Autisticthailand's Commitment

ณิธานกองทุนฯ

ด้วยว่า กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณ์เพื่อสิทธิคนออทิสติก มีจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งมาจาก ความตั้งใจของผู้ปกครองของ / เด็กชาย ในอดีต(2540-2546) ที่ปัจจุบัน (2547) คือ นาย / นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี ที่จะหาทางช่วยเหลือให้ นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี สามารถที่จะ "มีชีวิต" อยู่ในโลกนี้ ในสังคมไทยสังคมนี้ อย่างมี "คุณภาพชีวิตที่ดี" ใน "ระดับเดียวกับ" ที่ มนุษย์ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสังคมพึงสมควรจะได้รับ

ซึ่งในการนี้ ด้วยเพราะ นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี ไม่ได้เกิดมา เป็น "บุคคลออทิสติก" ในโลกหรือในสังคมไทยสังคมนี้เพียงคนเดียวอย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง แต่ยังมี "บุคคลออทิสติก" คนอื่นๆ ในโลกและใน ระดับรากหญ้าของสังคมไทย อีก เป็นจำนวนมาก ที่ยังคงถูกทอดทิ้งให้มี "คุณภาพชีวิตที่เลว" หรือ บางที่บางแห่งบางรายบางครอบครัว ต้องถูกผูกขาล่ามเชือกล่ามโซ่กักขังไว้ให้มี "คุณภาพชีวิตไม่ต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉาน-สัตว์เลี้ยง หรือต่ำกว่า"

การลงแรงหรือการเสียสละเวลาเสียสละทุนทรัพย์ของผู้ปกครอง ของ นายรัฐวัฒน์ ตันมณี เพื่อทำให้ นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี สามารถที่จะ "มีชีวิต" อยู่ในโลก ในสังคมไทยสังคมนี้ แม้เมื่อผู้ปกครองแก่เฒ่าหรือสิ้นอายุขัยไปแล้ว/ถ้าเขาไม่เสียชีวิตไปก่อน/ อย่างมี "คุณภาพชีวิตที่ดี" อย่างยั่งยืน ใน "ระดับเดียว" กันกับที่ มนุษย์ในฐานะสมาชิกคนหนึ่งของสังคมพึงสมควรจะได้รับนั้น ผู้ปกครอง ของ นายรัฐวัฒน์ ตันมณี พิจารณา ว่า น่าจะเป็นการคุ้มค่ากว่า และหรือ อาจถือได้ว่าเป็นกำไรชีวิตเป็นกำไรแก่สังคมมากกว่า ที่จะทำให้ "บุคคลออทิสติก" คนอื่นๆ ใน ระดับรากหญ้าของสังคมไทย มี "คุณภาพชีวิตที่ดี" อย่างยั่งยืนไปด้วยกัน

นี่...หมายถึงว่า ผู้ปกครอง ของ นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี มีวัตถุประสงค์ในอันที่จะต้องกระทำหรือผลักดันให้ โครงสร้างทั้งโครงสร้าง ของ "รัฐ/สังคม" ไทย ใน ทุกระดับ มี "กลไก" ที่จะ ดำเนินการ และ ทำงาน หรือ ทำหน้าที่ เพื่อให้ บุคคลออทิสติกในสังคมไทย บรรลุซึ่ง การมี คุณภาพชีวิตที่ดี และอยู่ในสังคมอย่างสมศักดิ์ศรีได้แบบมนุษย์คนหนึ่ง / และการได้มาซึ่ง "กลไก" ดังนี้ ต้องการ งบประมาณแผ่นดิน และ อัตรากำลังบุคคลากร จำนวนมหาศาล ที่ "รัฐ/สังคม" ทุกระดับ จะต้องแบ่งปันจัดสรรมาให้ !

ทั้งนี้ การเข้าสู่โครงสร้างของ "รัฐ/สังคม" หมายถึง เมื่อดำเนินการเต็มรูปแบบ อย่างเต็มขั้นแล้ว สามารถจะกระจายลงสู่บุคคลออทิสติกรากหญ้าอย่างทั่วถึงทั่วทั้งประเทศ

 

 

ดังนั้น ปณิธานของกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก จึงหมายถึง ความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะได้ลงมือกระทำลงมือปฏิบัติให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ดังกล่าวนี้ หากยังไม่บรรลุก็ยังไม่เลิกละ โดยจะมีปณิธานรูปธรรมแยกย่อยในแต่ละช่วงเวลาดังนี้

4/-ปณิธานกองทุนฯ ช่วงปี 2552-2553

3/-ปณิธานกองทุนฯ ช่วงปี 2549-2551

2/-ปณิธานกองทุนฯ ช่วงปี 2547-2548

1/-ปณิธานกองทุนฯ ช่วงปี 2540-2546

 

4/- ช่วงปี 2552-2553

มาจนถึงวันนี้ _ 2551/2008 ระบบจัดการทางด้านสังคมการศึกษาและรัฐสวัสดิการสังคม ทะลุปรุโปร่งตกผลึกออกมาเป็น กลไก เพื่อการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิต ของ บุคคลออทิสติก  บุคคลแอลดี และบุคคลสมาธิสั้น รวมทั้งบุคคลที่มีความแตกต่างในโครงสร้างการทำงานของสมองกลุ่มใกล้เคียง ตาม Autistic Road Map อันได้แก่   สถาบันวิจัยในมหาวิทยาลัยของรัฐและในกำกับของรัฐโดยเฉพาะในระดับภูมิภาค  ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนใกล้บ้านในชุมชน บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกใกล้บ้านในชุมชน

โดยทั้งสามกลไก นี้ ได้เกิด "หน่ออ่อน" ขึ้นแล้วในโครงสร้างของรัฐ-โครงสร้างของงบประมาณแผ่นดิน กล่าวคือ หนึ่ง เกิดศูนย์วิจัยฯออฯ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในแท่งสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีแนวทางจะต่อยอดเป็นสถาบันวิจัยฯ เพื่อให้ครอบคลุมการศึกษาวิจัยครบทั้งสามด้าน ทั้งด้านวิทยาศาสตร์การศึกษา วิทยาศาสตร์สังคมและวิทยาศาสตร์การแพทย์การบำบัด ซึ่งเฉพาะศูนย์วิจัยฯ ดังกล่าวนี้ บ่มเพาะบุคลากรขึ้นมาทำงานในสนามออทิสติกได้กว่า ๒๐ คน สอง เกิดห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกฯ ในแท่ง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จำนวน ๕๓ ห้อง บ่มเพาะบุคคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก เข้าไปในโครงสร้างงบประมาณแผ่นดินในด้านปริมาณ ได้จำนวน ๑๐๖ คน (แน่นอนว่ายังมีปัญหาทางด้านคุณภาพและศักยภาพ) และสาม เกิดบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก ในโครงสร้างของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่มีแนวทาง จะถ่ายโอนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ขึ้น ๑ แห่ง บ่มเพาะบุคลากรบ้านพิทักษ์ฯ  ขึ้นมาได้ จำนวน ๑๒ คน และกำลังจะมีการเพิ่มบุคลากรเข้าไปอีกจำนวนหนึ่งเพื่อให้สามารถ ดูแลบุคคลออทิสติก ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

ทั้งนี้ก็ยังคงจะต้องผลักดันให้รัฐ-รัฐบาล โดยกระทรวงทบวงกรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มีการเติมเต็มในเรื่องของโครงสร้างงบประมาณแผ่นดิน และในเรื่องของโครงสร้างบุคลากร ที่จะต้องคิดนวตกรรมทางด้านตัวบทกฎหมายและตัวระเบียบของหน่วยงานเจ้าภาพที่เกี่ยวข้อง ทางด้านกระบวนการบริหารจัดการด้านต่างๆ ขึ้นมารองรับ  เข่น บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลฯ ก็จะต้องมีการออกเทศบัญญัติมารองรับ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ กองทุนฯ  มีปณิธานแน่วแน่ที่จะร่วมกับทุกเครือข่ายผลักดัน ให้เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วประเทศ ต่อไป โดยในช่วงสองสามปีการศึกษาข้างหน้านี้ กองทุนฯ จะใช้กลยุทธกลวิธีสานเอาทุกพลังทางสังคมเท่าที่ความพยายามอย่างสุดแรงเกิดเท่าที่กองทุนฯ จะทำได้ กระตุ้นให้เกิดขึ้นซึ่ง "สถาบันวิจัยฯ" ที่มี "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองมหาวิทยาลัยฯ [บ้านพิทักษ์ฯ สาธิต]" ให้จงได้ คู่ขนานไปกับการผลักดัน "กลไก" ตาม "ออทิสติกโรดแมป" เข้าสู่โครงสร้างของรัฐ-สังคม ในรูปของ "รัฐสวัสดิการที่ภาคพลเมืองมีส่วนร่วมวางกฎ(หมาย)กำหนดกติกา(กฎระเบียบและวิธีปฏิบัติต่างๆ)" รวมทั้งการวางพื้นฐานด้านการงานการอาชีพของบุคคลออทิสติก เพื่อเปิดทางให้บุคคลออทิสติก บุคคลแอลดีและบุคคลสมาธิสั้น ดำรงตนเป็นสมาชิกของสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี ท่ามกลางความเข้าใจและความคุ้มครองโอบอ้อมทางด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของผู้คนในสังคม

 

 

3/-ช่วงปี 2549-2551

ช่วงปี 2547-2548 การผลักดันให้ "รัฐ/สังคม" ยอมรับที่จะแบ่งปัน งบประมาณและ อัตรากำลังบุคลากร ตามสัดส่วนอันเป็น "ความต้องการจำเป็น" ที่สอดคล้องกับลักษณะธรรมชาติของบุคคลออทิสติก ยังไม่ประสบผลสำเร็จในขั้นปฏิบัติ ในขอบเขตทั่วประเทศ ที่ยั่งยืนถาวร เพียงแต่ประสบผลสำเร็จเป็นจุดๆ เป็นโครงการๆ ยังไม่สามารถจะมีระบบจัดการที่ยั่งยืนถาวรอยู่ในโครงสร้างของ "รัฐ/สังคม" ได้เฉกเช่นประชากรปกติ โดยปณิธานที่ตั้งเข็มมุ่งไว้ในช่วงปี 2547-2548 ยังไม่บรรลุเข้มมุ่งขั้นสัมฤทธิ์ผล เพียงแต่มีความคืบหน้าไปบนโต๊ะประชุมเล็กน้อย เพราะบ้านเมืองมีปัญหาต่างๆ พัดกระหน่ำเข้ามามิได้หยุดหย่อน อันล้วนแต่ส่งผลกระเทือนให้การเดินงาน เพื่อก่อตั้งและพัฒนากลไกการช่วยเหลือบุคคลออทิสติก ของกองทุนฯ ต้องหยุดชะงักเป็นช่วงๆ ปณิธานของกองทุนฯ ในช่วง 2549-2551 จึงยังคงสานต่อปณิธานเดิม แต่จะเป็นรูปธรรมที่เฉพาะเจาะจงขึ้น ดังนี้

  1. ผลักดันการจัดการศึกษาพิเศษด้วยรูปแบบ "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก" และ "ห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษ" สำหรับบุคคลที่มีความบกพร่องในระบบการทำงานของสมองแบบออทิสติก แอลี และสมาธิสั้น ในโรงเรียนปกติทั่วไป ให้เข้าสู่โครงสร้างการจัดการศึกษาของ "รัฐ/สังคม" โดยมีกฎหมาย/กฎกระทรวง รองรับอย่างเป็นทางการและเป็นลายลักษณ์อักษร

  2. ผลักดันให้เกิด "กองทุนการศึกษาเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลแอลดี และบุคคลสมาธิสั้น ในแท่ง สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เพื่อการก่อตั้ง "สถาบันวิจัยเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลแอลดี และบุคคลสมาธิสั้น" แห่งมหาวิทยาลัยในสังกัดหรือในการกำกับดูแลของรัฐ ครบทั้งสี่-ห้าภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงปี 2549-2551 "สถาบันวิจัยเพื่อบุคคลออทิสติก บุคคลแอลดี และบุคคลสมาธิสั้น แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น" ต้องเกิดขึ้นให้จงได้

  3. ผลักดันให้เกิดขึ้นซึ่ง "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น" เพื่อเป็น "ต้นแบบ" ให้เกิด "บ้านพิทักษ์ฯ" ในรูปรัฐสวัสดิการ ในความรับผิดชอบดูแลของชุมชน/องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในขอบเขตทั่วประเทศต่อไป

ทั้งหมดนี้ แม้จะยังไม่ทราบว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ในสภาพที่สังคมไทย มีความแตกแยกและระส่ำระสายทางความคิด  กันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน   ในทางการเมืองก็ยุ่งเหยิงขนาดหนัก แต่กองทุนฯ ก็จะดำเนินการผลักดันไปสุดแรงเกิดเท่าที่ความสามารถ ของ คนธรรมดาสามัญคนหนึ่ง จะทำได้ เพราะถือว่า ไม่ว่าจะเป็นการเมือง "ขั้วไหน" ขึ้นมากุมอำนาจ การพัฒนากลไก เพื่อการช่วยเหลือยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ ซึ่งมีความบกพร่องในระบบการทำงานของสมองดังกล่าว ก็เป็นเรื่องที่ "ทุกขั้วอำนาจ" ที่ขึ้นมา "กุมอำนาจ" ขึ้นมาเป็น "รัฐบาล" จักต้องกระทำไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลปกติหรือรัฐบาลรักษาการก็ตาม!

 

2/ ช่วงปี 2547-2548

 

ช่วงปี 2540-2546 การผลักดันให้ "รัฐ/สังคม"  ยอมรับที่จะแบ่งปัน งบประมาณ และ อัตรากำลังบุคลากร ในอัตราจำนวนที่มาก กว่าที่จะต้องใช้กับประชากรกลุ่มอื่นๆ ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่ง / แม้จะยังอยู่อีกห่างไกลจากที่คาดหวังไว้?    ได้ "กลไก" ทางด้านการศึกษา ใน  กระทรวงศึกษาธิการ   มา 2 รูปแบบ  คือ "ศูนย์วิจัย และ พัฒนาการจัดการศึกษา   แบบการเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติกฯ "    ของ      โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในแท่ง  ของ    สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา   โดย ได้รับการจัดสรรอัตรากำลังบุคลากรมาในอัตรา ครูผู้สอนหนึ่งคนต่อนักเรียนออทิสติกหนึ่งคน และ    "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก" ใน โรงเรียนทั่วไป   ในแท่ง  ของ   สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดย  ได้รับอัตราจ้าง ครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกสองคนต่อนักเรียนออทิสติกสามคน แต่เป็นอัตราจ้างครูซึ่งยังไม่เข้าสู่โครงสร้างงบประมาณปกติ

ดังนั้นปณิธานต่อไปในช่วงปี 2547-2548

  1. ทางด้านการศึกษา โดย หนึ่ง ในแท่งการอุดมศึกษา ให้ต่อยอดแพร่กระจายไปยัง สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาอื่นๆ และ ให้ หลักสูตรครูพันธุ์ใหม่ 5 ปีครูวิชาชีพ ต้องบรรจุหลักสูตรการศึกษาพิเศษอย่างเข้มข้น ที่ ครูรุ่นใหม่ต่อไป ต้องออกมาสอนเด็กพิการเด็กพิเศษได้ทุกคนทุกกลุ่ม และ สอง ในแท่งการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ กระทรวงศึกษาธิการ "ยอมรับ" เอา การจัดการศึกษาแบบ "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไป" เป็นรูปแบบการจัดการศึกษาที่เป็นมาตรฐาน และ เป็น "ทางการ" สำหรับ  กลุ่มออทิสติก ของกระทรวงฯ

  2. ทางด้านสังคม จะพุ่งเป้าไปที่ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พ.ม.) ผลักดัน นโยบาย "รัฐสวัสดิการ" ให้เกิด "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน" อย่างเป็นรูปธรรมขึ้นให้ได้ภายใน 2 ปีงบประมาณ

  3. ทางด้านการแพทย์การบำบัด พุ่งเป้าไปที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลักดันให้เกิด "กลไกการวิจัยครบวงจร" / หรือ  "สถาบันค้นคว้าศึกษาออทิซึ่มแห่งมาหวิทยาลัยขอนแก่น" ที่จะเป็น กลไก/หน่วยงาน ซึ่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับออทิซึ่ม ทั้งทาง การแพทย์การบำบัด การศึกษา และการสังคมอาชีพรวมทั้งการใช้ชีวิต โดยให้เกิดการวิจัยที่สามารถต่อเชื่อมถ่ายโอน "องค์ความรู้" ที่ได้จากการศึกษาวิจัยลงสู่ "ผู้ปฏิบัติงานรากหญ้าในชุมชน" ไม่ให้เป็นการศึกษาวิจัยที่ใช้ประโยชน์ไมได้หรือวิจัยเพื่อ "ขึ้นหิ้งไว้" เพราะ "ไม่ติดดิน" !

ประมาณนี้เลย !

1/ ช่วงปี 2540-2546

 

ปณิธานของ  กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก ก็คือ ปณิธานของ ผู้ปกครองบุคคลออทิสติกผู้ก่อตั้งกองทุนฯ ก็คือ ความตั้งมั่นที่จะผลักดัน และขับเคลื่อนหรืออย่างน้อยก็หนุนเนื่องให้คนออทิสติก ได้รับสิทธิต่างๆ ตามที่สมาชิกคนหนึ่งของสังคมจะพึงได้รับ คู่ขนานกันไปกับคนปกติ

และเฉพาะหน้านี้ สิทธิที่สำคัญ ็คือ สิทธิที่จะได้ใช้งบประมาณแผ่นดินและโภคทรัพย์ของสังคม ในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตได้เต็มตามศักยภาพ ก็คือ สิทธิที่จะต้องมี ที่อยู่ที่ยืนในทุกปริมณฑลของโครงสร้างงบประมาณแผ่นดินและโภคทรัพย์ของสังคมทุกระดับ คู่ขนานไปกับคนปกติ

เพื่อให้คนออทิสติก สามารถทำหน้าที่ธำรงค์ไว้ซึ่งความเป็นมนุษย์อย่างสมศักดิ์ศรี เฉกเช่นมนุษย์คนหนึ่งจะพึงได้รับโอกาสจากสังคมให้กระทำได้

การผลักดันเพื่อให้ได้มา ซึ่งสิทธิของคนออทิสติกตามปณิธานของกองทุนฯ ดังกล่าว เป็นพันธะสัญญาที่กองทุนฯ ถือเป็นพันธะกิจที่จะต้องกระทำให้ลุล่วง อย่างสุดความสามารถในทุกทิศทาง ตราบเท่าการดำรงอยู่ของกองทุนฯ 

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่า กองทุนฯ ที่เปรียบเสมือนหนูนาตัวเล็ก ๆ ซึ่งก็คือ ผู้ปกครองและครูกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง ะสามารถมีโอกาส ฝ่าด่านเล็ดรอดเข้าไปกัดเชือกช่วยราชสีห์ซึ่งในที่นี้ก็คือ รัฐ / รัฐซึ่งเป็นผู้จัดสรรปันส่วนและตั้งกฎกติกา ซึ่งการใช้และจำหน่ายจ่ายแจกงบประมาณ และโภคทรัพย์ของสังคม / รัฐ ซึ่ง ตลอดมาชั่วนาตาปี ติดบ่วงอยู่ในวังวนแห่งพันธนาการของเหล่าบรรดาเสือสิงห์กระทิงแรดที่แวดล้อม ซึ่งต่างก็น้ำลายสอจ้องจะกัดกินทึ้งแทะงบประมาณแผ่นดิน และโภคทรัพย์ของสังคมกันตาเป็นมัน อยู่ทั้งนั้น (และบางกลุ่มบางเหล่า ก็กำลังสวาปามงบประมาณกันอย่างอิ่มหมีพลีมัน)

ทั้งนี้เพื่อให้ราชสีห์มีอิสระ   พอที่จะมีเวลาสักแว๊บนึงมาคิด เจียดแบ่งจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน       และโภคทรัพย์ต่าง  ๆ ใดๆ มาให้กลุ่มออทิสติกอย่างเป็นการเฉพาะเจาะจง

จะได้หรือไม่?

หมายถึงแบ่งมาให้ถึงตัวตรงมาที่คนออทิสติกจริงๆ โดยไม่แบ่งแต่ปาก หรือแบ่งในภาพรวมซึ่งเป็นการจัดสรรให้โดยอ้อม ๆ ไม่ถึงตัวคนออทิสติก ทำให้จริงๆ กลุ่มออทิสติกยังไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอัน พอที่จะให้มีปัจจัยมาพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตให้มี "คุณภาพ" ได้

ตรงนี้ก็จึงต้องลองดู ที่ลองมาแล้ว     ก็พอได้เศษ ๆ เสี้ยว ๆ มาบางส่วนกระจิดริดนิด ๆ หน่อยๆ  แต่หนทางข้างหน้าอาจจะยากขึ้นไปอีก เพราะพวกเสือสิงห์กระทิงแรดไหวตัว แพร่พันธุ์ขยายฝูง          หนาแน่นเป็นป้อมปราการใหญ่โตกว่าเดิม

หนูนาต้องการกำลังหนุน แต่พื้นที่ท้องนากว้างใหญ่ไพศาล หนูนาทั้งหลาย (ผู้ปกครองบุคคลออทิสติก) อยู่กันอย่างกระจัดกระจาย และต่างก็สาละวนกับการหาอยู่หากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่กับปัญหาลูกออทิสติก      และส่วนข้างมาก ยังไม่มีความคิดเรื่องการพัฒนายกระดับคนออทิสติกในเชิงระบบ แค่เอาตัวเอาครอบครัวให้รอดไปได้วัน ๆ ก็บุญแล้ว ารวมกลุ่มบรรดาหนูนาจึงเป็นเรื่องยาก ต่างจากบรรดาพวกี่มะรุมมะตุ้ม คล้องบ่วงรัดร้อยแขนขาราชสีห์ พวกเสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลายที่ดีดนิ้วเปาะเดียว ก็มารวมพวกรวมก๊กกันได้ในพริบตา     เพราะปัจจัยในการรวมพวกรวมก๊กมีอยู่อย่างเพียบพร้อม

ในสภาพการณ์แบบนี้    เพื่อบรรลุปณิธานที่มุ่งหวัง กองทุนฯ จะทำฉันใดดี?

ก็กำลังคิด ๆ อยู่น่ะ!

 

Patience _ Guns N' Roses

 

main menu