
ฉบับที่ 19 / เมษายน 2548-พฤษภาคม
2548
แม้จะได้เข้าร่วมกับกิจกรรม
ที่ท่านนายกทักษิณ
มาระดมความคิดทางด้านการศึกษาที่จังหวัดขอนแก่น
๒๕-๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ได้อย่างทุลักทุเล
แต่ก็ทำให้กิจการออทิสติกในระดับประเทศ ก้าวกระโดดไปได้อย่างน่าอัศจรรย์
เช่น
นายกฯ มีบัญชาให้ข้าราชการที่เกี่ยวข้องในวันนั้น
ไปจัดทำขึ้นซึ่ง Road Map
ของประชากรออทิสติกตั้งแต่เกิดจนตายว่าต้องการ "ตัวช่วย" อะไรบ้าง?
รวมทั้งยังระบุเรื่องออทิสติกไว้ในนโยบายที่นำเสนออย่างเป็นทางการต่อรัฐสภาด้วย
คณะอนุกรรมการเพื่อการวิจัย
และ พัฒนาการผลิตบุคลากร ในระดับอุดมศึกษา
สำหรับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก
ก็จัดตั้งขึ้นได้แล้ว และประชุมครั้งแรกกันไปแล้ว
[แต่ยังมีการ "วางยา"
ให้ทำงานได้แค่ถึงเดือนตุลาฯ นี้หรือเปล่า? ผู้เขียนก็กำลังดูๆ ตรงนี้อยู่!?/เจอเรื่องร้ายๆ
มาเยอะ ผู้เขียนเลยค่อนข้างมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนน่ะ]
ทุนการเรียนต่อของอาจารย์ปริญญาโท
ม.ข. จำนวนสามทุนๆละล้าน ก็ได้รับการอนุมัติจากกองสลากแล้ว
และทุนสนับสนุนการเริ่มต้นระบบจัดการบ้านพิทักษ์ ฯ ที่ทาง พ.ม.จ.ขอนแก่น
เสนอขอผ่านกระทรวงพัฒนาสังคมฯ จำนวน เก้าแสนกว่าบาท
ก็กำลังอยู่ในขั้นเวียนหนังสือ เพื่อพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการกองสลาก
ฯลฯ
ที่สำคัญ
"แผนที่ถนนชีวิตของประชากรออทิสติก"
ฉบับอุปสงค์
จาก การทำงานของ เครือข่ายผู้ปกครองฯ
กับ สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย)
เป็นที่ตอบรับ
ทั้งจากภาคผู้ปกครองฯ และ ภาครัฐ /
อย่างน้อยก็ภาครัฐที่ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โดย อ.สุชาติ
เมืองแก้ว ในวันประชุมคณะกรรมการออทิสติก เมื่อวันที่ ๑๘ มี.ค. ๒๕๔๗ ละกัน
/ ที่เสนอ "กลไก" หรือ "ตัวช่วย" ๔ รูปแบบ เข้าสู่ระบบจัดการทุกด้านของรัฐ
ได้แก่ (๑) ด้านสาธารณสุข:
หน่วยบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวในโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน
(๒) ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานลงมา:
ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก
และ ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน
และ ต่อยอด ด้วย หลักสูตรพิเศษเฉพาะบุคคล
ในระดับอาชีวะศึกษาและอุดมศึกษา (๓)
ด้านสังคม
:
บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน
ซึ่งจะเป็นทั้งที่พักพิง และ
ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตทั้งในระบบและนอกระบบ ของ
ออทิสติกที่ไร้ที่พึ่งและครอบครัวดูแลไม่ไหว
/ มีข่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการ
โดยสำนักบริหารการศึกษาพิเศษจะแปลงบ้านพิทักษ์ฯนี้ให้เป็น
โรงเรียนเฉพาะความพิการออทิสติก ตามไสตล์การคิดของสำนักนี้
ที่ไม่ค่อยจะคิดอะไรให้สอดคล้องกับธรรมชาติ ของ ออทิสติก
แต่ชอบคิดอะไรอยู่บนฐานวัฒนธรรมแห่งองค์กรของตนเอง?
สำนักนี้ชอบนักชอบหนากับการขยายโรงเรียนเฉพาะความพิการ..
เพื่อให้พ่อแม่ที่ขี้เกียจและไม่รับผิดชอบเอาลูกไปทิ้งกองๆ รวมกันไว้
เสร็จแล้วก็กลับเข้าสู้สังคมปกติไม่ได้?/ (๔)
ด้านการศึกษาวิจัย :
สถาบันค้นคว้าศึกษาออทิซึ่ม ในมหาวิทยาลัยที่มีโรงเรียนแพทย์
และคณะวิชาที่เกี่ยวข้องกับออทิซึ่มครบทุกด้าน
ซึ่งจะเป็นสถาบันค้นคว้าศึกษาแบบบูรณาการครบทุกด้าน
โดยเฉพาะ
เกี่ยวกับ สถาบันค้นคว้าศึกษาออทิซึ่ม จากการพูดคุย กับ
ท่านคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
อย่างไม่เป็นทางการ/นอกรอบทางโทรศัพท์/ ท่านเห็นด้วยอย่างมาก เพราะ
ม.ข. มีคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ เช่น
มีศูนย์วิจัยออทิสติกทางด้านการศึกษาขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว
มีคณะแพทย์และคณะวิชาที่เกี่ยวข้องครบถ้วน
และกำลังทำการวิจัยเบื้องต้นเกี่ยวกับออทิสติก โดยให้ระดับ
รองคณบดี ลงมาดูแลโดยตรง
ซึ่งคาดว่าผลการวิจัยจะออกมาเป็นรูปธรรมในปีการศึกษาหน้า
รวมทั้งการกำลังจะเปิดสอนการศึกษาพิเศษระดับปริญญาโท
และมีคณาจารย์ที่ไปศึกษาทางด้านออทิซึ่มโดยตรง ที่กำลังจะกลับมาในปีหน้า
และ เห็นร่วมกับผู้เขียนว่า น่าจะมีการตั้ง
คณะทำงานเตรียมการจัดตั้งสถาบันฯ ขึ้นมา ซึ่งอาจจะต้องคุยกับหลายคณะ
และท่านจะนำเรื่องนี้หารือกับทางท่านอธิการบดีต่อไป
ทั้งหมดนี้
ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่ท่านนายกฯ ทักษิณ
มาระดมความคิดเห็นทางด้านการศึกษาที่จังหวัดขอนแก่น และผู้เขียนต้อง
ขอขอบคุณ แม่บ้านของผู้เขียน ที่ฟังข่าวในเช้าวันนั้น
ทำให้ผู้เขียนและ คุณนุสรา เนตรรังษี รองประธานกองทุนรัฐวัฒน์ฯ
ผู้ปกครองที่หัวหกก้นขวิดมาด้วยกัน
รู้ว่าท่านทักฯ
มาขอนแก่นในวันนั้น จึงได้ไป เย้อวๆ
ร่วมระดมความคิดด้วยการตะโกนฝ่าฝูงคนให้เรื่อง ของ ออทิสติกได้ไป "เข้าหู"
ท่านทักษิณ ตอนก่อนท่านเดินเข้าห้องประชุมบ้าง
ตอนท่านเดินออกจากห้องประชุมไปเข้าห้องน้ำบ้าง
ซึ่งตรงนี้ต้องขอ ขอบคุณทีมรักษาความปลอดภัยของท่านทักฯ เป็นพิเศษ
ที่คอยบอกให้รู้ว่าท่านจะเดินผ่านตรงไหนบ้าง ผู้เขียนกับคุณนุสรา
เลยไปยืนดักรอถูกที่ รวมทั้งก็ต้อง ขอบคุณ คุณชูศักดิ์ จันทยานนท์
นายกสมาคมผู้ปกครองฯ ที่เป็นกำลังใจ เป็นที่พึ่งทางใจในยามนั้น
/ เพราะบางที ผู้เขียนกับคุณนุสรา
ก็ทดท้อมาก ว่า เออวะมันอะไรกันนักกันหนา.../
เป็นที่ปรึกษาชี้แนะในยามยากทางโทรศัพท์ให้อยู่ตลอด และ
ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศนี้(ถ้ามี) ที่ดลบันดาลใจให้ท่านทักฯ
มาระดมความคิดที่จังหวัดขอนแก่น..ขอบคุณมากๆ ค่ะ
อย่างไรก็ตาม
ในการลงสู่ภาคปฏิบัติ
ก็ต้องตามดูกันล่ะค่ะ ว่า "ข้าราชการประจำที่เกี่ยวข้อง" โดยเฉพาะ
กระทรวงศึกษาธิการ จะ
work
กันสักแค่ไหน? เพราะ
ประโยชน์อะไรต่างๆ ที่ รัฐบาลให้ในวันนั้น ไม่ว่าจะเป็น งบประมาณ ๓๐๐
ล้านบาทต่อเนื่องที่ลงให้ กองทุนเพื่อการศึกษาของคนพิการ หรือ
กระทั่งอัตราบุคลากร ที่ทางรัฐบาลจะเพิ่มให้การศึกษาพิเศษ
สามสี่พันอัตรา นั้น ออทิสติก จะได้รับอานิสงค์มากน้อยแค่ไหน?
ซึ่ง เท่าที่รู้ เหมือนว่า
จะไม่ได้เลย เพราะ มี
แผนการใช้ รองรับอยู่หมดแล้ว? โดยในแผนนั้นไม่มีออทิสติกอยู่ด้วยอย่างมีนัยสำคัญ
เพราะลงในภาพรวมหมด?
เกี่ยวกับ ออทิสติก ต่างๆใดๆ จึงเป็นเรื่องที่จะต้องทำขึ้นไปขอกันใหม่?
เหตุผลที่อ้างกับรัฐบาลในวันนั้นว่า ออทิสติก เป็นเรื่องที่ ต้อง
ใช้งบประมาณมาก คนมาก เพื่อให้ได้มาซึ่งงบประมาณ จึงเป็นการเอา
ออทิสติก ไปอ้าง แบบ "เตะหมูเข้าปากหมา" หรือไร หรือเปล่า?
ตรงนี้ก็ต้องตามดูความจริงใจ
และความเอาจริงเอาจัง ของ ท่านรัฐมนตรีว่าการฯ (ท่านอดิศัย)
ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ(ท่าน ดร.รุ่ง) ท่านเลขาธิการ ส.พ.ฐ.
(ท่าน ดร. พรรณิภา) ท่านที่ปรึกษา ส.พ.ฐ. ด้านการศึกษาพิเศษฯ (ท่าน
ดร.เบญจา) ท่านผู้อำนวยการสำนักบริหารการศึกษาพิเศษ (ท่านธีระ)
กันแล้วล่ะค่ะ ว่า
การขยายห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปอีก ประมาณ ๒๐๐
ร้อยห้องทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะต้องใช้งบประมาณๆ ๕๐ ล้านบาท
ที่ทาง ท่านนายกสมาคมผู้ปกครองฯ บอกกับผู้เขียนว่า ได้แลกเปลี่ยนกับ
ท่านที่ปรึกษา ส.พ.ฐ.(ท่าน ดร.เบญจา) แล้วท่านเห็นด้วย
และจะได้มีการดำเนินการต่อไปให้ทันกับปีการศึกษา ๒๕๔๘ รวมทั้ง
การจัดสรรบรรจุอัตราบุคลากร และ
วางเกณฑ์การใช้เงินกองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการ
ที่เอื้อต่อกลุ่มออทิสติกโดยตรงด้วย
/ คือไม่ใช่แค่ภาพรวม /
และ การจัดตั้งบ้านพิทักษ์ฯ จะมีการคืบหน้าไปอย่างไร? หรือไม่?
ที่ผู้เขียน
สงสัยและเฝ้าดูว่าจะมีผลอย่างไร ก็คือ
ออทิสติก รากหญ้าในประเทศไทย
จะได้อานิสงค์จากการ ที่
หลานท่านทักษิณ
/
นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศไทย
ก็เป็น ออทิสติกด้วย
แค่ไหน อย่างไร
หรือไม่? ซึ่งเราจะไม่วัดจากการพูดของท่านเท่านั้น
แต่เราดูจากภาคปฏิบัติที่ว่า
ข้าราชการประจำซึ่งต้องเป็นผู้ลงมือปฏิบัติการจริง
มีการขยับตัวในเรื่องออทิสติกแตกต่างไปจากเดิมอย่างไร หรือไม่ ด้วยต่างหาก!
เจอกันอีกเดือน ๒ เดือนข้างหน้าค่ะ
คาดว่าน่าจะมีอะไรคืบหน้าไปอีกระดับหนึ่งอย่างแน่นอน