จากประธานกองทุนฯ........

 

ฉบับที่ 2/ มิถุนายน 2546

เดือนนี้เป็นเดือนกลางปีพอดี เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเมื่อลูกหลานเราย่างเข้าสู่วัยรุ่น และเราผู้เป็นพ่อแม่ก็ย่างเข้าสู่วัยกลางคน เหมือนว่าเวลาเหลือน้อย คิดคำนึงถึงว่าเราทำอะไรไว้ให้ลูกเราบ้าง เวลาก็ดูเหมือนจะเหลือน้อยลงไปอีก หากลูกเราเป็นคนปกติในเกณฑ์เฉลี่ย ความกังวลของเราคงไม่มากมายปานนี้ เพราะก็แค่ดูแลให้เขามีการศึกษา มีอาชีพ เขาก็คงเอาตัวรอดและหันกลับมาดูแลเราได้อีกด้วยซ้ำ ถ้าเราปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เขาไว้ดีพอ ถ้าไม่เขาไม่หันกลับมาดูแลยามเมื่อเราแก่เฒ่า เขาก็ยังอาจเอาตัวรอดได้ด้วยตัวของเขาเอง ส่วนเราก็อาจเดินเข้าสู่บ้านพักคนชรา หรือใช้ชีวิตอนาถาไปตามอัตภาพ และก็เดินทางไปสู่ "ที่ชอบ ๆ" ด้วยความหมดห่วง

แต่ทีนี้ลูกเราไม่ปกติ ลูกเราเป็นออทิสติก เราเข้าวัยกลางคนแล้วแต่ลูกเราอายุ 15 เพิ่งได้เข้าโรงเรียน และอาจจะอยู่ในโรงเรียนได้อีกประมาณ 5-6 ปี ก็ต้องออกจากโรงเรียน เขาก็จะอายุ 20 กว่า เราก็ 50 กว่า คุณพ่อเขาก็จะ 60 กว่า ถ้าเขายังดูแลตัวเองไม่ได้ เราจะดูแลเขาไหวไหม จะพึ่งพี่น้องก็ท่าจะยากเฉพาะครอบครัวของพวกเขาเองยังจะเอาตัวไม่รอด จะมีใครรับภาระลูกเราไหว โดยเฉพาะแม้เขาจะช่วยตัวเองได้ภายในบ้านแต่ปัญหาเรื่องสุขภาพ การใช้ยา ฯลฯ

ด้วยความกังวลดังนี้ เป็นความกังวลร่วมกันของผู้ปกครองทุกคนที่มีลูกเป็นคนพิเศษ โดยเฉพาะคนพิเศษที่ศักยภาพไม่สูง อยู่อย่างอิสระด้วยตัวเองไม่ได้  "บ้านพิทักษ์ออทิซึ่ม" จึงเป็นอะไร ที่ต้องคิดไปล่วงหน้าอีก 5-6 ปี แต่ต้องริเริ่มระดมความคิดเสียตั้งแต่ปีนี้ ฉะนั้นหากท่านที่มีหัวอกอันเดียวกันท่านใด มีความคิดเห็นเกี่ยวกับ "บ้านพิทักษ์ออทิสซึ่ม" ในฝันของเรานี้เป็นประการใด ขอความอนุเคราะห์ช่วยระดมความคิดเห็นกันมาหน่อยนะคะ ตามที่อยู่ในหน้า CONTACT/ติดต่อเรา เพื่อที่กองทุนฯ จะได้รวบรวมทำเป็นแฟ้มไว้ในเวบนี้และจะได้นำเสนอรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้อง  และร่วมผลักดันให้เป็นจริงกันต่อไปค่ะ

จีรพันธุ์ ตันมณี

ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก

 

 

main menu  / main page