
ฉบับที่ 17 / ธันวาคม
2547-มกราคม 2548
นอกจากเหตุการณ์บ้านเมืองที่ดุเดือดรุนแรง
ซึ่งปะทุขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตลอดครึ่งหลัง ของปี
๒๕๔๗ และส่งท้ายปีเก่าด้วยการประกาศจับและจับผู้ก่อการได้หลายคน
โดยรัฐบาลมีภาพไขข้อข้องใจให้กับสาธารชนที่ชัดเจนขึ้น ว่า พวกนี้เป็นใคร
มีที่มาที่ไปอย่างไร และรัฐบาลจะจัดการอย่างไรต่อไป
แต่ผู้เขียนก็ยังคงเป็นกลัวว่า
จะถูกลูกหลงกับเขาไปด้วยหากเผลอตัวไปในสถานที่อันมิบังควร
เพราะมีข่าวลือ/จากสื่อมวลชน/ว่า
ผู้ก่อการเตรียมจะก่อการใหญ่หลังหรือก่อนหรือระหว่างเทศกาลฉลองปีใหม่
ทุกปีใหม่ผู้เขียนจะต้องพาลูกๆ หลานๆ ไปเที่ยวไปกินตามที่ต่างๆ
....
ปีนี้กลัวๆ
อย่างไรไม่รู้กะว่า..จะอยู่บ้านพาลูกหัดรดน้ำต้นไม้!
อย่างไรก็ดี
นับว่าเหตุการณ์บ้านเมืองส่งผลต่อความเจริญก้าวหน้าในกิจการของคนออทิสติกพอสมควร
เพราะพวกคนที่มีอำนาจในการแบ่งเค้กแบ่งงบประมาณ หรือก็คือ พวกคนในรัฐบาลนั่นน่ะ
ต้องพากันเอาหัวสมองไปคิดแก้ปัญหาใต้กันเป็นระวิง พอเรื่องออทิสติกเข้าไป
ก็พากันเป็นเบลอๆ หรือเห็นเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วกันไปหมด
อย่างไรก็ดี ในระดับกระทรวง/ระดับรัฐบาล/หน่วยงานส่วนกลาง
/ ผู้เขียนก็ยังคงติดตามเรื่อง
การขอทุนไปเรียนต่อหลักสูตรเพิ่มเติมของท่านอาจารย์ คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างไม่ละเลิก ซึ่งข่าวล่าสุด
ก็คาดว่าผลน่าจะออกมาในทางบวก? / คาดว่าอีกวันสองวันจะตามอีก!
รวมทั้ง
"โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการ"
เพื่อส่งอาจารย์มหาวิทยาลัยระดับด็อกฯ ไปทำ อะไรนะ เรียกไม่ค่อยถูก
Post Dr. /สงสัยจะเขียนไม่ถูกซะอีกด้วย(ฮา) จำนวน ๕ ท่าน
และ บรรดาครู ศึกษานิเทศน์ หัวหน้าส่วนราชการ ของ สพฐ. อีกจำนวน ๑๙๐
คน/เบ็ดเสร็จก็ ๑๙๕ คน ไป ฝึกอบรมระยะสั้นที่ต่างประเทศ
ปีหนึ่งบ้าง เดือนหนี่งบ้าง สองเดือนบ้าง สามเดือนบ้าง เป็นอาทิตย์บ้าง
และสามสี่วันบ้าง? คิดเป็นเม็ดเงิน ๓๒ ล้านบาท/ปรับลดจาก ๔๘ ล้านบาท นัยว่า
จะได้พากันหูตาสว่างว่าที่อื่นเค้าไปถึงไหนแล้ว ระบบการศึกษาของไทย
จะได้ไม่รังแครังคัด
ที่จะจัดการศึกษาพิเศษเพื่อคนพิการกันอีกต่อไป-----อ.เบญจา /
ท่านว่าประมาณนี้ ซึ่งตามไปตามมาก็ตามไปถึงหน้าห้อง ท่าน วราเทพ/รมช.ก.คลัง
ซึ่งหน้าห้องของท่านก็ดี๊ดี บอกให้ไปตามที่กรมบัญชีกลาง แล้วก็ได้รู้ว่า
คณะกรรมการกองสลากใหญ่-ก็เป็นงงๆ อยู่ว่า มีเล็กมีใหญ่มีกี่กองกันแน่โนะ/
จะประชุมกันวันนี้แต่ไม่มีเรื่องของโครงการนี้เข้าสู่การพิจารณา
เจ้าหน้าที่ ท่านที่รับผิดชอบอยู่ท่านก็ว่า
จะดูให้ว่าประชุมครั้งหน้าจะพยายามพิจารณาเอาเข้าให้?
ประชุมเดือนละครั้งมีคนขอเข้ามาเยอะมากทั่วประเทศ ก็บอกไปว่า
ขอให้ช่วยคนพิการก่อนแล้วกัน เพราะคนปกติช่วยแบบถึงตัวได้ แต่คนพิการ
โดยเฉพาะพิการทางสมองแบบออทิสติก ต้องให้ได้ครูก่อน ได้บุคลากรที่
"สอนเป็น" ก่อน ฯลฯ
ก็บอกกับท่านเจ้าหน้าที่ที่เป็นต้นเรื่องท่านไปว่า ครั้งต่อไป จะให้ท่าน
อ.พวงมณี ตามเรื่องต่อ..
นั่นเป็นระดับประเทศ
ส่วนกลางที่ กทม. และส่วนกลางอีกเรื่องเป็นเรื่องภาคเอกชน คือ
สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) มีการประชุมเลือกกรรมการบริหารชุดที่ ๓
ไปเรียบร้อยแล้ว ได้คุณชูศักดิ์เจ้าเก่า เป็นนายสมาคมสมัยที่ ๓
ได้กรรมการบริหารหน้าเก่าของ กทม. จากชมรมผู้ปกครอง กทม. อยู่กันครบหน้า
กับกรรมการบริหารหน้าใหม่ ที่ ท่าน อ.ชูศักดิ์ ท่านไปเดินสายจัดตั้งชมรมไว้
ขนกันมาเพรียบ โดยเฉพาะจังหวัด ทางภาคใต้ภาคกลาง จากอีสานมี จ.อุดร ไป ๕ คน
/ เฉพาะผู้ปกครอง จากขอนแก่นมีผู้เขียนไป ๑ คน/เฉพาะผู้ปกครอง/เชียงราย ๑
หรือ๒ คน จำไม่ได้ เชียงใหม่.....ไม่น่าจะมีมา? /
จำไม่ได้....เอ้า..ก็คอยดูผลงานกันไป น่าจะดีกว่าชุดก่อนๆ ?
ที่เส้นทางถูกถากถางไว้ให้เยอะแล้ว
ส่วนในระดับท้องถิ่น/ผู้เขียนก็จะรู้เฉพาะ
ความเคลื่อนไหวในจังหวัดขอนแก่น/ที่ก็ก้าวรุดหน้าไปบนโต๊ะประชุมหลายเติบ
โดยมีการประชุม
"คณะกรรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น"
ครั้งที่ ๒ ไปเมื่อวันสองวันนี้
ทุกหน่วยราชการที่เป็นกรรมการ ส่งตัวแทนมาประชุมครบถ้วนทุกหน่วยงาน
โดยเฉพาะเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง ๕ เขต งานนี้ อ.ชูศักดิ์
บินมาเข้าประชุมให้โดยเฉพาะในนามนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย)
ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการพัฒนาฯ ออฯ ขอนแก่น ก็คาดว่า
กิจการเกี่ยวกับออทิสติกในจังหวัดขอนแก่นต่อไปน่าจะดีขึ้นๆๆ (!?!)
อย่างไรก็ตาม ใน
ประเด็นที่ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ ออฯ ขอนแก่น
นำเสนอในที่ประชุมคราวนี้นั้น ท่านนายกสมาคมฯ ที่ปรึกษาคณะกรรมการฯ
กล่าวกับผู้เขียน ว่า มีบางประเด็นที่ต้องเป็นการคุยแก้กัน ใน ระดับกรม
ระดับกระทรวง เช่น เกี่ยวกับเรื่องยาที่ยังไม่ครอบคลุมยาใหม่ๆ
หรือกรณีที่เป็นยา
ที่ต้องสั่งโดยแพทย์เฉพาะทางในโรงพยาบาลเฉพาะทางเท่านั้น เป็นต้น
ซึ่งทางนายกสมาคมฯ ออฯ จะนำไปคุยกับ ระดับอธิบดีกรมสุขภาพจิต
และกระทรวงสาธารณสุข ต่อไป/นัยว่าเที่ยวนี้นั่งเครื่องบินมาด้วยกัน กับ
รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตถึงสองคน / พญ.ศรีวรรณา นพ.อภิชัย
รวมทั้งคุณหมอฝ่ายนโยบายและแผน ของ กรมสุขฯ
ก็มา/ชื่ออะไรผู้เขียนก็จำไม่ได้
/นัยว่าเป็นผู้ทำแผนพัฒนาเกี่ยวกับออทิสติก ของ กรมสุขฯ ด้วย
ทางด้านสาธารณสุขเกี่ยวกับออทิสติกจึงน่าจะคืบไปได้ด้วยดี
รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยบริการบำบัดนำร่อง ตามโรงพยาบาลศูนย์จังหวัด จำนวน
๒๕-๓๐ แห่ง นายกสมาคมฯออฯ ก็ยังบอกอีกว่า ได้รวมโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นฯ
เข้าไปอยู่ในแผนแล้วด้วย
ทั้งนี้ผู้เขียนได้แลกเปลี่ยน กับ นายกสมาคมผู้ปกครองฯ ออทิซึ่มฯ
อีกด้วย ว่า น่าจะต้องมีการผลักดันการจัดการด้านต่างๆ
เกี่ยวกับประชากรที่มีความพิการทางสมองกลุ่มออทิสติก รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ
อันใกล้เคียง เข้าเป็นนโยบายรูปธรรมของรัฐบาลให้ได้ และสมาคมฯ
น่าจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง ในฐานะอยู่ใกล้ศูนย์กลางอำนาจ?
นายกสมาคมฯออทิซึ่มฯ / ซึ่งเป็นถึงที่ปรึกษากระทรวงพัฒนาสังคมฯ ด้านคนพิการ
และอยู่ในทีมที่ปรึกษานายรัฐมนตรีด้านคนพิการฯ/ ก็เห็นด้วย
โดยปัญหาเฉพาะหน้านี้ คือ
การผลักดันครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกของห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกตามโครงการ
๕๐+๓
โรงนำร่อง จำนวน ๑๐๖ คน
/เฉพาะที่ผ่านการประเมิน/เข้าบรรจุเป็นอัตราจ้างประจำของโรงเรียนได้อย่างไร...ไม่เช่นนั้นครูของกลุ่มเด็กเราจะหนีไปสมัครงานที่อื่นกันหมด?
ซึ่ง ตรงนี้จะต้องคุยกันกับรัฐบาลในระดับนโยบายกันเลยทีเดียว?
และยังจะต้องเตรียมขยายห้องเรียนคู่ขนานฯ ในปีการศึกษา ๒๕๔๘ นี้อีกด้วย
ซึ่งทางนายกสมาคมฯ ออฯ บอกว่า
จะมีการสัมมนาแกนนำผู้ปกครองราวปลายเดือนมกราคมปีหน้าที่จะถึงนี้
อันนี้ตอนวันประชุมเลือกกรรมการบริหาร ชุดใหม่ ชุดที่ ๓
ท่านก็ว่าจะ สัมมนาเฉพาะกรรมการบริหารสมาคมฯ กับ กรรมการที่ปรึกษาสมาคม
(มีผู้เขียนอยู่ด้วย)
ประมาณว่าจูนความคิดกรรมการบริหารสมาคมฯให้แน่นก่อนว่า
การจัดการด้านต่างๆ ที่จะนำเสนอต่อ "รัฐ/สังคม" ของกลุ่มออฯ นั้น
จะมีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง ก็มาเปลี่ยนเป็นกลุ่มใหญ่เลย
ก็ไม่รู้ว่าจะออกมาในรูปไหน
เพราะตามแนวทางที่ผู้เขียนนำเสนอ อย่างเช่นทางด้านการศึกษา
ก็ไม่รู้ว่ามีผู้ปกครองหน้าใหม่ท่านใดท่านอ่านหรือเปล่า?
ผู้ปกครองหน้าใหม่
หากท่านไม่อ่าน พอมาสัมมนาด้วยกันท่านก็จะเอาแต่ปัญหา
ที่ผู้ปกครองรุ่นเก่าเผชิญมาหมดแล้ว และนำเสนอ
ทางแก้ไขอย่างรอบด้านไว้หมดแล้ว ขึ้นมาเถียงกันอีกหละ.....มันก็
จะเป็นตาน่าเบื่อ และ บางที
ผู้ปกครองรุ่นเดอะที่ลูกท่านรอดพ้นปากเหยี่ยวปากกาแล้ว ท่านก็ไม่อ่านอีกแหละ
อย่างเรื่อง "ห้องเรียนคู่ขนานฯ" ผู้ปกครองบางท่านก็โจมตีว่า
เอาแต่เด็กหนักๆ ทำให้เด็กเบาๆ ถูกทอดทิ้ง....ผู้เขียนก็นึกในใจฉิบ...
ฉันเสนอไปสองรูปแบบทั้ง "ห้องเรียนคู่ขนานฯ" และ
"ห้องเรียนสอนซ่อมสอนเสริม" ท่านเอาไปรูปแบบเดียว
แล้วท่านไม่ศึกษาแนวทางที่ผู้เขียนนำเสนอ แล้วท่านก็มาโจมตี อย่างนี้แหละ
น่าเบื่อ และถ่วงรั้งความเจริญก้าวหน้าของกลุ่มออทิสติกเป็นที่สุด!
อย่างไรก็ดี
ผู้เขียนก็จะหาทางดันให้มันเป็นนโยบายรูปธรรมของรัฐบาลให้ได้อ่ะนะ
ทางเครือข่ายของผู้เขียน ที่เกี่ยวข้องกับบางคนในพรรคการเมืองทั้งสองฝ่าย /
ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน / ว่าให้ผู้เขียนเขียนสรุปสั้นๆ มาให้ไม่เกินสัก
๓ หน้ากระดาษเอ๔ เพื่อดูว่าจะแปลงเป็นนโยบายรูปธรรมทำนอง
"สามสิบบาทรักษาทุกโรค" ได้ยังไง? ซึ่งผู้เขียนก็กำลังคิดๆ
อยู่ว่าจะเขียนออกมายังไงดี.. เขียนเสร็จก็คงส่งให้สมาคมออฯ
ดูด้วยแหละเพื่อช่วยกันผลักดัน
ที่ผ่านมาเดือนสองเดือนนี้ก็คงมีเท่านี้ก่อนละกัน
เจอกันใหม่เดือนหน้าค่ะ!