ลองจินตภาพดูครอบครัวออทิสติกที่ลูกออทิสติกอายุเกือบสามสิบปี
ตัวสูงใหญ่ไม่มีภาษาไม่มีสังคมอาละวาดหนักขึ้นเรื่อยๆ
พ่อแม่วัยกว่า ๖๐ ปี แก่เฒ่าแล้วทั้งคู่
ต้องนั่งอภิบาลลูกออทิสติกวัยฉกรรจ์กันตามลำพังโดยปราศจากการช่วยเหลือจากสังคมภายนอกและไม่พร้อมที่จะให้สังคมภายนอกเข้าไปรู้เห็นในชะตากรรมของตนตรงนี้เพราะยังคิดว่า
ยังอยู่ในภาวะที่ยัง "เลี้ยงดู/อภิบาล" ลูกได้ ทั้งๆ
ที่เวลาจะเข้าห้องน้ำก็ยังต้องผลัดกันเข้า
ซึ่งครอบครัวนี้เอาลูกติดตามรักษากับโรงพยาบาลยุวประสาทฯ มาตลอด
จนลูกโตแล้วเทียวไปที่ยุวประสาทฯไม่ไหวแล้ว
จึงเอามาอภิบาลกันเองที่บ้าน รอวันเวลาที่จะหมดอายุขัยกันไป
หากพ่อแม่หมดอายุขัยไปแล้วก็แล้วแต่เวรแต่กรรมว่าลูกออทิสติกคนนี้
ใครจะรับอภิบาลต่อซึ่งก็คงไม่พ้นต้องถูกจับไปอยู่โรงพยาบาลโรคจิต
หรือเขาอยู่สู้ชีวิตไม่ได้ต้องตกตายตามพ่อแม่ที่สิ้นอายุขัยไปก่อนก็จะทำไงได้?
อีกรายหญิงชราวัย ๖๐ ต้น
ลูกชายไข่ทิ้งไว้เป็นเด็กหญิงทิสติกแล้วหนีหาย
หญิงชราผู้นี้เลี้ยงมาจนอายุเข้าจะวัยรุ่นเริ่มโต
กลัวหลานถูกข่มขื่นไม่รู้จะทำอย่างไร?
บางวันพาไปนาด้วยเด็กไม่ยอมลุกจากเถียงนา
ดึงทึ้งยายไว้ไม่ยอมกลับบ้านพูดก็ไม่ได้
จนมืดค่ำกว่าเพื่อนร่วมหมู่บ้านจะไปเจอและช่วยแกะหลานออกจากยายแล้วพากลับบ้านมาได้
นี่คือชะตากรรมของออทิสติก/ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกอยู่ไหน?
อีกไม่นานเสียงเรียกร้องนี้จะเริ่มดังระงมทั่วประเทศขึ้นมาอีกเสียงหนึ่ง
ควบคู่กับเสียงเรียกร้องหาโรงเรียนให้ลูกออทิสติกที่ดังระงมกันอยู่แล้วในขณะนี้
ผู้ที่อ้างแต่เหตุผลเก่าๆว่ารัฐบาล รัฐ/สังคม ไม่มีงบประมาณ
ไม่ว่าจะเสนออะไรที่หวังจะให้มีผลในทางปฎิบัติ
ก็พากันอ้างแต่เหตุผลว่ารัฐบาลไม่มีงบๆๆๆ
ถ้าหน่วยงานหรือบุคลากรในภาครัฐอ้างกันยังพอทำเนา
นี่ผู้ปกครองด้วยกันยกเหตุผลนี้มาตีกันกันซะเองพูดแทนรัฐ/พูดแทนหลวง
กองทุนฯ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร?แล้ว
นี่ก็เห็นกันอยู่ชัดๆ รัฐ/หลวง-กระทรวงศึกษาประกาศขึ้นขั้นขึ้นเงินเดือนผู้บริหารนอกสถานศึกษาไปอีกแล้ว/คิดดูทั่วประเทศจะเป็นเม็ดเงินเท่าไร?
ทั้งที่ไม่เพิ่มเงินเดือนไม่ขึ้นขั้นพวกนี้ตายไหม-ไม่ตายค่ะ
เพียงความสบายเท่าเดิม แต่ออทิสติกที่หนักๆ นี่-ตายแต่ ๆ
ตกนรกทั้งเป็นแน่ๆ, สนามบินหนองงูเห่าก็สร้างกันได้เป็นแสนๆ ล้าน,
เงินตอบแทนเพิ่ม สส.,สว. ก็ว่ากันไปแล้ว ฯลฯ