
ฉบับที่ 18 / กุมภาพันธ์ 2548-มีนาคม
2548
แล้วการเลือกตั้งระดับประเทศ ก็ผ่านไป พรรคของท่านทักษิณทักษิโณมิก
ได้คะแนนเสียงอย่างท่วมท้นล้นทะลัก ยกเว้นเพียงภาคใต้ภาคเดียว ที่เสียงปืน
เสียงระเบิด ในสามจังหวัดชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านสายอิสลาม
อย่างมาเลเซีย ยังคงดังระเบิดเทิดเทิงอยู่อย่างนั้น
และเหมือนว่าจะยิ่งดังยิ่งขึ้น เพื่อต้อนรับ/ลองของ
รัฐบาลเสียงท่วมรัฐสภารัฐบาลใหม่เจ้าเก่า ที่ยังคงประกาศกร้าวที่จะ "ทำสงคราม"
ต่างๆ ต่อเนื่องจากสมัยที่แล้ว....เอ้า,เตรียมนับศพกันได้!?
ที่หน้าจอคอมฯ
ของผู้เขียนมีรูปภาพ ของ ร.๕ เล็กๆ อยู่ในกรอบเก่าๆ..ดูเก๋าดี
ด้านหลังก็ภาพใหญ่ขึ้นมาติดข้างฝาอยู่ในกรอบมุก...สมัย ร.๕
บ้านเมืองมีการเปลี่ยนแปลง มีนวตกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย
ทางด้านสาธารณูปโภค สังคม และ เศรษฐกิจ...[คล้ายๆ
กับสมัยนี้ ที่ท่านทักษิณทักษิโณมิกว่าเป็น "๔ปีสร้าง"?]
โดยไม่เสียเลือดเนื้อหรือเสียน้อย ไม่รู้สิ...เห็นแก่เด็กๆ
ไม่อยากให้มีสงคราม...ลูกเราจะอยู่ยังไง ยิ่งลูกที่เป็นออทิสติก?
พูดถึงนวตกรรมแล้ว
นวตกรรมสำหรับกลุ่มออทิสติก ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ ก็ได้นำเสนอ
ต่อรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องมาตลอด
และนับวันจะตกผลึกเห็นเป็นภาพชัดเจนขึ้นทุกวัน
รอก็แต่ว่าเมื่อไหร่รัฐบาลจะให้ "มืออาชีพ" ด้านต่างๆ "ลงมือ" เสียที
โดยรัฐบาลลงงบประมาณอย่างจริงจังน่ะ ....ผู้เขียนโดยเครือข่ายผู้ปกครองฯ
ได้นำเสนอตลอดมาดังนี้
หนึ่ง "รูปแบบการจัดการพิเศษทางการศึกษา"
ในระดับอนุบาลและในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำหรับกลุ่มออทิสติก ๒ รูปแบบ
คือ ๑/
"ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก"
ในโรงเรียนทั่วไป (ใช้หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคล) ๒/
"ห้องเรียนสอนซ่อมสอนเสริม"
(ใช้หลักสูตรปกติ) โดย
"ห้องเรียนคู่ขนานฯ" ได้ผลักดันเป็นรูปธรรม "นำร่อง" ขึ้นแล้วใน ๕๐
กว่าโรงเรียนทั่วประเทศ (แม้ "คุณภาพ" จะยังเป็นปัญหา?) และกำลังจะล๊อบบี้
กระทรวงศึกษาธิการ/รัฐบาล ต่อยอด ขยายให้ครบทุกเขตพื้นที่การศึกษา
โดยให้เพิ่ม "ห้องเรียนสอนซ่อมสอนเสริม" เข้ามาด้วย
สำหรับโรงเรียนที่มีนักเรียนออทิสติกศักภาพสูง
ที่ใช้หลักสูตรปกติหลักสูตรเดียวกันกับนักเรียนปกติได้แล้ว
[...มีข่าวว่า
ท่านอาจารย์นักวิชาการท่านหนึ่ง
ที่คุมโครงการโรงเรียนำร่องนี้อยู่เอาเรื่องห้องเรียนคู่ขนานฯ ไปทำ ซี ๑๐
ได้ไปแล้ว? แหม,ก็อยากจะเรียนว่า เรื่องนี้ ยังทำได้อีกหลายซีเลยค่ะ
เพราะ มีรายละเอียดเยอะมาก และ ที่สำคัญ ถือ เป็น
นวตกรรม
ของ
โลก
เลยก็ว่าได้
ด้วยยังไม่เคยมีประเทศไหนในโลกนี้ เคยทำมาก่อน ....หากกระทรวงศึกษาธิการปล่อยให้โครงการนี้ตกร่อง
ไม่ต่อยอด เกิดเวียดนาม/ลาว/เขมร เอาไปทำขึ้นมาโดยประเทศเราผู้เป็นต้นคิด
ทำไม ไม่ทำไม่พัฒนา ต้องไปตามก้น ประเทศเพื่อนบ้าน...จะ
"รู้สึก" อาย(ตัวเอง)กันบ้างไหมเนี่ยะ-?]
สอง "รูปแบบการจัดการจัดการพิเศษทางสังคม"
คือ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน"
ซึ่งสำหรับจังหวัดขอนแก่น
ที่พยายามจะผลักดันให้เป็นรูปธรรม คือ
"บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก
ใน ชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น"
สำหรับจังหวัดอื่นๆ ก็น่าจะกำลังจะจัดทำกันขึ้นที่
สงขลา ราชบุรี ฯลฯ หรือที่ไหนบ้างคงต้องไปเรียนถาม อ.ชูศักดิ์ 018062671
กันดูเอาเองนะคะ
และ สาม คือ "รูปแบบการจัดการพิเศษที่บูรณาการ
การศึกษาวิจัยที่เกี่ยวกับออทิซึ่มทุกด้าน คือ
สถาบันศึกษาค้นคว้าออทิซึ่มแบบบูรณาการ ซึ่งที่ตั้งใจ/มุ่งมั่นจะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมกันขึ้น(ให้ได้?)
ก็คือ
สถาบันค้นคว้าศึกษาออทิสซึ่มแห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น
โดยในสถาบันนี้จะมีการศึกษาวิจัยต่อเนื่องเกี่ยวกับ "รูปแบบการจัดการพิเศษ"
ในข้อ หนึ่ง และ ข้อ สอง ข้างต้น
กับยังจะต้องมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับทางด้านการรักษาบำบัด ยา และอื่นๆ
[คือในสถาบันนี้ต้อง มีเรื่อง "ห้องเรียนคู่ขนานฯ"
กับ "ห้องเรียนสอนซ่อมสอนเสริม" ในโรงเรียนสาธิตฯ-ศูนย์วิจัยออทิสติก มข.ที่มีอยู่แล้ว
และ ก็ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก
ในเมืองมหาวิทยาลัยขอนแก่น" อยู่ด้วย ซึ่ง "บ้านพิทักษ์ฯ" จะมีเรื่อง
การฝึกอาชีพ อยู่ด้วย ก็จะได้ รูปธรรม ของ หลักสูตรต่างๆ ของ
ออทิสติกศักยภาพต่ำ ใน ระดับอุดมศึกษา หมายถึง -ออทิสติกศักยภาพต่ำก็เข้ามหาวิทยาลัยได้
ในรูปของการศึกษาค้นคว้าวิจัย หลักสูตรการฝึกอาชีพ เพื่อส่งต่อให้ชุมชน]
ดังกล่าวนี้ ก็เป็นอะไรที่จะต้องเริ่มล๊อบบี้รัฐบาล
ผ่านไปในทุกช่องทางในทุกเครือข่าย ให้ไปถึงท่านทักษิณทักษิโณมิกให้ได้
เพราะเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากแล้ว ก็คาดว่าถ้าท่านทักษิณ
say yes แล้วอะไรๆ ก็จะผ่านฉลุย ?!
เพราะ
ถ้ารัฐบาลเสียงข้างมากพรรคเดียวทำเรื่องนี้ ก็จะมีแต่เสียงสรรเสริญและคาดว่า
ไม่น่าจะมีเสียงค้านแม้ฝ่ายแค้นนอกสภาก็เถอะ
เสียงค่อนขอดว่าเอาแต่เรื่องเศรษฐกิจความร่ำรวย เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ที่โจษกันไปทั้งประเทศก็จะมีเรื่องดีๆ
ที่รัฐบาลนี้ทำเพื่อประชากรพิเศษกลุ่มนี้(หรือกลุ่มอื่นๆ ด้วย)ถ่วงดุลไว้
ก็น่าจะลดน้อยลงด้วย?
นี่ยังไม่นับถึงชื่อเสียงระดับโลกทางวิทยาการด้านออทิซึ่ม โดยเฉพาะ "เรื่องห้องห้องเรียนคู่ขนานฯ"
ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้น อย่างสมบูรณ์แบบที่ไหนในโลก/หากประเทศเราที่เริ่มต้นแล้วพัฒนาให้สมบูรณ์?
...แต่ทำไงเรื่องดีๆ อย่างนี้จึงจะถึงท่านทักษฯ ล่ะ?
ก็องครักษ์แวดล้อมมากมาย... ก็ว่าจะต้องใช้วิธีการล๊อบบี้กันนั่นล่ะนะ /ไม่ใช้การรวมพลเดินขบวนประท้วงหน้าทำเนียบ
นั่นเป็นวิธีการที่ล้าหลังน่ะ...และ ที่สำคัญน่าจะ ใช้ไม่ได้ได้/ไม่เหมาะ
กับประชากรออทิสติก....หากพ่อแม่ต้องหอบลูกออทิสติก
โดยเฉพาะกลุ่มอาการหนักๆ ไปตั้งม๊อบที่หน้าทำเนียบนี่ ...คิดดูเอาละกันจะทุลักทุเลแค่ไหน
แค่พาไปหาหมอ ที่โรงพยาบาลรอนานเกินไป คนเยอะคนมาก
ออทิสติกเราก็อาละวาดโรงพยาบาลจะพังแล้ว ....ก็จึงต้องใช้วิธีล๊อบบี้กันลูกเดียว
อีกลูกก็คง...ไม่รู้สิยังคิดไม่ออก!
เพื่อการล๊อบบี้ดังกล่าว ทาง "เครือข่ายผู้ปกครองฯ "
ได้ร่วมกับสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) จัดทำขึ้นซึ่ง
"ข้อสรุปรูปธรรมของยุทธศาสตร์สำหรับออทิสติก
เพื่อนำเสนอ "รัฐบาล" และ ทุกภาคส่วนของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง"
เพื่อความเข้าใจร่วมกันเชิญผู้ปกครองฯและท่านผู้เกี่ยวข้อง/ผู้สนใจ คลิก
เข้าไปอ่านกันได้เลยค่ะ
ที่ผ่านมาเดือนสองเดือนนี้ก็คงมีเท่านี้ก่อนละกัน
เจอกันอีกเดือนเมษายน/เดือนแห่งการขึ้นปีใหม่ไทย เดือนแห่งการสาดน้ำพอดี!ไม่รู้จะมีย้ำพอให้สาดกันหรือเปล่า
กรมอุตุฯ ว่า ปีนี้จะแล้งๆๆๆๆ...
เจอกันใหม่เดือนหน้าค่ะ!