จากประธานกองทุนฯ........

ฉบับที่ 11/ มีนาคม 2547

มีความคืบหน้าทางด้านการศึกษาของบุคคลออทิสติกไป พอสมควรในเดือนนี้...แน่นอนยังเป็นความคืบหน้าบนโต๊ะ   แต่ก็พอให้มองเห็นวี่แววว่า        กระบวนการต่าง ๆ จะก้าวกระโดดลงจากโต๊ะไปถึง ตัวเด็กออทิสติกจริงๆ ที่โรงเรียนทั่วไปในปีการศึกษา 2547 ที่จะถึงนี้ ประมาณ 50 โรงเรียนในกลุ่มแกนนำ โรงเรียนนำร่องรับเด็กพิการเรียนร่วม ของ สพฐ. 390 โรงเรียน ยกเว้นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลบางโรงเรียนที่ได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ให้รับเข้าโครงการด้วยเพราะลูกของแกนนำผู้ปกครองที่ร่วมผลักดันโครงการอยู่ที่นั่นด้วย ทั้งนี้จากการยืนยันของท่านอาจารย์เบญจา ชลธรานนท์ รักษาการที่ปรึกษา สพฐ.ด้านคนพิการฯ ซึ่งในปีการศึกษา 2548 ก็จะขยายจาก 390 โรงเรียน เป็นประมาณกว่า 2,000 โรงเรียน/แต่ยังไม่แจ้งว่าจะเป็นออทิสติกกี่โรงก็คาดว่าน่าจะต้องเพิ่มจาก 50 โรงในปีนี้ เป็นไม่ต่ำกว่า 175 โรงในปีหน้าอ่ะนะ โดยประมาณว่าจะได้งบประมาณในการนี้จากรัฐบาลมาอีกกว่า 1,000 ล้านบาท

สำหรับในปีการศึกษา 2547 นี้    งานที่จะต้องช่วยกันทำอย่างเร่งด่วน คือ หลักสูตรอบรมแบบพื้นฐานเข้มข้นสำหรับ ครูออทิสติก 100 คน-โรงเรียนละ 2 คน สำหรับนักเรียนในชั้นเรียนพิเศษ(ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก) /ที่ต้องจ้างใหม่/รวมบุคลากรจากระดับผู้บริหารอีก ประมาณ 50 คน/ที่ไม่จ้างใหม่เอาจากที่มีอยู่แล้ว/ ที่จะลงโรงเรียนแกนนำ นำร่องเรียนร่วมเด็กออทิสติก    ลองหลับตาจินตภาพดู  ครูที่ยังไม่รู้เรื่องออทิสติกมาก่อนเลย จะต้องรู้เรื่องอะไรบ้าง?    จึงจะจัดการกับนักเรียนออทิสติกระดับกลุ่มอาการหนัก-ปานกลาง และกลุ่มอาการเบาที่ยังไม่ function ในโรงเรียนทั่วไปได้?

ทั้งหลักสูตรการอบรมครูและโรงเรียน ตลอดจนกระบวนการรับครูใหม่ประมาณ 100 คนนี้ ทั้งการเขียนโครงการขอเงินเพื่อการอบรมนี้ จะต้องกระทำให้แล้วเสร็จก่อนเปิดเทอมที่จะถึงนี้ 3-4 เดือน / มี.นา. เม.ย. พ.ค.   และ มิ.ย. ต้องพร้อมที่จะลงกับเด็ก

หนักหนาสาหัสอยู่ค่ะงานนี้ ต้องช่วย ๆ กันหน่อยนะคะ และกว่าจะลงตัวได้ แทบตาย โดยผู้เขียนเองถึงกับถูกตัดญาติขาดมิตรจากเครือข่ายผู้ปกครองด้วยกันบางคน โทษฐานไม่เป็นปากเป็นเสียงในที่ประชุมให้และว่าผู้เขียนกลัวใครบางคนจนหัวหด! ก็กลัวอีหลีกะ กลัวว่า 50 โรงเรียนมันจะล่มมันจะเพี้ยนไป เพราะอัตราครูผู้สอนหนึ่งคนต่อนักเรียนออทิสติก 2 คน นี้ กว่าจะตกลงกันมาได้ หืดขึ้นหัว/ไม่แค่ขึ้นคอ แต่เรา เรียกร้องให้กับ ระดับกลุ่มอาการหนัก-กลุ่มอาการปานกลาง และกลุ่มอาการเบาที่ยังไม่ function น่ะ เดี๋ยวท่านเล่นเอาไปใช้กับ ออทิสติกระดับไอนสไตน์ที่เรียนในระบบปกติได้แล้ว ทำไงล่ะ? ระบบการศึกษาไทยยิ่งขี้เกียจกันอยู่เดี๋ยวพวกที่หนักๆ ก็จะถูกทิ้งอยู่นอกระบบกันอีกต่อไปเท่านั้น รับที่ศักยภาพต่ำได้ ศักยภาพสูงก็จะค่อยๆ เข้าล่องเข้ารอยเข้าระบบกันต่อไป ในอัตราส่วนครูผู้สอนกับนักเรียนผู้เรียนแตกต่างกันออกไป

แต่จะทำงานเพื่อสาธารณะก็คงอย่างนี้ ต้องสู้ทนกันไปน่ะนะ ต้องรับเอาไปทั้งดอกไม้ และก้อนอิฐ

เจอกันใหม่เดือนหน้าค่ะ!

จีรพันธุ์ ตันมณี

ประธานกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก

 

 

 

 

main menu  / main page