เอกสาร "online"

ทักษะการประมวลผลการรับรู้ทางประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว (Sensorimotor Programs)

เรียบเรียงตัดตอนถอดความมาบางส่วนจาก Eden Institute Curriculum, Adaptive Physical Education Volume 5 ของ David L. Holmes, Ed. D. The Eden Press,1991

โดย.........สิทธิศักดิ์ ตันมณี MD.

เพื่อเป็นแนวทางแก่ครูและนักการศึกษาในจัดทำแผนการสอนทักษะการรับรู้ทางประสาทสัมผัส ซึ่งเป็นความผิดปกติสำคัญประการหนึ่งในผู้เรียนออทิสติก

คำนำ

จากการสังเกตพบว่า บุคคลออทิสติกจะมีความสามารถในการประมวลผลประสาทสัมผัสน้อยกว่าคนปกติ ดังนั้น การรู้ถึงความรู้สึกสัมผัสหนึ่ง ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นเบื้องต้นต่อการประมวลผลความรู้สึกสัมผัสทั้งหมดต่อไป

บุคคลออทิสติกหลายคน มีความยากลำบากต่อการทำงานที่ต้องอาศัยการรับรู้  ซึ่งสาเหตุเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทสัมผัสบางส่วนนั่นเอง

บุคคลออทิสติกหลายคนประมวลผลสิ่งเร้าแบบสัมผัสได้อย่างยากลำบากมาก อวัยวะที่รับความรู้สึกสัมผัส เช่น ผิวหนัง กล้ามเนื้อและข้อต่อ จะรับข้อมูลเกี่ยวกับการสัมผัสทางกายแบบเบา ๆ การลูบไล้ การทิ่มแทง ร้อน เย็น เจ็บ หรือปวด ระบบรับรู้สัมผัสของร่างกายช่วยให้เรารู้จักโลกภายนอกและปรับตัวให้อยู่กับมันได้

ระบบสัมผัสที่ผิดปกติที่เราจะพบก็คือ มีปฏิกิริยากลัวหรือกล้าต่อบางสิ่งอย่างผิดปกติ เช่น เด็กบางคนกลัวหรือเกลียดที่จะแตะสิ่งของที่มีรูปร่างต่างๆ บางอย่าง และหลีกเลี่ยงที่จะไม่เล่นกับสิ่งเหล่านั้น

การหลีกเลี่ยงที่จะสัมผัสสิ่งเหล่านั้นจะทำให้เด็กขาดโอกาสและลู่ทางที่จะไปสำรวจสิ่งเร้าภายนอกอย่างเป็นระบบ เด็กเหล่านี้จะขาดความสนใจ และไม่อยู่นิ่ง

การแยกแยะสัมผัสต่าง ๆ ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพจะพบได้ในเด็กที่ไม่ค่อยสัมผัสอะไรและจะเลือกเฉพาะสิ่งสัมผัสบางสิ่งบางอย่างเท่านั้น ระบบประสาทสัมผัสของพวกเขาเหล่านี้ดูเหมือนว่าจะเต็มไปด้วย การตอบสนองอย่างไม่เพียงพอต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาสู่ร่างกาย

เครื่องมือเกี่ยวกับการทรงตัวประกอบด้วย ตัวรับที่อยู่ในหูชั้นใน ซึ่งมีลักษณะเป็นครึ่งวงกลมสามอัน กลุ่มเซลประสาทที่อยู่ในสมองส่วนกลางจะทำการประมวลข้อมูลแล้วเชื่อมต่อกับสมองส่วนที่เหลือทั้งหมด

การรับรู้ตำแหน่งแห่งที่ว่าร่างกายเราจะอยู่ในภาวะใดท่าทางใดในสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะต้องอาศัยตัวรับที่กล้ามเนื้อและข้อต่อส่งข้อมูลไปยังกลุ่มประสาทที่เกี่ยวกับการทรงตัว ระบบการทรงตัวทำให้เราเคลื่อนไหวร่างกายและปรับร่างกายได้อย่างเหมาะสม

บุคคลที่มีความผิดปกติในระบบนี้จะไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในลักษณะไหนท่าทางใดในสิ่งแวดล้อมรอบตัว ถ้าระบบรับรู้การทรงตัวมีน้อยไป จะมีลักษณะหันไปหันมา ผู้เรียนหลายคนจะกระโดดโลดเต้นอย่างรุนแรง หมุนตัวเอง หรือกระแทกตัวเองกับสิ่งต่าง ๆ  พวกเขาสามารถหมุนตัวเองได้อย่างยาวนานโดยไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน

อาการแสดงเหล่านี้หมายถึงระบบตอบสนองต่อการทรงตัวมีประสิทธิภาพต่ำ

ในด้านกิจกรรมบำบัดเราจะประเมินถึงลักษณะการเคลื่อนไหวทางร่างกายของบุคคลเหล่านี้เป็นพื้นฐานจากนั้นจึงนำมาแก้ไข จะสังเกตร่างกายทั้งร่างโดยดูที่ไหล่และสะโพกในลักษณะท่า เหยียด งอ และหมุน ว่ามีความมั่นคงแค่ไหนขณะเดียวกันจะต้องสังเกตว่า ถนัดมือซ้ายหรือขวา และมือทำงานได้มากน้อยแค่ไหน  

การพัฒนาความรับรู้สัมผัสและระบบการทรงตัวรวมทั้งการพัฒนาการเคลื่อนไหวให้เป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบทีละขั้น ๆ ในทุกที่ที่มีโอกาส โดยผ่านการประมวลผลความรู้สึก จะต้องปลุกเร้าผู้เรียนด้วยสิ่งเร้าต่าง ๆ ตามความรู้สึก แต่ต้องระวังอย่าให้มากเกินจนผู้เรียนไม่สามารถประมวลผลข้อมูลที่เข้ามาได้ทัน ให้เด็กตอบสนองออกมาเองอย่างเป็นระบบและเข้าร่วมการเรียนการสอนอย่างแข็งขันด้วยตนเองมากกกว่าที่จะไปทำแทนผู้เรียน 

ถ้าการสอนนี้สำเร็จ เราคาดหวังได้อย่างมั่นใจว่า เด็กจะสามารถทำและปฏิบัติแผนการเรียนอื่น ๆ ได้อย่างแน่นอน  หวังให้กระตุ้นตนเองให้น้อยลง มีการปะทะสังสรรค์ทางสังคมมากขึ้น เราต้องการให้เด็กพัฒนาถึงขั้นที่ปฏิบัติทักษะที่จำเป็นเบื้องต้นได้เอง และเข้ากับผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมได้

ผู้สอนที่ทำงานด้านการสอนพลศึกษาแต่ละคนส่วนใหญ่จะทำการสอนในระดับก่อนวัยเรียนและวัยเรียน ขนาดของกลุ่มที่จะสอนพละขึ้นอยู่กับระดับพัฒนาการทางสังคมและพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่เป็นสำคัญ

ผู้เรียนที่เป็นวัยรุ่นและผู้ใหญ่เราจะเน้นที่การพัฒนาการปะทะสังสรรค์ทางสังคม การพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก การพัฒนาการประมวลผลความรับรู้ทางรู้สึก กิจกรรมต่างๆ เราสามารถทำถึงขั้นว่าผู้เรียนสามารถเลือกปฏิบัติได้ตามต้องการ และในระหว่างกิจกรรมสามารถฝึกทักษะการ "รอ" อย่างเหมาะสมไปในตัว ส่วนผู้เรียนที่สูงอายุขึ้นมาจะต้องฝึกความคงเส้นคงวาในหน้าที่และเสริมความอดทนของร่างกายขึ้นเรื่อย ๆ

คำนำโดย-Heide R. Ratliffe, M.A., O.T.R.

Back to top

แผนการสอนทักษะการประมวลผลการรับรู้ทางประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว

แผนการสอนทั้ง 7 แผน ต่อไปนี้ พัฒนามาเพื่อช่วยให้เด็กจัดการกับข้อมูลที่รับเข้ามาจากประสาทสัมผัสต่าง ๆ ของร่างกาย และตอบสนองออกไปอย่างถูกต้อง

    ผู้เรียนแต่ละคนจะต้องได้รับการประเมินระดับการประมวลผลต่อการตอบสนองของร่างกายต่อสิ่งเร้าต่างๆ ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ การตอบสนองต่อความรู้สึกสัมผัส การพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ตามส่วนต่างๆของร่างกายและการพัฒนากล้ามเนื้อเล็กตามส่วนต่างๆทั้งหมดของร่างกาย บุคคลที่จะเป็นผู้ประเมินได้ดี คือนักกิจกรรมบำบัด เมื่อผลประเมินออกมาแล้วจะต้องวางแผนเตรียมการสอนอย่างเฉพาะเจาะจง แผนการสอนที่อยู่ในหลักสูตรนี้ควรจะเป็นนักกิจกรรมบำบัดและครูพลศึกษาเป็นผู้ดำเนินการ ทุกแผนการสอนไม่จำเป็นจะต้องทำตามทุกขั้นตอนเลือกเฉพาะที่จำเป็นและเหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนเท่านั้น

    เราจะต้องตระหนักว่าเป้าหมายสูงสุดคือ การทำให้สภาพแวดล้อมที่จำกัดต่อการเรียนของผู้เรียนหมดไป ซึ่งจะบรรลุได้จะต้องมีการเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อ สอนให้รู้จักและใช้สิ่งของรอบๆ ตัวได้อย่างถูกต้องและสอนให้มีทักษะการเล่นแบบมีจุดมุ่งหมายและสร้างสรรค์

Back to top

top1

สารบัญ

1.       ความสมดุลและกระบวนการการทรงตัว

2.       การกระตุ้นผิวสัมผัส การแยกแยะชนิดของผิวสัมผัสและการรับรู้ภาวะที่เป็นอยู่ของร่างกาย

3.       การทำงานร่วมกันระหว่างร่างกายซีกซ้ายและซีกขวา  การหมุนและการเคลื่อนย้ายลงน้ำหนัก

4.       ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งส่วนต่างๆของร่างกายในสภาพแวดล้อม

5.       ปฏิกิริยาสนองกลับในด้านการทรงตัว

6.       พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้แข็งแกร่ง

7.       การรับรู้ตำแหน่งแห่งที่ของอวัยวะระหว่างการเคลื่อนไหว และการพัฒนาการหยิบจับสิ่งของ

Back to top1/ Back to top

1.      

ความสมดุลและกระบวนการการทรงตัว

พฤติกรรมเป้าหมาย: ผู้เรียนจะสามารถทรงตัวได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

ทักษะที่มีมาก่อน: ทรงตัวเองไม่ได้หรือได้ไม่ดี

เกณฑ์: ปรับใช้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน

การวัดผล: บันทึกข้อมูลในแต่ละคาบที่เรียน

วิธีการ:   

            1.     ผู้เรียนเต้นไปหน้าเต้นไปหลังบนลูกบอลทรงตัวขณะนอน

2.       ผู้เรียนเต้นไปซ้ายเต้นไปขวาบนลูกบอลทรงตัวขณะนอน

3.       ผู้เรียนเด้งไปหน้าเด้งไปหลังขณะนั่ง

4.       ผู้เรียนไต่ขึ้นลงบนบันไดปีน

5.       ผู้เรียนกลิ้งไปมาซ้ายขวา

6.       ผู้เรียนตีลังกาไปหน้าไปหลัง

7.       ผู้เรียนทนการหมุนบนเก้าอี้หมุนเป็นเวลา 1 นาที

8.       ผู้เรียนกระโดดเด้งดึ๋งบนลูกบอลทรงตัว

9.       ผู้เรียนนั่งเล่นบนไม้กระดกเป็น

เทคนิคการแนะ:

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้ววางอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ผู้สอนใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: ลูกบอลทรงตัว ราว ม้าหมุน บันไดไต่ เบาะ และม้ากระดก

Back to top1/ Back to top 

2.      

การกระตุ้นผิวสัมผัส การแยกแยะชนิดของผิวสัมผัสและการรับรู้ภาวะที่เป็นอยู่ของร่างกาย

พฤติกรรมเป้าหมาย: ผู้เรียนจะแยกแยะความรู้สึกชนิดต่าง ๆ ได้ แยกแยะสัมผัสแบบต่าง ๆ ได้ ทำท่าทางต่าง ๆ ตามที่สั่งได้

ทักษะที่มีมาก่อน: ไม่สามารถแยกแยะความรู้สึกต่าง ๆ ได้ บางคนอาจเฉื่อยหรือหลุกหลิกไม่อยู่นิ่ง

เกณฑ์: ปรับใช้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน

การวัดผล: บันทึกข้อมูลในแต่ละคาบที่เรียน

วิธีการ:

1.       แตะเบา ๆ ตามร่างกายส่วนต่าง ๆ ของผู้เรียน

2.       เลียนแบบผู้สอนการแตะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

3.       ผู้สอนวาดรูปง่าย ๆ บนกระดานและผู้เรียนลบออก

4.       ให้ผู้เรียนกลิ้งตัวไปมาบนผ้าห่ม เสื่อ หรือพื้น

5.       ผู้เรียนจับคู่ของเล่นที่มีรูปร่างเข้ากัน

6.       ผู้และผู้เรียนตบตามส่วนของร่างกายเพื่อให้เกิดเสียงต่าง ๆ กัน

7.       ผู้เรียนกดตัวลงไปแรง ๆ บนลูกบอลทรงตัว

8.       ผู้เรียนสามารถเอากล่องรูปภาพต่าง ๆ จับมาชิดกันและจับแยกออกจากกันหรือสามารถหมุนตะปูเกลียวบนจุกขวดต่าง ๆ ได้

9.       ผู้เรียนปั้นดินน้ำมันเป็นรูปต่าง ๆ

10.    ผู้เรียนยืนอยู่บนอ่างอาบน้ำที่ทำด้วยยางนาน 2 นาที

11.    ผู้เรียนเล่นสิ่งของบนกระดานที่จัดเตรียมไว้

12.    ผู้เรียนระบายสีรูปภาพบนพื้นผิวต่าง ๆ

เทคนิคการแนะ:

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้ววางอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ผู้สอนใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: แปรงลบกระดาน ฟองน้ำ เสื้อผ้า ของเล่นรูปร่างและขนาดต่าง ๆ อ่างอาบน้ำที่ด้วยยาง โลชั่น แป้ง สีเทียน ถาดพลาสติก และกระดานดำ

Back to top1/ Back to top

3.      

การทำงานร่วมกันระหว่างร่างกายซีกซ้ายและซีกขวา  การหมุนและการเคลื่อนย้ายลงน้ำหนัก

พฤติกรรมเป้าหมาย: ผู้เรียนจะใช้อวัยวะซ้ายขวาได้ประสานสัมพันธ์กัน

ทักษะที่มีมาก่อน: ไม่สามารถใช้อวัยวะซ้ายขวาได้อย่างสัมพันธ์กัน

เกณฑ์: ปรับใช้ให้เหมาะกับผู้เรียนแต่ละคน

การวัดผล: บันทึกข้อมูลในแต่ละคาบที่เรียน

วิธีการ:   

1.       ผู้เรียนเล่นลูกบอล

a)       จับหรือถือลูกบอล

b)      ขว้างหรือโยนลูกบอล

2.       ผู้เรียนปั้นดินน้ำมันโดยใช้มือทั้งสองข้าง

3.       ผู้เรียนเล่นรถเด็กเล่น

a)        เข็นให้เร็ว

b)      เข็นให้ไกลขึ้นเรื่อยๆ

4.       ผู้เรียนเดินกลิ้งล้อวงใหญ่ๆ ไปเรื่อยๆ

5.       ผู้เรียนร้องเพลงแล้วตบมือเข้าจังหวะโดยเคลื่อนไหวลำตัวไปตามทิศต่างๆ

6.       ผู้เรียนขับแผ่นสเกตแข่งให้ตรงทาง

7.       ผู้เรียนถีบสามล้อ

8.       ผู้ทำกิจกรรมสลับด้าน เช่น  มือขวาหยิบของทางด้านซ้ายและมองไปทางซ้ายโดยหน้าตรง

เทคนิคการแนะ:

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้วอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ครูใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: ลูกบอล ดินน้ำมัน รถแข่งเด็กเล่น บันไดไต่ แผ่นสเกต และรถสามล้อ

Back to top1/ Back to top 

4.      

ความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่งส่วนต่างๆของร่างกายในสภาพแวดล้อม

พฤติกรรมเป้าหมาย พัฒนาการรับรู้ของผู้เรียนว่าอยู่ในท่าทางอย่างไรในที่ว่างที่แวดล้อมรอบตัว(body's position in space)

ทักษะที่มีมาก่อน: กล้ามเนื้อมัดใหญ่ทำงานได้ไม่ดี ทักษะประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมัดต่างๆ ไม่ปกติ

เกณฑ์: อิงตามสภาพผู้เรียนแต่ละคน

วัดผล: บันทึกข้อมูลจากการเรียนการสอนในแต่ละช่วง

วิธีการ:

1.       ผู้เรียนปีนบันไดในทิศทางต่าง ๆ ได้

2.       ผู้เรียนสามารถผ่านสิ่งกีดขวางได้ดังนี้

a)       โดยการเดินข้าม

b)      เล่นแผ่นสเกต รถเด็กเล่น ข้ามสิ่งกีดขวาง

c)       เดินถอยหลังข้ามสิ่งกีดขวาง

d)      คลานข้ามสิ่งกีดขวาง

3.       ผู้เรียนสามารถคลานข้ามหรือคลานมุดใต้สิ่งต่างๆ

4.       ผู้เรียนสามารถที่จะวาดวงกลมหรือขีดเส้นลักษณะต่างๆ ได้บนกระดานดำ

5.       ผู้เรียนสามารถวาดรูปต่างๆ ขณะที่นอนคว่ำได้

6.       ผู้เรียนสามารถเดินผ่านสิ่งกีดขวางต่างๆ ได้

7.       ผู้เรียนสามารถเล่นแผ่นสเกตไปตามทิศทางต่างๆที่กำหนด

8.       ผู้เรียนสามารถถีบรถสามล้อไปในทิศทางต่างๆที่กำหนด

เทคนิคการแนะ:    

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้วอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ครูใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: บันไดปีน แผ่นสเกต สิ่งกีดขวางที่ทำขึ้นเอง ชอล์กเขียนกระดาน รถสามล้อ เครื่องออกกำลังกายข้อมือ

Back to top1/ Back to top

5.      

ปฏิกิริยาสนองกลับในด้านการทรงตัว

พฤติกรรมเป้าหมาย: ให้ผู้เรียนทำท่านอนคว่ำและเหยียดข้อต่างๆ และนอนหงายงอข้อต่างๆ

ทักษะที่มีมาก่อน: ไม่มี

เกณฑ์: อิงตามสภาพผู้เรียนแต่ละคน

วัดผล: บันทึกข้อมูลจาการฝึกและการสอนทั้งหมด

วิธีการ:

1.       นอนคว่ำและเหยียด: ให้ผู้เรียนนอนคว่ำหลังแอ่น แขนเหยียด ขาเหยียด

2.       นอนหงายและงอ: ให้ผู้เรียนนอนหงาย เข่าคู้หาอก แขนงออยู่ข้างตัว หัวยกขึ้น

เทคนิคการแนะ:    

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้วอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ครูใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: แผ่นกระดานหรือเสื่อ

Back to top1/ Back to top

6.      

พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้แข็งแกร่ง

พฤติกรรมเป้าหมาย: พัฒนาให้ผู้เรียนมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อตามวัย

ทักษะที่มีมาก่อน: พัฒนาการของกล้ามเนื้ออ่อนกว่าวัย

เกณฑ์: อิงตามสภาพผู้เรียนแต่ละคน

วัดผล: บันทึกข้อมูลในแต่ละคาบที่เรียน

วิธีการ:

1.       ผู้เรียนเดินบนคานทรงตัว

a)       ไปหน้า

b)      ก้าวข้ามสิ่งของ

c)       ถอยหลัง

2.       ผู้เรียนนอนกลิ้งตัวกับพื้น

3.       ผู้เรียนคลาน

4.       ผู้เรียนเดินตามแนวเส้นตรง

5.       ผู้เรียนวิ่ง

6.       ผู้เรียนยืนขาเดียว

a)       ซ้าย

b)      ขวา

7.       ผู้เรียนกระโดด

8.       ผู้เรียนกระโดดบนเตียงยิมนาสติก

9.       ผู้เรียนกระโดดซ้ำๆ กัน

10.    ผู้เรียนวิ่งเหมือนม้าควบ

11.    ผู้เรียนวิ่งตามระยะที่กำหนด

12.    ผู้เรียนถือบอล

13.    ผู้เรียนโยนบอล หรือขว้างบอล

14.    ผู้เรียนใช้แผ่นสเกต

a)       นั่ง

b)      นอนราบ

15.    ผู้เรียนฝึกการใช้เข่า

a)       คุกเข่า

b)      เข่าซ้ายอยู่กับพื้น เท้าขวาก้าวไปข้างหน้า

c)       เข่าขวาอยู่กับพื้น เท้าซ้ายก้าวไปข้างหน้า

เทคนิคการแนะ:

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้วอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ครูใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

5.       ไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: ลูกบอล  เสื่อ  เชือก  แผ่นสเกต

Back to top1/ Back to top

7.      

การรับรู้ตำแหน่งแห่งที่ของอวัยวะระหว่างการเคลื่อนไหว และการพัฒนาการหยิบจับสิ่งของ

พฤติกรรมเป้าหมาย: เพิ่มความสามารถในการรับรู้ตำแหน่งแห่งที่ และพัฒนาการหยิบจับสิ่งของ

ทักษะที่มีมาก่อน: พัฒนาการกล้ามเนื้อเล็กไม่ดี กล้ามเนื้อมือและนิ้วไม่แข็งแรง

เกณฑ์: อิงตามสภาพนักเรียนแต่ละคน

วัดผล: บันทึกข้อมูลตลอดการฝึก

วิธีการ:

1.       ผู้เรียนเปิดกล่องปูนปลาสเตอร์ แล้วเอาปูนปลาสเตอร์มากองไว้

2.       ผู้เรียนปั้นปูนปลาสเตอร์เป็นลูกกลมๆ

3.       ผู้เรียนกลิ้งปูนปลาสเตอร์โดย

a)       กลิ้งบนพื้นด้วยมือสองมือ

b)      กลิ้งอยู่ระหว่างมือสองข้างกลิ้งส่งไปส่งมาระหว่าง มือซ้ายกับมือขวา

4.       ใช้มือจับปากคีบเจาะรูปูนปลาสเตอร์โดย

a)       ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับปากคีบให้ปากคีบชิดกันแล้วทิ่มปูนปลาสเตอร์ให้เป็นรูๆ

b)      ใช้นิ้วโป้งและนิ้วกลางจับปากคีบให้ชิดกันแล้วทิ่มลงในปูนปลาสเตอร์ให้เป็นรูๆ

c)       ใช้นิ้วโป้ง นิ้วนางและนิ้วก้อยจับปากคีบให้ชิดกันแล้วทิ่มลงในปูนปลาสเตอร์ให้เป็นรูๆ

5.       ผู้เรียนปั้นปูนปลาสเตอร์ให้เป็นลูกกลมๆ จากนั้นกดให้แบนลงเป็นรูปเค้กกลมๆ

6.       ผู้เรียนปั้นดินน้ำมันให้เป็นแท่งกลมยาวโดยใช้มือซ้ายมือขวาคลึงสวนทิศทางกัน

7.       ผู้เรียนดึงดินน้ำมันที่ผู้สอนถืออยู่ด้วยมือซ้ายมือขวาสลับกัน

8.       ผู้เรียนปั้นปูนปลาสเตอร์ให้เป็นรูปเส้นยาวๆ คล้ายเส้นสปาเกตตี

9.       ผู้เรียนปั๊มนิ้วมือทั้งห้าลงบนดินน้ำมันทั้งมือซ้ายและมือขวา

10.    ผู้เรียนเก็บปูนปลาสเตอร์ใส่กล่องแล้วปิดฝาใส่กล่องให้เรียบร้อย

11.    ผู้เรียนนอนคว่ำลงบนเปลแกว่งแล้วผู้สอนไกวเปลให้นานหนึ่งนาที

เทคนิคการแนะ:

1.       จับมือทำเลยให้มือและนิ้วอยู่ในท่าที่ถูกต้อง

2.       ถอนการแนะ ครูค่อย ๆ ชี้จับให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวไปในทางที่ถูกต้อง

3.       ครูใช้ท่าทางให้ผู้เรียนทำให้ถูกต้อง

4.       ผู้เรียนทำได้เองโดยไม่มีการแนะเลย

วัสดุอุปกรณ์: ปูนปลาสเตอร์ เปลยวน ดินน้ำมัน

Back to top1/ Back to top

main menu /What's ew-update