอดเป็น สมาคมสภาผู้ปกครองบุคคลที่มีความบกพร่องในระบบการทำงานของสมอง (เปลี่ยนชื่อมาจากสมาคมสภาผู้ปกครองบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ) ที่มี คุณหทัยพร คลังกำแหงเดช เป็นประธานสมาคมสภาผู้ปกครองฯ สมัยแรก และต่อด้วย คุณประภา อภิพัฒนา  ในสมัยที่ ๒ นี้ ประกอบกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ เปลี่ยนจาก ท่านอดิศัย มาเป็นท่านจาตุรนต์ แต่ความยุ่งเหยิงทางการเมือง ทำให้รัฐบาลภายใต้การนำของ ฯพณฯ ท่านทักษิณ กลายเป็น รัฐบาลรักษาการ และ ร.ม.ต. ก็กลายเป็น ร.ม.ต. รักษาการ รวมทั้ง ร.ม.ต. ว่าการกระทรวงศึกษาฯ

ก็แล้วทีนี้กิจการออทิสติก จะไปถึงไหนกัน อย่างไรล่ะนี่?

อย่างไรก็ดี ผู้เขียนก็ต้องขอสรุปความเคลื่อนไหว ทางด้านผู้ปกครองฯ และความเคลื่อนไหวทางด้านรัฐเท่าที่ทราบ โดยทางด้านรัฐนี้ ก็คงจะต้องขอเน้นไปที่กระทรวงศึกษาฯ กับกระทรวงพัฒนาการสังคมฯ และกระทรวงมหาดไทย ในส่วนที่ผู้เขียนเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องอยู่ ให้เพื่อนผู้ปกครองและท่านผู้อ่านทราบอย่างสังเขป กันก่อนละกัน

ณ วันนี้แกนนำของผู้ปกครองฯ ทางด้านเครือข่ายฯ หลายคนก็หมดเรี่ยวหมดแรง และเกิดอาการ "บาดเจ็บทางจิตใจ" เพราะสู้มานานผลักดันภาครัฐกันมาหลายปีดีดัก  แต่กลไกการช่วยเหลือประชากรออทิสติก และประชากรที่มีกลุ่มอาการใกล้เคียงกันก็ยังเข้าสู่โครงสร้างงบประมาณปกติของ รัฐ/สังคม ไม่ได้ซักกะทีเลย มิหนำซ้ำในหมู่แกนนำผู้ปกครองด้วยกันเอง ก็ยังมีที่ปัดแข้งปัดขาไม่เข้าใจกัน...ด้วยบางส่วนมี "ความรู้สึก" ว่า แกนนำผู้ปกครองบางคน และ "นักวิชาชีพ" ทางด้านการแพทย์บางส่วน ที่เคลื่อนไหว และมี "อิทธิพลทางความคิดครอบงำอยู่ในภาครัฐ"  มีผลประโยชน์ส่วนตัวในธุรกิจที่ "ทำมาหากิน" กับ "เด็กพิเศษ" รึป่าว? จึงทำให้การผลักดันเพื่อให้เกิดกลไกการช่วยเหลือประชากรออทิสติก ไม่ได้รับการผลักดันที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเท่าที่ควร มิหนำซ้ำยังเหมือนกับว่า จะถูกดึงๆ ดองๆ ไว้ หรือแกล้งทำเป็นไขสือเสีย ทำเป็นไม่เข้าใจหรือกระทั่งดูถูกดูเบาดูหมิ่นถิ่นแคลนระบบการจัดการทางการศึกษา ของกลไกการช่วยเหลือกลุ่มออทิสติกและกลุ่มพี่น้องของออทิสติก ที่กองทุนรัฐวัฒน์ฯ และ เครือข่ายผู้ปกครองฯ ร่วมกันนำเสนอ ทั้งเรื่องห้องเรียนคู่ขนานฯ หรือเรื่องบ้านพิทักษ์ฯ  [โดยเฉพาะเรื่อง "ห้องเรียนคู่ขนานฯ" นั้น ทางกองทุนรัฐวัฒน์ฯ ได้ทำเป็นเอกสารเย็บเล่มอย่างดี(ตามอัตภาพ) ยื่นให้กับมือท่าน รักษาการ ร.ม.ต. กระทรวงศึกษาฯ แต่ครั้งยังเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคมการศึกษาสมัยแรก และยังทำเป็นเอกสารยื่นผ่าน "ทีมงาน" ของท่านรักษาการ ร.ม.ต. ศธ. ตั้งแต่ยังไม่อยู่ในสภาพ "รักษาการ" เป็นหลายต่อหลายครั้ง  ท่านยังว่าท่านไม่ get อีกแมะ...ยังมีคำถามว่า "คู่ขนานกับอะไร?" ?!?]  หรือเบี่ยงเบนไปทำเรื่องอื่นที่จะ "เล่น" กับ "เม็ดเงิน" ได้มากกว่า? ทั้งเม็ดเงินบริจาคและเม็ดเงินทั้งในและนอกงบประมาณ ?!? เพราะถ้าไม่เกิดกลไกการช่วยเหลือในภาครัฐ ครอบครัวออทิสติก ที่มีศักยภาพก็ต้องวิ่งเข้าหา "เอกชน" อย่างโรงเรียนหรือศูนย์การช่วยเหลือเอกชน หรือกระทั่งครูสอนพิเศษ/นักบำบัด ในอัตราค่าบริการวันละหลายร้อย กระทั่งชั่วโมงละหลายร้อย (สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่ทำงานทั้งวัน) !?! ซึ่งถ้าไม่เป็น "รัฐสวัสดิการ" แบบให้เปล่า ครอบครัวรากหญ้าที่ไม่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจพอที่จะ "จ่าย" ก็ต้องถูกทอดทิ้งแน่นอน!

ทีนี้หันมาดูทางภาครัฐ กล่าวสำหรับกระทรวงมหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ทางกองทุนฯ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเป็นส่วนที่ "ดูแลกำกับ" และ "บริหาร" โดยเป็น "ต้นสังกัด" ตัดแบ่งงบประมาณปกติและอัตราบุคลากรมาให้กับ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน" ความเข้าใจของฝ่ายปกครองที่พอจะกระดิกหูอยู่บ้าง ก็ ในส่วนของจังหวัดขอนแก่น สำหรับในระดับกระทรวงนั้น ความเข้าอกเข้าใจในออทิสติกน่าจะยังเป็นศูนย์หรือติดลบ (?) ส่วนกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ที่มีลูกเขยเจ้าสัวซีพีมานั่งว่าราชการรักษาการอยู่ ก็ยังดูค่อนข้างจะยัง "ไม่ได้เรื่อง" เท่าที่ควร เพราะ ทั้งทีมของ ฯพณฯ ท่านน่าจะเพ่งความสนใจไปแต่ที่โครงการบ้านเอื้ออาทร ......ที่เป็นบ้านของคนปกติ ซึ่งคนปกติปลูกเองสร้างเองซื้อเองจากเอกชนได้อยู่แล้ว แต่ของคนออทิสติกที่พ่อแม่แก่หรือตายหรือทิ้งขว้างไปแล้วนี่ รัฐต้องปลูกสร้างและจัดการให้.....ทั้งสองกระทรวงนี้ ก็คงจึงยังเป็นอะไรที่จะต้องพยายาม "ทำความเข้าใจ" อย่างหนักหนาสาหัสสากรรจ์กันต่อไป และสำหรับกระทรวงสาธารณสุขนั้น ทางกองทุนฯ ยังไม่วางจุดหนักไว้ที่กระทรวงนี้ เพราะ  กระทรวงนี้มีการ "ปรับปรุง" ทางด้านการให้บริการการบำบัดกับประชากรกลุ่มนี้พอสมควร ดังนั้นที่จะต้องเร่งทำงานร่วมกันอย่างเร่งด่วน ก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ ฯพณฯ ท่าน จาตุรนต์ ฉายแสง ร.ม.ต. สุดหล่อ(นะ บ่แม่น เขี้ยว)ลากดินของเราๆ ท่านๆ รักษาการอยู่ ซึ่งขณะที่อยู่ในสถานภาพของ "ร.ม.ต. รักษาการ" ถ้าไม่อ้างว่า ทำอะไรไม่ได้เพราะรักษาการ ก็ขอจงได้โปรด หนุนช่วยรูปธรรมให้กิจการในภาครัฐ เพื่อกลุ่มบุคคลออทิสติก บุคคลแอลดี และบุคคลสมาธิสั้น ดำเนินการต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง สักสองสามเรื่อง ตามที่ขอไว้แต่ครั้งที่ยังเพิ่งเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลสมัยที่สองและ ฯพณฯ ท่านก็ รับปากรับคำว่า จะดำเนินการให้ คือ ๑/ เรื่องทุนการศึกษาของครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกของศูนย์วิจัยออทิสติกโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 3 คน 3 ทุน ๆละ หนึ่งแสน-หนึ่งแสนห้าหมื่นบาท ๒/ "เม็ดเงิน" เริ่มต้นจำนวน 200 ล้านบาท เพื่อ จัดตั้งกองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และ บุคคลสมาธิสั้น ในแท่ง สกอ. ๓/ จัดตั้ง อนุกรรมการเพื่อการจัดการทางการศึกษา สำหรับประชากรออทิสติก แอลดี และสมาธิสั้น คณะเดียวกันทำทั้งสามกลุ่ม! ภายใต้คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [ไม่ใช่ภายใต้คณะกรรมการบริหารการศึกษาพิเศษ ที่แยกเป็นอนุกรรมการตามกลุ่มความพิการมากมายหลายคณะ และยังให้ตัวแทนคนพิการเป็นประธาน-อย่างนี้ฝ่ายธุรการของสำนักบริหารการศึกษาพิเศษที่ต้องเป็นเลขานุการของอนุทุกคณะ ที่มีอยู่ไม่กี่คนทำงานเอกสารเหนื่อยตายห่ะ- ทำให้การทำงานซ้ำซ้อนและล่าช้า เผลอๆ ยังฉวยโอกาส เก็บดองไว้ รอรัฐบาลรอรัฐมนตรีใหม่เสียเลย ตามความเคยชินแบบ ส.พ.ฐ. ได้ข่าวว่าตอนนี้ก็เก็บดองแล้ว? ] โดยมีภารกิจหลัก คือ ดำเนินการให้ "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก" และ "ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษ" ใน โรงเรียนทั่วไป เข้าสู่โครงสร้างปกติ โดยมี กม. รองรับทั้งที่เป็นกฎกระทรวง ที่เป็นกฎระเบียบ และที่เป็นแบบวิธีปฏิบัติ โดยรองเลขาธิการ ส.พ.ฐ. ฝ่ายนโยบายและแผน เป็นประธาน ร่วมด้วยตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ตัวแทนจากองค์กรผู้ปกครองฯ ที่มี "ผลงาน" การเคลื่อนไหวในประเด็นนี้ จนเป็นที่รับรู้แก่สาธารณะเข้าร่วมอยู่ในคณะอนุกรรมการชุดนี้ด้วย

ขอรูปธรรมแค่สามเรื่องแค่เนี้ยะ..ก่อน น่าจะให้กันได้ นะ ฯพณฯ ท่านนะ ทั้งนี้ถ้าอ้างว่า เป็น ร.ม.ต./รัฐบาล รักษาการ  แล้วทำอะไรในเรื่องนี้ไม่ได้เลย เกิดเป็น รักษาการสักสองสามปี นี่จะทำไง? จะมิซี้บักก้องด้องรึ? นี่เป็นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง หากอ้างว่า ต้องฟัง "คนอื่นๆ" ด้วย เหมือนที่เคยอ้างให้ได้ยิน ก็ขอเรียนถามว่า ในฐานะ ร.ม.ต./ไม่ว่าจะรักษาการหรือเป็นปกติ/ ฯพณฯ ท่าน ไม่มีสิทธิ์จะ "ริเริ่มสร้างสรรค์" อะไรเองเลยรึ? ต้องฟังแต่ข้าราชการประจำหรือผู้ที่อ้างว่าเป็น "ผู้ทรงคุณวุฒิ" ทางด้านคนพิการเท่านั้นรึ? ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ทราบว่าจะทรงคุณวุฒิเรื่องออทิสติกด้วยหรือไม่ หรือมีผลประโยชน์ทับซ้อนอะไรหรือเปล่า? อย่างนี้มิเท่ากับว่า ฯพณฯ ท่าน ร.ม.ต. จะเป็นเพียง "เจว็ด"/"มนุษย์ที่สวมชฎา" ให้ข้าราชการประจำและผู้ทรงคุณวุฒิที่แต่งตั้งกันเองในกลุ่ม "ปั่นหัวเล่น" ให้คอยทำแต่กิจกรรมปาหี่คอยตัดริบบิ้นเปิดงานโน้นงานนี้ โดยมิพักต้องทำงานอะไร ที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการศึกษาอันจะยังให้เกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างถาวรเลยรึ? จนกระทรวงศึกษาฯ ยุ่งอีนุงตุงนังเป็นยุงตีกันไปทุกจุดๆ ทั้งการศึกษาเด็ก/บุคคลปกติ ทั้งการศึกษาของเด็ก/บุคคลพิเศษ

การที่รัฐไม่มีหรือไม่จัดให้มีซึ่ง กลไกการช่วยเหลือ ที่ถาวรใน โครงสร้างปกติของงบประมาณแผ่นดินโดยเป็น สวัสดิการของรัฐ ก็คือ การทอดทิ้งออทิสติกรากหญ้าให้เป็นไปตามยถากรรม และ ก็คือ การผลักดันให้ออทิสติกที่มีเศรษฐะฐานะดี เป็น "เหยื่อ" โดยไม่มีทางเลือก ของ ธุรกิจเอกชนที่หากินทางด้านนี้..ฤามิใช่?

เฮ้อ....อย่าต้องให้อุทาน....ว่า ตถตา เลย..สงสารเด็กพิเศษตาดำๆ เถอะ พระเดชพระคุณ ฯพณฯ ท่าน เพราะ อาจมีสักวันที่จะเป็นลูกเป็นหลานของ ฯพณฯ ท่านเองบ้างก็ได้ล่ะเด้อ......

เฉพาะหน้านี้ เร่งด่วนทางด้านการศึกษาในระดับอนุบาลและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ก็คือ ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก และ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนทั่วไปใกล้บ้าน และ เร่งด่วนทางด้านสังคม ก็คือ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ดังที่ได้ร้องแรกแหกกระเชออยู่ตลอดมาในช่วงหกเจ็ดปีให้หลังมานี้ จนปากจะฉีกถึงใบหู...จะมี ฯพณฯ ท่านไหนจะกระดิกหูจะ Get กันบ้างเสียทีล่ะนี่..

....ทำเรื่องโครงสร้างการช่วยเหลือประชากร ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษทั้งหลายไว้ จะเสียหายตรงไหน?  มีแต่จะได้กล่อง ได้คำชม ได้คำสรรเสริญ ได้คำกล่าวขานถึงในด้านดี มิใช่คำก่นด่าประณามว่าไล่(หรือลับ)หลัง ทั้งขณะอยู่ในตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่งไปแล้วซะเมื่อไหร่..จริงมะ?

เจอกันอีกครั้งน่าจะอีกหลายเดือนข้างหน้า ค่ะ

จีรพันธุ์ ตันมณี

ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก

 

 

 

main menu  / main page