
บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น
ก่อนจะมาเป็น ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น ใน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
|
[ซึ่งศูนย์บริการฯ ไม่ใช่ ความต้องการจำเป็นของบุคคลออทิสติกในกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกผู้บุกเบิก ทางกลุ่มจึงยังคงต้องต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ได้หรือให้เป็น "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น" ตามเจตนารมณ์แต่ดั้งเดิม]
ความเป็นมา:
๑.ราว พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๗ แกนนำผู้ปกครองบุคคลอทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น เช่น นางหทัยพร คลังกำแหงเดช นางนภัทร พุกกะนะสุต นางประภา อภิพัฒนา นางอุมารัตน์ เดชะรินทร์ นายธีรศักดิ์ กอวรกุล ร.ศ.นพ.กำธร ธรรมประเสริฐ และนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ได้ร่วมกันระดมความคิด เพื่อประมวลแผนที่/แผนภูมิชีวิตบุคคลออทิสติก (Autism_Road Map) ว่า ตลอดชีวิตของบุคคลออทิสติก(และบุคคลที่มีกลุ่มอาการใกล้เคียงกัน-กลุ่มอาการพี่น้องของออทิซึ่ม) ตั้งแต่เกิดจนตายต้องมีอะไร ที่จะเป็น "กลไก" ขับเคลื่อนกระบวนการยกระดับศักยภาพและคุณภาพของประชากรกลุ่มนี้ เฉกเช่นประชากรปกติหรือประชากรอปกติกลุ่มอื่นๆ มี ซึ่งก็ตกผลึก ออกมาได้เป็น ๔ กลไก คือ ๑. คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไป ๒.ห้องเรียน ๒ รูปแบบ;ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน, ๓.บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน, ๔.สถาบันวิจัยออทิซึ่ม
๒. กล่าวเฉพาะ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ทางแกนนำเครือข่ายผู้ปกครองดังกล่าว ด้านหนึ่ง ในระดับประเทศได้เคลื่อนไหวเข้าพบปะพูดคุยหารือและร่วมประชุมกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) หลายครั้ง อีกด้านหนึ่ง ในระดับพื้นที่ก็ให้แต่ละพื้นที่เคลื่อนไหวให้เกิดรูปธรรมในพื้นที่ของตนเอง แต่ในที่สุดก็ยกธงขาว/ยอมแพ้กันหมด เพราะคุยในระดับประเทศว่ายากแล้วระดับพื้นที่ยิ่งยากกว่า จึงเหลือแต่ที่จังหวัดขอนแก่น ที่ยังคงเดินเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดรูปธรรมบ้านพิทักษ์ฯ แต่ก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากแกนนำผู้ปกครองทั้งหมดอยู่เหมือนเดิม โดยต่างก็หวังกันว่าหากที่จังหวัดขอนแก่นเกิดขึ้นและเข้าโครงสร้างได้ จะส่งผลกระเทือนให้เกิดขึ้นได้ทั่วประเทศ
๓. ราว พ.ศ. ๒๕๔๗ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกขอนแก่น ได้จัดตั้ง กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ ขึ้น และได้ผลักดันให้จังหวัดตั้ง คณะกรรมการ พัฒนาสังคม และ ความมั่นคง ของ บุคคลออทิสติก มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) เป็นที่ปรึกษา แล้วได้จัดตั้งอนุกรรมการย่อยในแต่ละด้านขึ้นที่สำคัญคือ อนุกรรมการด้านสังคม มี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน มีหน้าที่ พัฒนากลไกการช่วยเหลือและพิทักษ์สิทธิของบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น โดยการจัดตั้งและพัฒนา "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน" ของจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น"
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดขอนแก่น นายเกรียงศักดิ์ คุณวิเศษ ในขณะนั้น ได้จัดทำ โครงการจัดตั้งบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น เพื่อจัดเตรียมบุคลากร รูปแบบด้านการบริหารจัดการ ยื่นขอทุนสนับสนุนการดำเนินงานผ่านไปทาง สำนักพิทักษ์คนพิการฯ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับทำหนังสือขอใช้สถานที่ทำการชั่วคราว ที่เคยเป็นที่ทำการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเก่า ที่ยังว่างอยู่ไปยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๑ สถานที่ทำการชั่วคราวบ้านพิทักษ์ฯ จึงอยู่ที่นี่ ซึ่งทางชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น โดยนายบุรี เสรีโยธิน ได้จัดทอดผ้าป่า แบ่งเอาเงินที่ได้จำนวนเก้าแสนกว่าบาทมาจัดสร้างบ้านพิทักษ์ฯชั่วคราว ๔. ปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ งบประมาณดำเนินการ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการที่ยื่น ขอ งบประมาณสนับสนุนจาก กองสลาก/ในส่วน ของ เงินหวยสองตัวสามตัว ผ่าน คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ฯ จำนวน (0.965250 ล้านบาท-นี้เป็นจำนวนที่ท่านอ้อมพรยื่นเสนอขอให้) 1.9 ล้านบาท (นี้เป็นจำนวนที่คณะทำงานของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯปรับโครงการฯ ให้ใหม่) โดยพัฒนาสังคมฯ จังหวัดขอนแก่น สำนักพิทักษ์คนพิการฯ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นต้นเรื่อง ราวมิถุนายน ๒๕๔๘ ก็ได้เม็ดเงิน ๑.๙ ล้านดังกล่าวมาดำเนินการ โดย พ.ม.จ. เป็นเจ้าภาพเบิกจ่ายเงิน ส่วนการบริหารการพัฒนาบุคลากรร่วมกับกลุ่มผู้ปกครองและศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙ อบรมบุคลากรและวางระบบการบริหารจัดการ โดยใช้บุคลากรจำนวน ๑๑ คน สำหรับดูแลและจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกที่อยู่ประจำ ๒๔ ชั่วโมง จำนวน ๑-๑๕ คน [แต่เข้าอยู่ประจำ ๒๔ ชม.จริงขณะนั้นประมาณ ๑-๕ คน] นอกนั้นไป-กลับ
ขณะเดียวกันก็ประสานให้ทางเทศบาลนครขอนแก่น เขียน โครงการก่อสร้างบ้านพิทักษ์ฯ ยื่นของบประมาณอุดหนุน จำนวน ๓๕ ล้านบาท ทางหนึ่งไปที่ อธิบดีกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนั้นมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นรัฐมนตรีช่วย อีกทางหนึ่งไปที่ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและะความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
๕.งบดำเนินการ ๑.๙ ล้าน จากกองสลาก ดำเนินการอยู่ได้เพียงปีเศษๆ ก็หมดงบ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาลทักษิณ ๒ และรัฐบาล ค.ม.ช./รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ ช่วงนี้ระส่ำระสายมากเพราะบุคลากรทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทน บุคลากรแต่ละคนต้องยืมเงินเพื่อฝูงขอที่บ้านมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต แต่กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ และชมรมผู้ปกครองฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจทั้งลงขันทั้งทอดผ้าป่าทั้งขอบริจาคและตั้งกล่อง รวมทั้งแกนนำผู้ปกครอง/ประธานชมรมบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) คุณประภา อภิพัฒนา ได้บริจาคเข้ามาที่บัญชีเงินอุดหนุนของ พ.ม.จ. จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน, เครือข่ายคนเดือนตุลาจากเวบไซท์บ้านตุลาไทยช่วยมาอีก ๒๐,๐๐๐ บาทถ้วน และรายย่อยอีกหลายจำนวนทั้งของคนนอกและของกลุ่มผู้ปกครองเอง เป็นเวลากว่า ๘ เดือน รวมทั้งให้บุคลากรบ้านพิทักษ์ฯ ชั่วคราว ทำโครงการขอค่าอาหารกลางวันให้แก่บุคคลออทิสติกสมาชิกของล้านพิทักษ์ฯ ด้วย จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาทถ้วน ช่วงนี้บุคลากรบ้านพิทักษ์ฯ จำนวน ๑๑ คน ลำบากมากไม่ได้รับค่าตอบแทน หลายเดือนติดต่อกัน มีเงินที่ผู้ปกครองลงขันกันไว้ในบัญชี กองทุนเพื่อบุคคลออทิสติกบ้านพิทักษ์ฯ ไม่กี่หมื่นบาทให้บุคลากรยืมใช้กันคนละไม่กี่ร้อยกี่พันบาทไปพลางๆ
๖.ปี ๒๕๕๐ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี มี นายไพบูลย์ ดำรงธรรม เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มี นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป เป็น รัฐมนตรีช่วย แกนนำและผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองจังหวัดขอนแก่น(นางจีรพันธุ์ ตันมณี) [โดยอาศัยเครือข่ายคนเดือนตุลา]พร้อมด้วยนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่มไทย(นายชูศักดิ์ จันทยานนท์) ติดต่อเข้าพบ รัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีช่วย [ซึ่งในวันเข้าพบ ทางรัฐมนตรีได้ให้เชิญหัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดีที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือด้วยหลายท่าน แต่หารือในช่วงแรกเหมือนว่า จะคว้าน้ำเหลวเพราะเป็นการพูดหลักการกว้างๆ ไม่เป็นรูปธรรมและไม่กำหนดเงื่อนเวลา เหมือนว่าเพียงแต่จะให้ข้าราชการประจำไปพิจารณา ทางคุณจีรพันธุ์ จึงหันไปมองหน้า ท่านรัฐมนตรีว่าการ แล้วเรียนท่านรัฐมนตรีว่าอยากได้เงื่อนไขเวลา เพราะที่นั่งๆกันอยู่นี้ก็ไม่รุว่าจะไปกันเมื่อไหร่ ฯลฯ จนท่านรัฐมนตรีสั่งความให้ท่านปลัดกระทรวงพัฒนาฯ พร้อมคณะลงมาพื้นที่จังหวัดขอนแก่นพร้อมตัวแทนจากสำนักงบฯ มาประชุมร่วมกับจังหวัดขอนแก่น อันประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น และหน่วยงานต่างที่เกี่ยวข้อง กับ กลุ่มและชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก นำโดย นายบุรี เสรีโยธิน ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น และ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) จาก กทม. รวมทั้งบุคลากรครูผุ้สอนบุคคลออทิสติกรวมๆ กันแล้วกว่าร้อยคน โดยนั่งประชุมกันที่ "บ้านพิทักษ์ฯ" ชั่วคราวนั่นเอง ในที่สุดในที่ประชุมนี้ ได้ข้อตกลงหลักๆ ว่า ทางเทศบาลนครขอนแก่นให้พื้นที่ก่อสร้างหนึ่งไร่ครึ่งในพื้นที่ กว่า ๑๐ ไร่ ของโรงเรียนเทศบาลโนนชัยโดยจะถมให้เป็นที่เรียบร้อย, ทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ รับไปจัดสรรเกี่ยวกับงบประมาณหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ งบดำเนินงาน(ซึ่งขณะนั้นเหลืออีกประมาณ ๘-๙ เดือนหมดปีงบประมาณก็ว่าให้มาประมาณ ๗-๘ แสน ไม่ย้อนหลังอีก ๓ เดือนให้) ผ่านหน่วยงานของกรมสวัสดิการสังคมฯ ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการจังหวัดขอนแก่น ที่ตั้งสำนักงานอยู่ใกล้เขื่อนอุบลรัตน์ เดือน และงบการก่อสร้าง "บ้านพิทักษ์ฯ"ถาวร (ประมาณการเฉพาะโครงสร้าง ๑๑-๑๒ล้าน/จากที่ขอรวมเบ็ดเสร็จไว้ ๓๕ ล้าน), ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ช่วยทางด้านค่าอาหารกลางวันโดยให้ทางทีมงานบ้านพิทักษ์ฯร่วมกับกลุ่มผู้ปกครองฯ ทำโครงการขอไป(ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท), ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙ และศูนย์วิจัยฯ ออทิสติก มหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน่วยงานทางด้านการแพทย์ฯ ในพื้นที่ ช่วยทางด้านวิชาการเกี่ยวการจัดกิจกรรมการพัฒนาและกิจกรรมการบำบัดที่จะจัดให้กับบุคคลออทิสติก ในปีงบประมาณต่อๆมา ทาง พม. ก็ให้งบประมาณดำเนินงานผ่านศูนย์ฟื้นฟูอาชีพฯ ปีละ ล้านหกล้านเจ็ดมาตลอด จนกระทั่งเมื่อ "บ้านพิทักษ์ฯ"ถาวร สร้างแล้วเสร็จ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น" ทั้งๆ ที่ตอนก่อสร้างก็ยังขึ้นป้ายว่า สถานที่ก่อสร้าง "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนจังหวัดขอนแก่น"
อย่างไรก็ดี ขณะที่ยังไม่กรอบงบประมาณ กรอบบุคลากร ที่เป็นกฎระเบียบของกระทรวงต้นสังกัดรองรับ ปัญหาที่เผชิญหน้า ทีมงานของ "ศูนย์บริการฯ"/ที่ทางกลุ่มผู้ปกครองปริวิตก มีไปในทุกมิติ เช่น เรื่องบุคลากร, เรื่องอาหารกลางวัน, เรื่องกระบวนการบริหารจัดการและจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก ฯลฯ รวมทั้งเมื่อการทำงานร่วมกันในเรื่อง การให้บริการในรูปของ "ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกฯ" ไม่เป็นตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมดังที่กล่าวพรรณนามาแล้วข้างต้น ทาง กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ ๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน จึงจะได้ ผลักดันให้เกิด บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น ตามเจตนารมณ์แต่ดั้งเดิมต่อไป แต่ในสถานการณ์ใหม่ที่น่าจะมีต้นทุนมากกว่าเดิม คือในสถานการณ์ที่มี ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น ใน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) เป็นฐาน ที่น่าจะไม่เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนดังที่เริ่มต้นมาแล้วในปี ๒๕๔๗/๒๕๔๘ ตามหลักความคิดชี้นำใน ประมวลแนวคิดเพื่อการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการบ้านพิทักษ์ ฯ
|
บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน/ประมวลแนวคิดเพื่อการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการบ้านพิทักษ์ ฯ
last update July 2011