บทความตีพิมพ์

  บทความยุคเริ่มแรกคลิก"ที่นี่" ยุคกลางคลิก "ที่นี่" ยุคปี๒๕๔๘ คลิก "ที่นี่"

บทความ ยุค 2551- ปัจจุบัน คลิก "ที่นี่"

กองทุนฯ เปิดหน้านี้

ด้วยเล็งเห็นว่า

แนวความคิดใดๆที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง   ทั้งในด้านความคิดและในด้านโครงสร้างของสังคม เพื่อการช่วยเหลือผู้พิการผู้ด้อยโอกาสกว่า ต้องอาศัยการสื่อสารมวลชน ต้องอาศัยพลังของสาธารณชน ลำพังปัจเจกชนโดดๆ และการร้องขออย่างเงียบๆ ไม่อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได ้หากสาธารณชนยังไม่ตื่นตัว ยังไม่เห็นด้วย เพราะกลุ่มคนพิการผู้ด้อยโอกาสกว่ามักจะถูกลืม เพราะมีเป็นจำนวนข้างน้อยของสังคม

กองทุนฯ จึงหวังว่า บทความทั้งหลายของกองทุนฯ ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันต่างๆใดๆ จะเป็นสิ่งย้ำเตือนให้สังคมสำนึกถึงการดำรงอยู่ของผู้พิการผู้ด้อยโอกาสกว่า และกล่าวเฉพาะในที่นี้คือการดำรงอยู่ของผู้พิการผู้ด้อยโอกาสกว่ากลุ่มออทิสติก

ด้วยคาดหวังว่าจะปลุกจิตสำนึกในทุกส่วนของสังคม     โดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐ ให้ตระหนักถึงว่าจะต้องเอื้ออาทรและแบ่งปันโภคทรัพย์ของสังคมมาให้กับการช่วยเหลือ     ผู้พิการผู้ด้อยโอกาสกว่ากลุ่มนี้ อย่างถูกต้องเป็นธรรมและทั่วถึงโดยไม่เบียดบังคอรัปชั่น โดยไม่เป็นแบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา 

โดยเฉพาะหน้านี้ จะต้องให้ช่วยกันคิดช่วยกันทำในเรื่องโครงสร้างทางสังคมของการให้บริการแก่ผู้พิการทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง รวมทั้งร่วมเป็นตัวจักรฟันเฟืองขับเคลื่อนให้บริการต่างๆใดๆ เกิดเป็นจริงขึ้นให้ได้อีกด้วย

ทั้งยังต้องเป็นบริการที่ไม่เพิ่มเติมความทุกข์ทรมาน แก่ผู้พิการผู้ด้อยโอกาสที่มีอยู่มากแล้วเพราะความด้อย แต่จะต้องเป็นบริการที่ลดและปลดเปลื้องความทุกข์ทรมานของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นบริการทางด้านการศึกษาหรือสาธารณสุขและอื่นๆ

ขอขอบหนังสือพิมพ์รายวันทุกฉบับที่ตีพิมพ์บทความของกองทุนฯ ไว้ ณ ที่นี้ และขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อกองบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน  ที่เอื้อเฟื้อเนื้อที่เป็นปากเป็นเสียงให้เสมอมา

 

 

 

 

 

 

นับแต่บทความบทแรกของกองทุนฯ "ออทิสติกภาคอีสานกับโอกาสที่จะเป็นคนเต็มคน ความเป็นไปได้มีแค่ไหน?"  ได้รับการตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ มติชนรายวัน ฉบับวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๔๒ เป็นต้นมา จนบัดนี้ที่ "ออทิสติกกับปัญหาทางการแพทย์-การบำบัด/ในระดับรากหญ้าและในขอบเขตทั่วประเทศ" บทความชิ้นสุดท้ายของกองทุนฯ ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๔๕ รวมบทความของกองทุนฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ตามหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆแล้วทั้งสิ้นจำนวน ๑๓ บทความ 

 

 

 

 

 

 

ดังนี้

ดังนี้

  1. ออทิสติกภาคอีสานกับโอกาสที่จะเป็นคนเต็มคน ความเป็นไปได้มีแค่ไหน?

  2. สัมผัสปัญหาออทิสติก ณ วันนี้ยังรอครูชุบชีวิตใหม่

  3.  "ผู้พิการจะเรียนต้องได้เรียน" จะเป็นจริงได้วงการวิทยาศาสตร์การแพทย์และวงการด้านการศึกษาจะต้องปฏิรูปปรับเปลี่ยนกันอย่างรอบด้าน

  4. ผู้พิการทางสมองกลุ่มออทิสติกกับการเข้าสู่ระบบการศึกษาของชาติ ภาระนี้หน้าที่ใคร? VERSION 2

  5. ข้อเรียกร้องในการออกกฎกระทรวงสำหรับผู้พิการทางสมองกลุ่มออทิสติก-เสียงเรียกร้องจากภูมิภาค

  6. "ออทิสติกกับผู้ประกอบวิชาชีพแพทย์-บทพิสูจน์ใครกันอัจฉริยะปัญญานิ่ม?" VERSION2

  7. "จะปฏิรูปการศึกษาคนพิการกันแบบไหนหากเมินความจำเป็นขั้นพื้นฐานเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะความจำเป็นขั้นพื้นฐานของกลุ่มของกลุ่มออทิสติก"

  8. ปัญหาการศึกษา “กลุ่มออทิสติก” อีกนานแค่ไหนจึงจะเกาถูกที่คัน?

  9. การศึกษาออทิสติกภาคอีสานกับความจริงใจของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย

  10.  จัด กศ.พิเศษกลุ่มออทิสติก ปัญหา “4 ไม่ ทางการศึกษา”

  11.  การจัดการศึกษาพิเศษกลุ่มออทิสติก บทพิสูจน์ความจริงใจและสมรรถนะด้านงานการศึกษาของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย

  12. ออทิสติกและการศึกษากับสถาบันอุดมศึกษาและทบวงมหาวิทยาลัย

  13. ออทิสติกกับปัญหาทางการแพทย์-การบำบัด/ในระดับรากหญ้าและในขอบเขตทั่วประเทศ

 

 

 

 

ในตลอดช่วง ๒-๓ ปีให้หลังมานี้ คงต้องยอมรับว่าบทความของกองทุนฯ เมื่อประกอบเข้ากับการเคลื่อนไหวของเครือข่ายอื่นๆ โดยเฉพาะเครือข่ายครอบครัวออทิสติกที่มี "ศักยภาพ" อย่างครอบครัวของ "นัชเขียนเอง" ที่เคลื่อนไหวเปิดตัวสู่สังคมวงกว้างแบบปัจเจกชน หรือการเคลื่อนไหวแบบเป็นองค์กรอย่าง "สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย)" หรือชมรมผู้ปกครองเด็กออทิสติกชมรมต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ได้ทำให้ คำว่า "ออทิสติก" เป็นที่ "รู้จัก" ในวงกว้างมากขึ้น แต่ก็ยังเป็นการรู้จัก "แบบผ่านหู" ยังไม่เป็นการรู้จักแบบ "เข้าใจ"  กองทุนฯ จึงเห็นว่าภารกิจในการทำให้ "ออทิสติก" เป็นที่ "เข้าใจ" ของสังคมไทยทั้งในวงกว้างวงแคบยังคงเป็นภารกิจที่ยังคงจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่องต่อไป

แต่แค่ "เข้าใจ" เท่านั้นยังไม่พอ......

กองทุนฯขอตอกย้ำว่า นอกจากภารกิจในการทำให้ "สังคม/รัฐ" เข้าใจแล้ว ยังต้องมีภาระกิจในการผลักดันให้ "สังคม/รัฐ" ต้อง "คิดใหม่ ทำใหม่" ในหลายๆ เรื่องที่จะต้องเกี่ยวข้องกับออทิสติกอีกด้วย ถ้า "สังคม/รัฐ" ยังคิดเหมือนเดิมยังทำเหมือนเดิม ก็ไม่สามารถจะจัดการกับปัญหาของออทิสติกได้โดยเฉพาะออทิสติกในระดับรากหญ้าตามจังหวัดห่างไกลและออทิสติกระดับหมู่บ้านตามชนบท ทั้งเราก็ไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของออทิสติกได้/ชะตากรรมที่ออทิสติกจะต้องติดอยู่ในคุกของครอบครัวหรือคุกของโรงพยาบาลคนบ้าหาก "สังคม/รัฐ" ยัง "คิดเก่า ทำเก่า" แบบเดิม ๆ

 

ลองจินตภาพดูครอบครัวออทิสติกที่ลูกออทิสติกอายุเกือบสามสิบปี ตัวสูงใหญ่ไม่มีภาษาไม่มีสังคมอาละวาดหนักขึ้นเรื่อยๆ พ่อแม่วัยกว่า ๖๐ ปี แก่เฒ่าแล้วทั้งคู่ ต้องนั่งอภิบาลลูกออทิสติกวัยฉกรรจ์กันตามลำพังโดยปราศจากการช่วยเหลือจากสังคมภายนอกและไม่พร้อมที่จะให้สังคมภายนอกเข้าไปรู้เห็นในชะตากรรมของตนตรงนี้เพราะยังคิดว่า ยังอยู่ในภาวะที่ยัง "เลี้ยงดู/อภิบาล" ลูกได้ ทั้งๆ ที่เวลาจะเข้าห้องน้ำก็ยังต้องผลัดกันเข้า ซึ่งครอบครัวนี้เอาลูกติดตามรักษากับโรงพยาบาลยุวประสาทฯ มาตลอด จนลูกโตแล้วเทียวไปที่ยุวประสาทฯไม่ไหวแล้ว จึงเอามาอภิบาลกันเองที่บ้าน รอวันเวลาที่จะหมดอายุขัยกันไป หากพ่อแม่หมดอายุขัยไปแล้วก็แล้วแต่เวรแต่กรรมว่าลูกออทิสติกคนนี้ ใครจะรับอภิบาลต่อซึ่งก็คงไม่พ้นต้องถูกจับไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต หรือเขาอยู่สู้ชีวิตไม่ได้ต้องตกตายตามพ่อแม่ที่สิ้นอายุขัยไปก่อนก็จะทำไงได้?

อีกรายหญิงชราวัย ๖๐ ต้น ลูกชายไข่ทิ้งไว้เป็นเด็กหญิงทิสติกแล้วหนีหาย หญิงชราผู้นี้เลี้ยงมาจนอายุเข้าจะวัยรุ่นเริ่มโต กลัวหลานถูกข่มขื่นไม่รู้จะทำอย่างไร? บางวันพาไปนาด้วยเด็กไม่ยอมลุกจากเถียงนา ดึงทึ้งยายไว้ไม่ยอมกลับบ้านพูดก็ไม่ได้ จนมืดค่ำกว่าเพื่อนร่วมหมู่บ้านจะไปเจอและช่วยแกะหลานออกจากยายแล้วพากลับบ้านมาได้

นี่คือชะตากรรมของออทิสติก/ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกอยู่ไหน?

อีกไม่นานเสียงเรียกร้องนี้จะเริ่มดังระงมทั่วประเทศขึ้นมาอีกเสียงหนึ่ง ควบคู่กับเสียงเรียกร้องหาโรงเรียนให้ลูกออทิสติกที่ดังระงมกันอยู่แล้วในขณะนี้

ผู้ที่อ้างแต่เหตุผลเก่าๆว่ารัฐบาล รัฐ/สังคม ไม่มีงบประมาณ ไม่ว่าจะเสนออะไรที่หวังจะให้มีผลในทางปฎิบัติ ก็พากันอ้างแต่เหตุผลว่ารัฐบาลไม่มีงบๆๆๆ ถ้าหน่วยงานหรือบุคลากรในภาครัฐอ้างกันยังพอทำเนา นี่ผู้ปกครองด้วยกันยกเหตุผลนี้มาตีกันกันซะเองพูดแทนรัฐ/พูดแทนหลวง กองทุนฯ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร?แล้ว

นี่ก็เห็นกันอยู่ชัดๆ รัฐ/หลวง-กระทรวงศึกษาประกาศขึ้นขั้นขึ้นเงินเดือนผู้บริหารนอกสถานศึกษาไปอีกแล้ว/คิดดูทั่วประเทศจะเป็นเม็ดเงินเท่าไร? ทั้งที่ไม่เพิ่มเงินเดือนไม่ขึ้นขั้นพวกนี้ตายไหม-ไม่ตายค่ะ เพียงความสบายเท่าเดิม แต่ออทิสติกที่หนักๆ นี่-ตายแต่ ๆ ตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ, สนามบินหนองงูเห่าก็สร้างกันได้เป็นแสนๆ ล้าน, เงินตอบแทนเพิ่ม สส.,สว. ก็ว่ากันไปแล้ว ฯลฯ

ฉะนั้นบทความของกองทุนฯ ในช่วงต่อไปนี้ ยังจะเน้นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ,แนวคิดและวิถีปฏิบัติ ของ "สังคม/รัฐ" เสียใหม่ในหลายๆเรื่องแบบที่ต้องให้ "คิดนอกกรอบ" โดยกองทุนฯ หวังผลอันจะพึงมีต่อการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมไม่ใช่หวังเพียงการเคลื่อนไหวตามโต๊ะประชุมที่ไร้ผลในทางปฏิบัติเท่านั้น 

ดังนี้

 

14 . "โปรดปลดโซ่ตรวน" เสียงเพรียกจากเอ็นจีโอ..ถึงนายกฯ"แม้ว" เพื่อชีวิตใหม่..เด็กพิการในรั้วโรงเรียน
 

15. "จดหมายเปิดผนึกถึงกระทรวงศึกษาธิการ"

16.ครูอาสา กศน.ตัวอย่างครูพันธุ์ใหม่ ที่ต้องเป็นพหูสูตสอนผู้เรียนได้ทุกกลุ่ม : บทพิสูจน์วิชาชีพชั้นสูงของประชากรครู

17.ว่าด้วยความเข้าใจในยุทธศาส์ตร์การพัฒนาการศึกษาของประชากรในวัยเรียนที่มีความต้องการพิเศษ / สิงหาคม 2546

 

ข้อเขียนและบทความปี 2548 กับรัฐบาลทักษิณยุค 4 ปีสร้าง?

สร้างอีหลีเด้อท่านทักษ์ฯ อย่าหลอกกันเด้อ!

 

18. ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก และ ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษ ในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน : กระบวนการขับเคลื่อนตะล่อมกล่อมเกลาภาครัฐไม่ให้หลงทิศผิดทาง!

19. "ออทิสติกไทยกับการต่อยอดวิทยาการตะวันตก บนฐานรากภูมิปัญญาตะวันออก ของ สังคมไทย" :จะเลิกสร้างภาพและหยุดสนุกกับ "งานปาหี่คนพิการ" สักรัฐมนตรีหนึ่งจะได้ไหม?

20.แผนที่ชีวิตของบุคคลออทิสติกตั้งแต่เกิดจนตายต้องการอะไรบ้างรัฐบาล "ยุค ๔ ปีสร้าง" ของ ท่านทักษิณจะ "สร้าง" ให้?

21. ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก-ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษ ใน โรงเรียนทั่วไปใกล้บ้าน :   นวตกรรมการบริหารจัดการทางการศึกษา สำหรับประชากรในวัยเรียนที่มีความบกพร่องในระบบการทำงานของสมอง

22. บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น

23. ว่าด้วยเรื่อง ร.ม.ต. พ.ม. กับ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น

 

หัวชนฝา สู้หัวชนฝา

 

main menu