บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น

ก่อนจะมาเป็น ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น ใน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

[ซึ่งศูนย์บริการฯ ไม่ใช่ ความต้องการจำเป็นของบุคคลออทิสติกในกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกผู้บุกเบิก ทางกลุ่มจึงยังคงต้องต่อสู้ต่อไปเพื่อให้ได้หรือให้เป็น "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น" ตามเจตนารมณ์แต่ดั้งเดิม]

 

ความเป็นมา:

 

๑.ราว พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๗ แกนนำผู้ปกครองบุคคลอทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น เช่น นางหทัยพร คลังกำแหงเดช นางนภัทร พุกกะนะสุต  นางประภา อภิพัฒนา นางอุมารัตน์ เดชะรินทร์ นายธีรศักดิ์ กอวรกุล ร.ศ.นพ.กำธร ธรรมประเสริฐ และนายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ได้ร่วมกันระดมความคิด เพื่อประมวลแผนที่/แผนภูมิชีวิตบุคคลออทิสติก (Autism_Road Map) ว่า ตลอดชีวิตของบุคคลออทิสติก(และบุคคลที่มีกลุ่มอาการใกล้เคียงกัน-กลุ่มอาการพี่น้องของออทิซึ่ม) ตั้งแต่เกิดจนตายต้องมีอะไร ที่จะเป็น "กลไก" ขับเคลื่อนกระบวนการยกระดับศักยภาพและคุณภาพของประชากรกลุ่มนี้ เฉกเช่นประชากรปกติหรือประชากรอปกติกลุ่มอื่นๆ มี ซึ่งก็ตกผลึก ออกมาได้เป็น กลไก คือ ๑. คลินิกพิเศษออทิสติกในโรงพยาบาลทั่วไป ๒.ห้องเรียน ๒ รูปแบบ;ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน, ๓.บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน, ๔.สถาบันวิจัยออทิซึ่ม

 

๒. กล่าวเฉพาะ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน ทางแกนนำเครือข่ายผู้ปกครองดังกล่าว ด้านหนึ่ง ในระดับประเทศได้เคลื่อนไหวเข้าพบปะพูดคุยหารือและร่วมประชุมกับทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) หลายครั้ง อีกด้านหนึ่ง ในระดับพื้นที่ก็ให้แต่ละพื้นที่เคลื่อนไหวให้เกิดรูปธรรมในพื้นที่ของตนเอง  แต่ในที่สุดก็ยกธงขาว/ยอมแพ้กันหมด เพราะคุยในระดับประเทศว่ายากแล้วระดับพื้นที่ยิ่งยากกว่า จึงเหลือแต่ที่จังหวัดขอนแก่น ที่ยังคงเดินเคลื่อนไหวเพื่อให้เกิดรูปธรรมบ้านพิทักษ์ฯ แต่ก็ยังคงได้รับการสนับสนุนจากแกนนำผู้ปกครองทั้งหมดอยู่เหมือนเดิม โดยต่างก็หวังกันว่าหากที่จังหวัดขอนแก่นเกิดขึ้นและเข้าโครงสร้างได้ จะส่งผลกระเทือนให้เกิดขึ้นได้ทั่วประเทศ

 

๓. ราว พ.ศ. ๒๕๔๗ ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกขอนแก่น ได้จัดตั้ง กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ ขึ้น และได้ผลักดันให้จังหวัดตั้ง คณะกรรมการ พัฒนาสังคม และ ความมั่นคง ของ บุคคลออทิสติก มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีผู้ว่าราชการจังหวัดและนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) เป็นที่ปรึกษา แล้วได้จัดตั้งอนุกรรมการย่อยในแต่ละด้านขึ้นที่สำคัญคือ อนุกรรมการด้านสังคม มี พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน มีหน้าที่ พัฒนากลไกการช่วยเหลือและพิทักษ์สิทธิของบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น โดยการจัดตั้งและพัฒนา "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน" ของจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น"

 

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดขอนแก่น  นายเกรียงศักดิ์ คุณวิเศษ ในขณะนั้น ได้จัดทำ โครงการจัดตั้งบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น เพื่อจัดเตรียมบุคลากร รูปแบบด้านการบริหารจัดการ ยื่นขอทุนสนับสนุนการดำเนินงานผ่านไปทาง สำนักพิทักษ์คนพิการฯ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับทำหนังสือขอใช้สถานที่ทำการชั่วคราว ที่เคยเป็นที่ทำการของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเก่า ที่ยังว่างอยู่ไปยัง ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต ๑ สถานที่ทำการชั่วคราวบ้านพิทักษ์ฯ จึงอยู่ที่นี่ ซึ่งทางชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น โดยนายบุรี เสรีโยธิน ได้จัดทอดผ้าป่า แบ่งเอาเงินที่ได้จำนวนเก้าแสนกว่าบาทมาจัดร้างบ้านพิทักษ์ฯชั่วคราว

 

๔.
ปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ งบประมาณดำเนินการ เพื่อวางระบบการบริหารจัดการที่ยื่น ขอ งบประมาณสนับสนุนจาก กองสลาก/ในส่วน ของ เงินหวยสองตัวสามตัว     ผ่าน   คณะกรรมการพัฒนายุทธศาสตร์ฯ จำนวน (0.965250 ล้านบาท-นี้เป็นจำนวนที่ท่านอ้อมพรยื่นเสนอขอให้) 1.9 ล้านบาท (นี้เป็นจำนวนที่คณะทำงานของ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯปรับโครงการฯ ให้ใหม่) โดยพัฒนาสังคมฯ จังหวัดขอนแก่น สำนักพิทักษ์คนพิการฯ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นต้นเรื่อง ราวมิถุนายน ๒๕๔๘ ก็ได้เม็ดเงิน ๑.๙ ล้านดังกล่าวมาดำเนินการ โดย พ.ม.จ. เป็นเจ้าภาพเบิกจ่ายเงิน ส่วนการบริหารการพัฒนาบุคลากรร่วมกับกลุ่มผู้ปกครองและศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙ อบรมบุคลากรและวางระบบการบริหารจัดการ โดยใช้บุคลากรจำนวน ๑๑ คน สำหรับดูแลและจัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติกที่อยู่ประจำ ๒๔ ชั่วโมง จำนวน ๑-๑๕ คน [แต่เข้าอยู่ประจำ ๒๔ ชม.จริงขณะนั้นประมาณ ๑-๕ คน] นอกนั้นไป-กลับ

 

ขณะเดียวกันก็ประสานให้ทางเทศบาลนครขอนแก่น เขียนครงการก่อสร้างบ้านพิทักษ์ฯ ยื่นของบประมาณอุดหนุน จำนวน ๓๕ ล้านบาท ทางหนึ่งไปที่ อธิบดีกรมการส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งขณะนั้นมี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นรัฐมนตรีช่วย  อีกทางหนึ่งไปที่ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและะความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

 

,

บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น(ชั่วคราว) จึงเกิดขึ้นจากแรงผลักดันของ "กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ" โดยได้รับการหนุนช่วยจากผู้ปกครองฯ และเครือข่ายองค์กรผู้ปกครองฯ ด้วยกัน ทั้งในระดับพื้นที่ [เช่น ชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนออทิสติกโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฯลฯ ] และในระดับประเทศ [เช่น สมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) สมาคมสภาผู้ปกครองบุคคลที่มีความบกพร่องในระบบการทำงานของสมอง ฯลฯ] ด้วยดี โดยดำเนินงานอยู่ภายใต้การกำกับของ คณะกรรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น ที่มี รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นฝ่ายสังคม เป็นประธาน ภายใต้การดูแลของ นายเจตน์ ธนวัตร ผู้ว่าราชการ CEO จังหวัดขอนแก่น ดยมี หน่วยงานภาครัฐ ในพื้นที่ ๓ หน่วยงาน ทำงานประสานกัน คือ ๑/ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น เป็นต้นสังกัดในระยะการดำเนินการเพื่อการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและเพื่อพัฒนาบุคลากร โดยเป็นต้นสังกัดที่ยื่นของบประมาณดำเนินการจาก กองทุนยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน [เงินหวยสองตัวสามตัว] จำนวน 1.9 ล้านบาท [เป็นค่าตอบแทนบุคลากร จำนวน ๑๐ คนเป็นเวลา ๑๒ เดือน และค่าวัสดุครุภัณฑ์และค่าวัสดุอุปกรณ์ในการจัดกิจกรรมของบุคคลออทิสติกสมาชิกบ้านพิทักษ์ฯ] ผ่านมาทาง สำนักพิทักษ์คนพิการฯ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) ๒/ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙ เป็นหน่วยงานที่ดูแลทางด้านวิชาการ และการอบรมบ่มเพาะบุคลากร  ๓/ เทศบาลนครขอนแก่น ที่จะเป็นตันสังกัดในการยื่นของบประมาณการก่อสร้างบ้านพิทักษ์ถาวรบนที่ดินของเทศบาลในเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน รวมทั้งจะเป็นต้นสังกัดที่จะรับเอา "บ้านพิทักษ์ฯ" เข้าไว้เป็น "หน่วยงานใหม่" ในความรับผิดชอบ เพื่อที่จะดูแลเรื่องงบประมาณหมุนเวียนรายปีด้านต่างๆ ต่อไป หากได้รับการอุดหนุนงบประมาณการลงทุนการก่อสร้างด้านอาคารสถานที่ จำนวนประมาณ 35 ล้านบาทจากรัฐบาล

 

ณ วันนี้ [๕ ธันวาคม ๒๕๔๘] "บ้านพิทักษ์ฯ" เปิดเดินงานรูปธรรม โดย "การขอยืมใช้สถานที่" ที่เป็นอาคารสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเก่าที่ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙ เป็นการชั่วคราว เป็นเวลา ๑๒ เดือน มาได้ประมาณ ๓ เดือนแล้ว มีบุคลากรเจ้าหน้าที่ จำนวน ๑๐ อัตรา    รับ บุคคลออทิสติกวัยรุ่น  รวมทั้ง บุคคลแอลดี บุคคลที่มีกลุ่มอาการดาวน์ซินโดรม อายุ ๑๓ ปี ขึ้นไป ที่อยู่ในกลุ่มอาการหนักเพราะตกหล่นการพัฒนาศักยภาพหรือพัฒนามาผิดทางมาตั้งแต่ต้น จำนวนรวมๆ กันประมาณ ๑๐ คน โดยยังขาดเม็ดเงินในการใช้จ่ายเป็นค่าอาหารกลางวัน ค่าโสหุ้ยในการดำเนินการต่างๆ เช่น การอบรมดูงานบุคลากร ค่าอยู่เวร/เมื่ออยู่ในระยะต้องดูแลตลอด ๒๔ ชม. ค่าดัดแปลงอาคารสถานที่เพื่อให้เป็นห้องนอนของสมาชิกบ้านได้ ฯลฯ ซึ่งในส่วนที่ขาดนี้ ทาง อนุกรรมการออทิสติกจังหวัดขอนแก่นฝ่ายประชาสัมพันธ์และระดมทุน ที่มี นายบุรี เสรีโยธิน ประธานกองทุนออทิสติกไทย มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธาน รับผิดชอบไปจัดการระดมทุนหาเม็ดเงินมาหนุนช่วย [ ซึ่งขณะนี้ก็กำลังจัดกิจกรรม "ทอดกฐิน" และแจกซองกฐินระดมเม็ดเงินกันอยู่ ] รวมทั้ง นายเกรียงศักดิ์ คุณวิเศษ พัฒนาสังคมฯจังหวัด และ ดร. สมพร หวานเสร็จ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตฯ ๙ ซึ่งร่วมด้วยช่วยกันกำกับดูแลทีมงานและการดำเนินการด้านต่างๆ ของบ้านพิทักษ์ฯ อยู่ ก็ช่วยระดมหาทุนบริจาคจากคหบดีพ่อค้าวานิชที่รู้จักในตัวจังหวัดด้วย [โดยเปิด บัญชี "โครงการบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก" รองรับไว้ที่ ธ.กรุงไทย สาขาย่อย ม.ข. เลขที่บัญชี 438-0-03675-8  มีชื่อกรรมการ ๓ คน คือ ดร.สมพร หวานเสร็จ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙   นายธำรง ธวัชวะชุม หัวหน้ากลุ่มสวัสดิการสังคมและพิทักษ์คุ้มครองสิทธิ์ สำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัดขอนแก่น และ นางมนัส ขาวไชยมหา ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙  โดยสองในสามชื่อดังกล่าวนี้มีอำนาจเซ็นเบิกจ่าย]

 

ทั้งนี้ทางเครือข่ายกลุ่มผู้ปกครองฯ เพื่อบ้านพิทักษ์ฯ ได้ติดตามให้ มีการวางแผนงานรูปธรรมเป็นช่วงๆ กล่าวคือ ช่วงสามเดือนแรก เป็นช่วงของการจัดการกับระบบธุรการ/การเงิน/การจัดซื้อจัดจ้าง การจัดสถานที่ อบรมบุคลากรเบื้องต้น วางเค้าโครงการจัดกิจกรรม รับสมาชิกบ้านแบบไป-กลับก่อนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ค่อยๆ "รู้จัก"/"คุ้นเคย" กับสมาชิก ช่วงสามเดือนที่สอง จะเป็นช่วงของการลงการจัดกิจกรรมรูปธรรมกับสมาชิกของบ้าน และรับสมาชิกประจำแบบกินนอนอยู่กับบ้านพิทักษ์ฯ ตลอด ๒๔ ชม. จำนวน ๑ คน เพื่อให้ "เจ้าหน้าที่มือใหม่" ได้ศึกษาปัญหาตลอดจนเทคนิควิธีการจัดการกับปัญหาในการดูแลบุคคลออทิสติกตลอด ๒๔ ชม เพื่อการจัดระบบดูแลบุคคลออทิสติกสมาชิกบ้านพิทักษ์ฯ เต็มอัตราจำนวนประมาณ ๑๐-๑๕ คนต่อไป ช่วงสามเดือนที่สาม และ สามเดือนที่สี่ [หรือช่วง ๖ เดือนสุดท้าย ของเม็ดเงิน ๑.๙ ล้าน ที่ได้มา] จะเป็นช่วงของการบ่มเพาะและพัฒนาบุคลากรเจ้าหน้าที่ของ "บ้านพิทักษ์ฯ" ที่ทุกคนจะต้องลงงานภาคปฏิบัติในการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาบุคคลออทิสติก ที่เป็นสมาชิกของบ้านอย่างเข้มข้น  ทั้งที่เป็นสมาชิกอยู่ประจำตลอด 24 ชม. และสมาชิกแบบไป-กลับ โดยกิจกรรมการพัฒนาบุคคลออทิสติกที่เป็นสมาชิกของบ้านนั้นจะเน้นกิจกรรมการดูและตนเองในชีวิตประจำวันและการฝึกกิจกรรมเพื่อพัฒนาอาชีพ เช่น กิจกรรมเกษตร/ทำสวนผัก-เลี้ยงไก่ ประดิษฐ์ของชำร่วย ฯลฯ ซึ่ง ทั้งหมดนี้จะเป็นการดำเนินงานในส่วนของเม็ดเงิน ๑.๙ ล้านบาท ที่ได้มาจาก กองสลาก ผ่าน คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ลงมาที่ พัฒนาสังคมฯ จังหวัดขอนแก่น ในสังกัดของ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ [ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เปลี่ยนมาจากประชาสงเคราะห์จังหวัดเก่าในสังกัดกระทรวงมหาดไทย นั่นเอง]

 

คู่ขนานไปกับการเดินงานรูปธรรมดังกล่าว ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ โดย กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีฯ องค์กรผู้ปกครองฯ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ได้ ประสานกับทาง เทศบาลนครขอนแก่น ให้เขียนโครงการยื่นของบประมาณการก่อสร้างบ้านพิทักษ์ฯถาวร จำนวน ๓๕ ล้านบาท บนเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน ของเทศบาลนครขอนแก่น 

 

ซึ่ง อาคารบ้านพิทักษ์ฯ จะประกอบด้วย  อาคารสำนักงาน อาคารศูนย์การเรียน อาคารห้องนอน/ที่อยู่อาศัยของบุคคลออทิสติกสมาชิกประจำที่จะอาศัยอยู่ตลอด 24 ชม. ของ บ้านพิทักษ์ซึ่งจะประกอบด้วยห้องสำคัญๆ ต่างๆ เช่น ห้องนอน จำนวน ๑๐ ห้อง/ห้องน้ำ ๔-๕ ห้อง/ห้องครัว ๑ ห้อง/ห้องรับแขก ๑ ห้อง/ห้องกายภาพ-กิจกรรมบำบัด ๑ ห้อง/ห้องอเนกประสงค์-รับแขก-ห้องสมุด ห้องครัว จำนวน ๑ ห้อง ห้องพักนอนของเจ้าหน้าที่เวร จำนวน ๒-๔ ห้อง ฯลฯ ลานสันทนาการ-กีฬา เรือนกิจกรรมเกษตร-ช่าง-นักการภารโรง ลานจอดรถ อาคารบ้านพักผู้อำนวยการที่จะอยู่ประจำตลอด 24 ชม.แบบครอบครัว จำนวน ๑ หลัง และการจัดภูมิทัศน์

 

โดยได้ให้ทางเทศบาลยื่นขอไปที่ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ทางหนึ่ง และขอไปที่ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อีกทางหนึ่ง โดยทั้งสองทางนี้กำลังอยู่ในระยะรอฟังผล รวมทั้งในส่วนของเครือข่ายผู้ปกครองฯ เอง โดย กองทุนรัฐวัฒน์ฯ (/ผู้ประสานฝ่ายเครือข่ายผู้ปกครองฯ) ก็ยังได้ทำหนังสือถึง นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ยื่นเรื่องไปทาง สำนักนายกรัฐมนตรี ครั้ง ที่มาประชุม ค.ร.ม.สัญจร ที่จังหวัดกาฬสินธ์ ซึ่งได้แจ้งมาล่าสุดว่าเจ้าหน้าที่ระดับล่างส่งเรื่องไป กระทรวงมหาดไทย และ เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ กระทรวงมหาไทย ก็ได้แจ้งทางโทรศัพท์มาเป็นงงๆ ว่า น่าจะเป็นความรับผิดชอบของ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะตรงกว่า และบอกมาว่าจะส่งเรื่องกลับไปสำนักนายกฯ อย่างเก่า (?) ทาง กองทุนรัฐวัฒน์ฯ ก็จึงประสานไปทาง "หน้าห้อง" ของ ฯพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ นายวัฒนา เมืองสุข ขอเข้าพบเพื่อชี้แจงปัญหา ชี้แจงแนวทาง ตลอดจนยุทธศาสตร์ของ "บ้านพิทักษ์ฯ" โดยแจ้งความจำนงไปกับ "หน้าห้อง" ว่า จะขอให้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็น "เจ้าภาพ" ยื่นขอ งบประมาณการก่อสร้าง อาคารสถานที่ที่จะเป็นที่ทำการถาวรของ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น" จาก งบประมาณกลาง/เงินนอกงบประมาณอื่นใด/ของรัฐบาล มาให้แก่ เทศบาลนครขอนแก่น เพื่อดำเนินการจัดสร้างอย่างเร่งด่วนให้ทันกับงบดำเนินงานรูปธรรม ๑.๙ ล้าน ที่ได้จากกองสลากที่จะหมดลงในเดือนสิงหาคม ๒๕๔๙ ในอีก ๘ เดือนข้างหน้าที่จะถึงนี้ เพราะ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นกระทรวงที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวเสมอมาแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้ท่านก่อนๆ ว่า มอบหมายให้เป็นกระทรวง "เจ้าภาพ" ด้านคนพิการและคนที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษด้านต่างๆ ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ จังหวัดขอนแก่นจึงใคร่จะขอความอนุเคราะห์ในการนี้ให้ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ทำหน้าที่ของตน นั่นคือ หน้าที่ในการเป็น "เจ้าภาพ" ดังคำกล่าวของ ฯพณฯ ท่านทักษิณฯ

 

๕.งบดำเนินการ ๑.๙ ล้าน จากกองสลาก ดำเนินการอยู่ได้เพียงปีเศษๆ ก็หมดงบ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อระหว่างรัฐบาลทักษิณ ๒ และรัฐบาล ค.ม.ช./รัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ ช่วงนี้ระส่ำระสายมากเพราะบุคลากรทำงานโดยไม่มีค่าตอบแทน บุคลากรแต่ละคนต้องยืมเงินเพื่อฝูงขอที่บ้านมาใช้จ่ายในการดำรงชีวิต แต่กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ และชมรมผู้ปกครองฯ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจทั้งลงขันทั้งทอดผ้าป่าทั้งขอบริจาคและตั้งกล่อง รวมทั้งแกนนำผู้ปกครอง/ประธานชมรมบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) คุณประภา อภิพัฒนา ได้บริจาคเข้ามาที่บัญชีเงินอุดหนุนของ พ.ม.จ. จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน, เครือข่ายคนเดือนตุลาจากเวบไซท์บ้านตุลาไทยช่วยมาอีก ๒๐,๐๐๐ บาทถ้วน และรายย่อยอีกหลายจำนวนทั้งของคนนอกและของกลุ่มผู้ปกครองเอง เป็นเวลากว่า ๘ เดือน    รวมทั้งให้บุคลากรบ้านพิทักษ์ฯ ชั่วคราว   ทำครงการขอค่าอาหารกลางวันให้แก่บุคคลออทิสติกสมาชิกของล้านพิทักษ์ฯ ด้วย จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ บาทถ้วน ช่วงนี้บุคลากรบ้านพิทักษ์ฯ จำนวน ๑๑ คน ลำบากมากไม่ได้รับค่าตอบแทน หลายเดือนติดต่อกัน มีเงินที่ผู้ปกครองลงขันกันไว้ในบัญชี กองทุนเพื่อบุคคลออทิสติกบ้านพิทักษ์ฯ ไม่กี่หมื่นบาทให้บุคลากรยืมใช้กันคนละไม่กี่ร้อยกี่พันบาทไปพลางๆ

 

๖.ปี ๒๕๕๐ พลเอกสุรยุทธ์ จุานนท์เป็นนายกรัมนตรี มี นายไพบูลย์ ดำรงรรม เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มี นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป เป็น รัฐมนตรีช่วย แกนนำและผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ปกครองจังหวัดขอนแก่น(นางจีรพันธุ์ ตันมณี) [ดยอาศัยเครือข่ายคนเดือนตุลา]พร้อมด้วยนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่มไทย(นายชูศักดิ์ จันทยานนท์)  ติดต่อเข้าพบ รัฐมนตรีผ่านรัฐมนตรีช่วย [ซึ่งในวันเข้าพบ ทางรัฐมนตรีได้ให้เชิญหัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดีที่เกี่ยวข้องมาร่วมหารือด้วยหลายท่าน แต่หารือใช่วงแรกเหมือนว่า จะคว้าน้ำเหลวเพราะเป็นการพูดหลักการกว้างๆ ไม่เป็นรูปธรรมและไม่กำหนดเงื่อนเวลา เหมือนว่าเพียงแต่จะให้ข้าราชการประจำไปพิจารณา ทางคุณจีรพันธุ์ จึงหันไปมองหน้า

ท่านรัมนตรีว่าการ แล้วเรียนท่านรัฐมนตรีว่าอยากได้เงื่อนไขเวลา เพราะที่นั่งๆกันอยู่นี้ก็ไม่รุว่าจะไปกันเมื่อไหร่ ฯลฯ จนท่านรัฐมนตรีสั่งความให้ท่านปลัดกระทรวงพัฒนาฯ พร้อมคณะลงมาพื้นที่จังหวัดขอนแก่นพร้อมตัวแทนจากสำนักงบฯ มาประชุมร่วมกับจังหวัดขอนแก่น อันประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น และหน่วยงานต่างที่เกี่ยวข้อง กับ กลุ่มและชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติก นำโดย นายบุรี เสรีโยธิน ประธานชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น และ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ นายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) จาก กทม. รวมทั้งบุคลากรครูผุ้สอนบุคคลออทิสติกรวมๆ กันแล้วกว่าร้อยคโดยนั่งประชุมกันที่ "บ้านพิทักษ์ฯ" ชั่วคราวนั่นเอง ในที่สุดในที่ประชุมนี้ ได้ข้อตกลงหลักๆ ว่า ทางเทศบาลนครขอนแก่นให้พื้นที่ก่อสร้างหนึ่งไร่ครึ่งในพื้นที่ กว่า ๑๐ ไร่ ของโรงเรียนเทศบาลโนนชัยโดยจะถมให้เป็นที่เรียบร้อย, ทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ รับไปจัดสรรเกี่ยวกับงบประมาณหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง คือ งบดำเนินงาน(ซึ่งขณะนั้นเหลืออีกประมาณ ๘-๙ เดือนหมดปีงบประมาณก็ว่าให้มาประมาณ ๗-๘ แสน ไม่ย้อนหลังอีก ๓ เดือนให้) ผ่านหน่วยงานของกรมสวัสดิการสังคมฯ ศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการจังหวัดขอนแก่น ที่ตั้งสำนักงานอยู่ใกล้เขื่อนอุบลรัตน์ เดือน และงบการก่อสร้าง "บ้านพิทักษ์ฯ"ถาวร (ประมาณการเฉพาะโครงสร้าง ๑๑-๑๒ล้าน/จากที่ขอรวมเบ็ดเสร็จไว้ ๓๕ ล้าน), ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ช่วยทางด้านค่าอาหารกลางวันโดยให้ทางทีมงานบ้านพิทักษ์ฯร่วมกับกลุ่มผู้ปกครองฯ ทำโครงการขอไป(ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ บาท), ทางศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙ และศูนย์วิจัยฯ ออทิสติก มหาวิทยาลัยขอนแก่น และหน่วยงานทางด้านการแพทย์ฯ ในพื้นที่ ช่วยทางด้านวิชาการเกี่ยวการจัดกิจกรรมการพัฒนาและกิจกรรมการบำบัดที่จะจัดให้กับบุคคลออทิสติก ในปีงบประมาณต่อๆมา ทาง พม. ก็ให้งบประมาณดำเนินงานผ่านศูนย์ฟื้นฟูอาชีพฯ ปีละ ล้านหกล้านเจ็ดมาตลอด จนกระทั่งเมื่อ "บ้านพิทักษ์ฯ"ถาวร สร้างแล้วเสร็จ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น" ทั้งๆ ที่ตอนก่อสร้างก็ยังขึ้นป้ายว่า สถานที่ก่อสร้าง "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนจังหวัดขอนแก่น"

 

ที่ต้องบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ไว้ ณ ที่นี้ ก็คือ ในที่ประชุมร่วมระหว่างคณะของท่านปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมฯ และคณะ กับกลุ่มและชมรมผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอแก่นและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น(ปี ๒๕๕๐) ทางฝ่ายผู้ปกครองฯ ยืนยันว่า บ้านพิทักษ์ฯ ต้องรับบุคคลออทิสติกทั้งแบบไป-กลับ และแบบอยู่ประจำ ๒๔ ชั่วโมง แต่ทางกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ก็ยืนว่า จะให้รับแต่แบบไป-กลับเท่านั้น ทางนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) ประนีประนอมว่า ขั้นแรกก็ให้รับเฉพาะครอบครัวที่มีความจำเป็นจริงๆ ก่อน สัก ๓-๕ ครอบครัว แล้วค่อยพัฒนาไป ซึ่งที่ประชุมก้ตกลงตามนี้ไม่มีใครค้าน นี่เป็นประเด้นหนึ่ง อีกประเด้นหนึ่งคือประเด็นการถ่ายโอนให้เทศบาลนครขอนแก่น เมื่อกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ได้ พัฒนาบ้านพิทักษ์ฯ จนได้มาตรฐานครบทุกด้านแล้ว/....ทั้งนี้ เป็นที่น่าเสียดายและเสียใจ ว่า บันทึกการประชุมในครั้งนี้ หาเป็นหลักฐานไม่ได้ [ทางพัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดขอนแก่นซึ่งเป็นเลขาฯ ทำหน้าที่บันทึกการประชุม คือ นางสมสง่า ทะสา ว่า บันทึกการประชุมจัดเป็นเอกสารเก่าขนไปเก็บไว้ที่ศาลากลางที่ถูกพวกเสื้อแดงเผาไปแล้ว เอกสารต่างๆ ถูกทำลายเกือบหมด]

ทางกลุ่มผู้ปกครองฯ ก็จึงได้มีความหวังที่จะพัฒนาต่อยอด เป็น บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน) ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิม มาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน) ที่มุ่งหวังกลายเป็น "ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น" ที่หน่วยงานของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ที่เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ รับช่วงต่อมาจะไม่ตระหนักถึงเจตนารมณ์ดั้งเดิมของกลุ่มผู้ปกครองผู้ผลักดันให้เกิดการก่อตั้ง บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน) เพราะว่าไม่มีกรอบงบประมาณและกรอบบุคลากรรองรับ ซึ่งกลุ่มผุ้ปกครองก็ตระหนักในข้อนี้ จึงได้พยายามผลักดันให้เกิดคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐกับภาคประชาสังคม-ภาคพลเมือง-ภาคผู้ปกครองบุคคลออทิสติกในระดับกรม/- กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เรียกว่า คณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติก ที่มี อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม เป็น ประธาน เพื่อวางกรอบด้านต่างๆ ของ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน) และ"ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัด" (หากยังต้องการศูนย์ฯนี้ไว้อยู่?) โดยได้ยื่นข้อเสนอนี้ผ่าน รัฐมนตรีว่าการและที่ปรึกษากระทรวงนี้/พรรค ปชป. ซึ่งก็ส่งเรื่องมาที่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เฉพาะประเด็นเรื่องการตั้ง คณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติก ทางท่านอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ชี้แจงว่า มี คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ที่ได้ตั้งอนุกรรมการตามความพิการรวมทั้ง คณะอนุกรรมการบุคคลออทิสติก (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒/วาระละ๓ปี) ]

เมื่อพิจารณาองค์ประกอบของกรรมการจะเห็นว่า คณะอนุกรรมการบุคคลออทิสติก (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๒/วาระละ๓ปี) และคณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติก ที่มี อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการสังคม เป็นประธานต่างกัน คือ คณะอนุกรรมการบุคคลออทิสติก ไม่มีตัวแทนจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องและหน้าที่ก็เน้นหนักไปทางพิจารณาเงินค่าใช้จ่ายของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งเท่าที่ดูรายชื่อ-ส่วนใหญ่มาจากผู้ปกครองที่อยู่ในสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิซึ่ม(ไทย) ไม่แน่ใจว่าจะมีความเข้าใจและมีศักยภาพพอที่จะมาวางกรอบกติกาต่างๆ ของบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน) ที่ต้องอาศัยศักยภาพของภาครัฐที่เกี่ยวข้องรึไม่? แต่คณะกรรมการพัฒนาระบบการจัดสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติกที่ทางกลุ่มผู้ปกครองจังหวัดขอนแก่นผลักดันให้ตั้ง(โดยความเห็นดีเห็นชอบของ นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ซึ่งจะเป็นรองประธานกรรมการในกรรมการชุดนี้) องค์ประกอบของคณะกรรมการครอบคลุมและภาระหน้าที่เฉพาะจงกว่า และ ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง การวางกรอบด้านต่างๆ ของ "ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัด"/บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน (๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน) ที่จะเป็น "ต้นแบบ" ในเบื้องแรกน่าจะเป็นการทำงานร่วมกันของภาครัที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชน-กลุ่มผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องที่เริ่มต้นบุกเบิกมากมาก่อน  มากกว่าที่จะป็น การทำงานของภาครัฐกับภาคประชาชน-กลุ่มผู้ปกครองที่ยังไม่ได้ลงรูปรรมหรือบุกเบิกเรื่องนี้มาก่อนเลย

 

อย่างไรก็ดี ขณะที่ยังไม่กรอบงบประมาณ กรอบบุคลากร ที่เป็นกฎระเบียบของกระทรวงต้นสังกัดรองรับ ปัญหาที่เผชิญหน้า ทีมงานของ "ศูนย์บริการฯ"/ที่ทางกลุ่มผู้ปกครองปริวิตก มีไปในทุกมิติ เช่น เรื่องบุคลากร, เรื่องอาหารกลางวัน, เรื่องกระบวนการบริหารจัดการและจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก ฯลฯ รวมทั้งเมื่อการทำงานร่วมกันในเรื่อง การให้บริการในรูปของ "ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกฯ" ไม่เป็นตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมดังที่กล่าวพรรณนามาแล้วข้างต้น ทาง กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ ๒๔ ชม. ๓๖๕ วัน จึงจะได้ ผลักดันให้เกิด บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น ตามเจตารมณ์แต่ดั้งเดิมต่อไป แต่ในสถานการณ์ใหม่ที่น่าจะมีต้นทุนมากกว่าเดิม คือในสถานการณ์ที่มี ศูนย์บริการบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น ใน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พ.ม.) เป็นฐาน ที่น่าจะไม่เป็นการเริ่มต้นจากศูนย์เหมือนดังที่เริ่มต้นมาแล้วในปี ๒๕๔๗/๒๕๔๘ ตามหลักความคิดชี้นำใน ประมวลแนวคิดเพื่อการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการบ้านพิทักษ์ ฯ

 

 

 

บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน/ประมวลแนวคิดเพื่อการพัฒนากระบวนการบริหารจัดการบ้านพิทักษ์ ฯ

 

 

 

last update July 2011