
(ร่าง) เทศบัญญัติเทศบาลนครขอนแก่น เรื่อง "ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น" พ.ศ. 2553
ก. ความเป็นมาของห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกของโรงเรียนทั่วไปในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น
...................................................................................................
1.ในปีการศึกษา 2547 ทางแกนนำผู้ปกครองนำบุตรหลานเข้าสมัครเรียน เรียนร่วม(ระดับอนุบาล) โดยการทดลองการปรับตัวของเด็กออทิสติกในสิ่งแวดล้อมของโรงเรียน โดยผู้ปกครองเป็นผู้รับผิดชอบในการนำครูพี่เลี้ยงส่วนตัวคอยประกบเด็ก
(ระยะเวลา 6 เดือน)
2.ทาง “กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกเพื่อห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก ในโรงเรียนทั่วไป ในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น” ซึ่งต่อไปจะเรียกสั้นๆว่า “กลุ่มผู้ปกครองฯเพื่อห้องเรียนคู่ขนานฯ” ได้เข้าปรึกษากับทางผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น เพื่อให้ทางเทศบาลจัดทำโครงการจัดการศึกษาให้นักเรียนออทิสติกตามสิทธิอันพึงมีพึงได้ทางการศึกษาตาม พ.ร.บ.การศึกษา พ.ศ.2542 และทางเทศบาลได้มอบหมายให้โรงเรียนเทศบาลหนองแวง ร่วมกับ “กลุ่มผู้ปกครองฯเพื่อห้องเรียนคู่ขนานฯ” จัดทำโปรแกรมต้นแบบนำร่องเพื่อจัดการเรียนการสอนแก่เด็กออทิสติกในปีการศึกษา 2547
3.ผู้บริหารเทศบาลและผู้บริหารโรงเรียนเทศบาลหนองแวงสร้างความเข้าใจร่วมกับกลุ่มผู้ปกครองฯ ถึง ความสำคัญต่อบทบาทความรับผิดชอบในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาสตาม พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 รวมทั้งข้อจำกัดของโรงเรียนในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กออทิสติกที่ยังไม่มีบุคลากรครูผู้สอน ที่มีความรู้ความสามารถพิเศษเฉพาะทางในการจัดการศึกษาพิเศษ
4.ทางคณะผู้บริหารเทศบาลได้มีการประชุมปรึกษาหารือร่วมกับแกนนำผู้ปกครองหลายครั้ง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางการจัดการศึกษาพิเศษแบบการเรียนร่วมสำหรับเด็กออทิสติกในโรงเรียนเทศบาลหนองแวง และในที่สุดทางเทศบาลก็ได้อนุมัติ ห้องเรียนคู่ขนาน 1 ห้อง สำหรับนักเรียนออทิสติก จำนวน 3 คน กับ บุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกสนับสนุนให้ เป็นอัตราจ้างจำนวน 1 อัตรา(ระดับปริญญาตรี) และอัตราจ้างครูพี่เลี้ยง 1 อัตรา(ต่ำกว่าปริญญาตรี) ค่าตอบแทนตามวุฒิ แต่ได้ครูที่มาทำการสอนจริงคุณวุฒิระดับปริญญาตรีทั้ง 2 อัตรา ผู้ปกครองจึงต้องจ่ายส่วนต่างของอัตราจ้างเพิ่มให้ครูพี่เลี้ยง
5. ต่อมาทั้งครูผู้สอนและครูพี่เลี้ยงตามอัตราจ้างดังกล่าว สอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการครูของเทศบาลได้ ในตำแหน่งครูปกติ และเข้าไปอยู่ในกรอบของข้าราชการครูปกติของเทศบาล โดย กลุ่มผู้ปกครองฯเพื่อห้องเรียนคู่ขนานฯ ไม่สามารถจะประสานพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบ ห้องเรียนคู่ขนานฯ ได้อีกต่อไป เพราะไม่ใช่อัตราจ้างเดิมแล้ว การส่งครูทั้งสองคนนี้ไปอบรมต่างๆ ก็ไปอบรมในเรื่องของนักเรียนปกติ และเน้นหนักภาระงานไปที่งานปกติของโรงเรียนเป็นสำคัญ เช่น ถ้าครูผู้สอนไม่พอเพราะทางโรงเรียนส่งครูไปอบรม ทางโรงเรียนก็เลือกที่จะให้นักเรียนออทิสติกของ ห้องเรียนคู่ขนานฯ หยุดเรียน ด้วยเหตุผลว่าดีกว่าให้นักเรียนปกติซึ่งมีมากกว่าหยุด ทำให้นักเรียนออทิสติกศักยภาพต่ำอย่างน้องไชโยกับน้องไม้ไม่สามารถจะพัฒนาทั้งด้านศักยภาพของตัวนักเรียนออทิสติกเองและทางด้านการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน เป็นต้น
สรุป ดังนั้น ทางกลุ่มผู้ปกครองฯ จึงขอเริ่มต้นใหม่ โดย ขอให้ทางเทศบาลสนับสนุนครูอัตราจ้างคุณวุฒิปริญญาตรีให้ทดแทน และดำเนินการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนออทิสติกด้วยรูปแบบ ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในดโรงเรียนทั่วไปในชุมนใกล้บ้าน ตามโครงสร้าง ตามข้อกำหนดและระเบียบวิธีปฏิบัติ ดังใน ข้อ ข. ต่อไปนี้
ข. โครงสร้างของการจัดการศึกษาแบบห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้านในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น
..............................................................................................
โครงสร้างของห้องเรียนคู่ขนานฯ ประกอบด้วย ๑/ สถานที่ ที่จะจัดเป็น ห้องเรียนคู่ขนานฯ ๒/ มี นักเรียนออทิสติกไม่เกิน 3 คน ต่อหนึ่งห้องเรียน ๓/ มี ทีมครู1 ทีม เพื่อจัดการเรียนการสอนแบบห้องเรียนคู่ขนาน ซึ่งประกอบด้วย บุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ 2 อัตรา ครูผู้อำนวยการห้องเรียนคู่ขนานฯ 1 คน จากฝ่ายบริหารของโรงเรียน และ บุคลากรครูผู้สอนร่วม จากครูผู้สอนนักเรียนปกติที่มีอยู่แล้วตามความจำเป็นของนักเรียนออทิสติกที่เข้าร่วมกิจกรรมกับนักเรียนปกติ โดยมี วัตถุประสงค์ของห้องเรียนคู่ขนานฯ ดังต่อไปนี้
1.เพื่อจัดการเรียนการสอนแบบ “ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน” ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนร่วมที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสำหรับเด็กออทิสติกศักยภาพต่ำถึงปานกลาง
2.เพื่อนำร่องและเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาแบบ “ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน” ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนร่วมที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยภาพต่ำถึงปานกลาง
3.เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ในการจัดการศึกษาของนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยภาพต่ำและปานกลางไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดและในการกำกับดูแลของเทศบาลนครขอนแก่นและเทศบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ
แต่ทั้งนี้เนื่องจากว่า ได้มีนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยภาพสูง เข้ามาร่วมด้วย จึงต้องมีการจัดการเรียนการสอนแบบ "ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน" ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนร่วมและหรือการเรียนรวมที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยภาพสูง รวมทั้งนักเรียนที่เป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น โดยมี วัตถุประสงค์ของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ดังต่อไปนี้
1. เพื่อจัดการเรียนการสอนแบบ "ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน" ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนร่วมที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยสูง บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น
2. เพื่อนำร่องและเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาแบบ "ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน" ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนร่วมที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพสำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยสูง บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น
3.เพื่อเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และความรู้ในการจัดการศึกษาของนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยสูง บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น ไปสู่โรงเรียนอื่นๆ ในสังกัดและในการกำกับดูแลของเทศบาลนครขอนแก่นและเทศบาลอื่นๆ ทั่วประเทศ
อย่างไรก็ดี เนื่องจากการจัดการศึกษาแบบห้องเรียนทั้งสองรูปแบบดังกล่าวนี้ ยังไม่มีเทศบัญญัติหรือกฎระเบียบใดๆ ของเทศบาลนครขอนแก่นรองรับ จึงเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการพัฒนาบุคลากรและกระบวนการบริหารจัดการ เพราะไม่มีกรอบงบประมาณและกรอบบุคลากรอย่างเฉพาะเจาะจง เช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองแวง ในกรณีที่บุคลากรสอบเข้าสู่ระบบราชการได้แต่เพราะไม่มีตำแหน่งบุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก มีแต่ตำแหน่งบุคลากรครูผู้สอนนักเรียนปกติเท่านั้น ทำให้บุคลากรครูที่เคยสอนนักเรียนออทิสติกอย่างเฉพาะเจาะจงขณะยังมีสถานะเป็นเพียงลูกจ้างชั่วคราวเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่ระบบราชการได้แล้วก็ต้องไปรับภาระงานสอนนักเรียนที่เป็นบุคคลปกติเป็นหลัก ภาระงานในการสอนนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกเป็นภาระงานที่ไม่สำคัญทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ เพราะการประเมินผลงานตามระบบปกติงานสอนนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกไม่มีกรอบภาระงานที่จะใช้ประเมินผลงานได้ หรือในกรณีที่ทางเทศบาลสนับสนุนอัตราจ้างมาให้ห้องเรียนคู๋ขนานของโรงเรียนเทศบาลหนองแวงถึง ๔ อัตรา แต่เนื่องจากไม่มีกรอบภาระงานที่ชัดเจน อัตราจ้างที่ได้ก็ถูกทางโรงเรียนเอาไปคลุกรวมกับบุคลากรทั้งโรงเรียน ก็เข้าอีหรอบเดิมคือ อัตราที่ได้ไปทำกิจกรรมการเรียนการสอนนักเรียนปกติเป็นหลัก ซ้ำร้ายไปกว่านั้นอัตราหนึ่งยังถูกนักการเมืองท้องถิ่นดึงไป "ช่วยงาน" ด้านธุรการอยู่หน้าห้องเพิ่งได้คืนมา (?) ฯลฯ ดังนี้เป็นบทพิสูจน์ว่า การบริจัดการทางการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก (รวมทั้งนักเรียนที่เป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น) จะต้องมีเทศบัญญัติหรือกฎระเบียบเทศบาลที่เฉพาะเจาะจงแยกต่างหากออกมารองรับ เพื่อให้มีกรอบอัตราบุคลากร กรอบภาระงานของบุคลากร กรอบงบประมาณ ที่เอื้อต่อการจัดและพัฒนาการจัดการศึกษาด้วยห้องเรียนทั้งสองรูปแบบดังกล่าว
สรุป ดังนั้น ทางกลุ่มผู้ปกครองฯ จึงได้ร่วมกันยก (ร่าง) เทศบัญญัติ ว่าด้วย ระเบียบห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้านในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น สำหรับนักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น พ.ศ. 2553 เพื่อนำเสนอเป็นต้นร่างให้ทางเทศบาลนครขอนแก่น นำเข้าสู่กระบวนการ การออกเทศบัญญัติต่อไป โดยรายละเอียดปรากฎอยู่ใน ข้อ ค. ดังต่อไปนี้
|
เพื่อให้โรงเรียนเรียนในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น สามารถจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น เป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ
ฉะนั้นอาศัยอำนาจตามข้อ............แห่งข้อบังคับเทศบาล ว่าด้วยโรงเรียน จึงได้กำหนดระเบียบ ดังนี้
1.ระเบียบนี้เรียกว่า ระเบียบห้องเรียนคู่ขนานออทิสติกและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้านในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น สำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น พ.ศ. 2553 ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า นักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น ตามลำดับ2.ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นไป 3.ในระเบียบนี้ ; ^โรงเรียน หมายถึง โรงเรียนในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น ^ผู้อำนวยการโรงเรียน หมายถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น
^ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก หมายถึง ห้องเรียนสำหรับนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติกศักยภาพต่ำและปานกลางในโรงเรียนทั่วไปในสังกัดเทศบาลนครขอนแก่น โดยมี อัตราส่วนบุคลากรครูผู้สอนนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก ประจำ ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก ต่อ นักเรียนของห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก ให้อยู่ที่ 2:1-3 หรือ 3:5-7 ต่อ 1 ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก ^บุคคลออทิสติกศักยภาพต่ำและปานกลาง หมายถึง บุคคลออทิสติกที่ทางด้านการศึกษาไม่สามารถจะใช้หลักสูตรของบุคคลปกติในการจัดการทางการศึกษาร่วมกับการบริหารจัดการหลักสูตรได้เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของเนื้อหาหลักสูตรทั้งหลักสูตร ในระดับช่วงชั้นอายุเดียวกัน ^ผู้อำนวยการห้องเรียนคู่ขนานฯ หมายถึง บุคลากรครูระดับบริหารของโรงเรียนที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบบริหารจัดการและอำนวยการเกี่ยวกับห้องเรียนคู่ขนานฯ ให้เป็นไปตามระเบียบ ^บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก หมายถึง บุคลากรครูที่มีองค์ความรู้สำคัญหลักเกี่ยวกับบุคคลออทิสติก ๓ เรื่อง คือ ๑. เรื่องกระบวนการจัดทำและการบริหารจัดการหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก ๒. เรื่องเทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมสำหรับบุคคลออทิสติก และ ๓. เรื่องธรรมชาติของบุคคลออทิสติก รวมทั้งองค์ความรู้จำเป็นพิเศษอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ โดยผ่านการอบรมจากหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชนที่เชื่อถือได้ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการให้การรับรอง ^บุคลากรครูผู้สอนประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ หมายถึง บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ที่ โรงเรียน มอบหมายให้มีภาระหน้าที่รับชอบห้องเรียนคู่ขนานฯ ^บุคลากรครูผู้สอนร่วม หมายถึง บุคลากรครูของโรงเรียนที่สอนนักเรียนที่เป็นบุคคลปกติเป็นหลักแต่ได้รับมอบหมายจาก โรงเรียน ให้มีภาระหน้าที่เป็นบุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น ในรายวิชาหรือในรายกิจกรรมที่เกี่ยวข้องร่วมกับบุคลากรครูผู้สอนประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ และ บุคลากรครูผู้สอนประจำห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ
^ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ หมายถึง ห้องเรียนสอนเสริมอย่างครบถ้วนซึ่งทักษะที่จำเป็นหรือที่ยังบกพร่องอยู่ทั้งหลาย สำหรับนักเรียนที่เป็น บุคคลออทิสติกศักยภาพสูง บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น โดยมีอัตราส่วนบุคลากรครูผู้สอนเสริมการศึกษาพิเศษ ประจำ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ต่อ นักเรียนของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ให้อยู่ที่ 1:1-5 หรือ 2:6-10 ต่อ 1 ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ^บุคคลออทิสติกศักยภาพสูง หมายถึง บุคคลออทิสติกที่สามารถจะใช้หลักสูตรของบุคคลปกติและการบริหารจัดการหลักสูตรร่วมกับบุคคลปกติในการจัดการทางการศึกษาได้เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของเนื้อหาหลักสูตรทั้งหมดในระดับช่วงชั้นอายุเดียวกัน ^บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) หมายถึง บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ทางด้านการเขียน หรือด้านการอ่าน หรือด้านการคิดคำนวณ ฯลฯ โดยด้านที่ไม่ได้บกพร่องก็ยังสามารถใช้หลักสูตรบุคคลปกติได้ เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของเนื้อหาหลักสูตรทั้งหมดในระดับช่วงชั้นอายุเดียวกัน ^บุคคลสมาธิสั้น หมายถึง บุคคลที่มีช่วงความสนใจในสิ่งใดๆ หรือกิจกรรมใดๆ สั้นกว่าบุคคลปกติ แต่ก็ยังสามารถใช้หลักสูตรบุคคลปกติได้ เกินกว่าร้อยละ ๕๐ ของเนื้อหาหลักสูตรทั้งหมดในระดับช่วงชั้นอายุเดียวกัน ^ผู้อำนวยการห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ หมายถึง บุคลากรครูระดับบริหารของโรงเรียนที่ได้รับการแต่งตั้งหรือมอบหมายให้ดูแลรับผิดชอบบริหารจัดการและอำนวยการเกี่ยวกับห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ให้เป็นไปตามระเบียบ ^บุคลากรครูผู้สอนประจำห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ หมายถึง บุคลากรครูของโรงเรียนที่ได้รับมอบหมายให้เป็น ครูประจำชั้น ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ^บุคลากรครูผู้สอนเสริมการศึกษาพิเศษ หมายถึง บุคลากรครูของโรงเรียนที่ได้รับมอบหมายจากโรงเรียนให้ เป็นบุคลากรครูผู้สอนเสริมทักษะหรือรายวิชาหรือรายกิจกรรมให้แก่นักเรียนของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ
^หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก หมายถึง หลักสูตรที่สร้างขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับบุคคลออทิสติกบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ที่บูรณาการกิจกรรมการบำบัดทางกายภาพด้านการแพทย์ที่เป็นความต้องการจำเป็นพิเศษเฉพาะบุคคลออทิสติกบุคคลนั้นๆ เข้าเป็นเนื้องานเดียวกันกับกิจกรรมการเรียนการสอนทางด้านการศึกษา โดยเมื่อผ่านหลักสูตรนี้แล้ว บุคคลออทิสติกบุคคลนั้นๆ สามารถใช้ชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับบุคคลปกติได้ทุกระดับสังคม นับแต่สังคมระดับครอบครัว สังคมระดับโรงเรียน สังคมระดับชุมชน ไปจนถึงสังคมระดับประเทศและสังคมระดับโลก ได้ไปเป็นลำดับขั้น ^แผนการศึกษาคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก หมายถึง แผนจัดการศึกษาที่จัดขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล ในแต่ละภาคการศึกษาทั้งภาคการศึกษาปกติและภาคการศึกษาพิเศษ-ภาคฤดูร้อน โดยยึดตามหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก ^แผนการสอนคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก หมายถึง แผนจัดการศึกษาที่จัดขึ้นอย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล ในแต่ละภาคการศึกษาทั้งภาคการศึกษาปกติและภาคการศึกษาพิเศษ-ภาคฤดูร้อน รองรับและหรือสอดคล้องต้องตามแผนการศึกษาคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก ^ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้ หมายถึง ๑. ห้องเรียนและหรือชั้นเรียนของนักเรียนปกติ ที่ทาง โรงเรียน กำหนดให้เป็นห้องเรียนและหรือชั้นเรียนร่วมหรือเรียนรวมของนักเรียนแต่ละคนของห้องเรียนคู่ขนานฯ และหรือ ๒.ห้องเรียนและหรือชั้นเรียนของนักเรียนปกติ ของนักเรียนแต่ละคนของ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ^กลุ่มเพื่อน และ เพื่อนคู่หู(บัดดี้) หมายถึง นักเรียนปกติในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกัน ของ ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้ ที่ทางโรงเรียน จัดตั้งขึ้นอย่างมีการวางแผนที่ดี เพื่อให้เป็นต้นแบบด้านบุคคลิกภาพและแหล่งเรียนรู้ทักษะทางสังคมของนักเรียนแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจงของห้องเรียนคู่ขนานฯ และห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ทั้งแบบเป็นกลุ่มเพื่อนและแบบบุคคลเดี่ยวๆ ที่ให้เป็นเพื่อนสนิทเพื่อนคู่หู
4.บทบาทหน้าที่ของ ห้องเรียนคู่ขนานฯ 4.1 จัดเตรียมสถานที่ ที่จะใช้เป็น ห้องเรียนคู่ขนานฯ โดยให้มีสิ่งต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 4.1.1 ห้องกว้างอย่างน้อย 4 x 4 เมตร อยู่ในอาคารหรือบริเวณเดียวกันกับห้องเรียนของนักเรียนปกติในระดับช่วงชั้นอายุเดียวกัน 4.1.2 มีกระดานดำ มีโต๊ะครู มีโต๊ะเรียนและเก้าอี้ ที่สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมตามหลักสูตรคู่ขนานฯ 4.2 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนออทิสติกของห้องเรียนคู่ขนานฯ จะต้องประกอบด้วยรายการการจัดทำดังต่อไปนี้อย่างครบถ้วน 4.2.1 จัดทำ หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก 4.2.2 จัดทำ แผนการศึกษาเฉพาะบุคคลออทิสติก(AIEP) และ แผนการสอนเฉพาะบุคคลออทิสติก(AIIP) โดยสอดคล้องอิงตามและอยู่บนฐานของ หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก 4.2.3 จัดทำและจัดหา หนังสือหรือตำราเรียนคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนประกอบหลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก 4.2.4 จัดทำ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเฉพาะบุคคลออทิสติก รวมทั้ง ตารางสอนและปฏิทินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตลอดทั้งภาคเรียน 4.2.5 จัดทำ เกณฑ์และเครื่องมือในการวัดผลและประเมินผลเฉพาะบุคคลออทิสติก 4.2.6 จัดทำกิจกรรมการเรียนการสอน ในข้อ 4.2.4 โดยต้องมีการวางแผนที่ดีล่วงหน้าทุกครั้งทุกกิจกรรมอย่างครบถ้วนดังนี้ ๑) จัดกิจกรรมให้นักเรียนออทิสติกของ ห้องเรียนคู่ขนานฯ มีเวลาเรียนอย่างเป็นทางการไม่ต่ำกว่าวันละ 6 คาบ เป็นเวลา 5 วัน ใน ๑ สัปดาห์ และต้องมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนชดเชยนอกเวลาหากขาดเรียนหรือขาดสอน และมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ตลอดทั้งภาคเรียน ๒) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนของห้องเรียนคู่ขนานฯ แต่ละคน มีการเรียนร่วมหรือเรียนรวมกับนักเรียนปกติ ใน “ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้” โดยต้องมีการวางแผนประสานกิจกรรมการเรียนการสอนกัน ระหว่าง ครูผู้สอนของห้องเรียนคู่ขนานฯ กับ ครูผู้สอนร่วมของห้องเรียนร่วม ไม่ต่ำกว่าวันละ 2 คาบ และเพิ่มขึ้นไปตามศักยภาพที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนออทิสติกแต่ละบุคคล ๓) จัดให้นักเรียนของห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก แต่ละบุคคลมี กลุ่มเพื่อน และ เพื่อนคู่หู(บัดดี้) ใน “ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้”
5. บทบาทหน้าที่ของ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ 5.1 จัดเตรียมสถานที่ ที่จะใช้เป็น ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ โดยให้มีสิ่งต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย 5.1.1 ห้องกว้างอย่างน้อย 4 x 4 เมตร อยู่ในอาคารหรือบริเวณเดียวกันกับห้องเรียนของนักเรียนปกติในระดับช่วงชั้นอายุเดียวกัน 5.1.2 มีกระดานดำ มีโต๊ะครู มีโต๊ะเรียนและเก้าอี้ ที่สอดคล้องกับการจัดกิจกรรมสอนเสริมฯ 5.2 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนสำหรับนักเรียนออทิสติกของ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ตามหลักการดังต่อไปนี้ 5.2.1 มีการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล(IEP) อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง 5.2.2 มีการจัดทำ แผนการสอนเฉพาะบุคคล(IIP) รองรับ IEP (ในบริบทของ นักเรียนออทิสติกศักยภาพสูง นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียบนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น ของ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ คือ แผนการสอนเสริมทักษะทางวิชาการหรือทักษะทางสังคมหรือทักอื่นใดที่เขายังบกพร่องหรือที่ยังตามไม่ทันหรือเข้ากันไม่ได้กับนักเรียนปกติในห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม) 5.2.3 จัดทำและจัดหา หนังสือหรือตำราเรียน รวมทั้งสื่อการเรียนการสอนประกอบการสอนเสริม 5.2.4 จัดทำ ตารางสอนและปฏิทินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเสริมตลอดทั้งภาคเรียนให้สอดคล้องกับการเรียนการสอนปกติในห้องเรียนร่วม-เรียนรวมของนักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น 5.2.5 จัดทำ เกณฑ์และเครื่องมือในการวัดผลและประเมินผลเฉพาะบุคคล 5.2.6 จัดทำกิจกรรมการเรียนการสอนเสริม โดยมีการวางแผนที่ดีล่วงหน้าทุกครั้งทุกกิจกรรมหลักตาม แผนการศึกษาเฉพาะบุคคล(IEP) และ แผนการสอนเฉพาะบุคคล(IIP) อย่างครบถ้วนดังนี้ ๑) จัดกิจกรรมการสอนเสริมให้นักเรียนของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ไม่ต่ำกว่าวันละ 1 ครั้ง ๒) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเสริมให้นักเรียนของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ แต่ละคน ให้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนการสอนปกติ ใน “ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้” โดยต้องมีการวางแผนประสานกิจกรรมการเรียนการสอนกัน ระหว่างห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ กับ ครูผู้สอนร่วมของ“ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้” ๓) ให้ บุคลากรครูผู้สอนร่วม มีหน้าที่ช่วยกันจัดหา กลุ่มเพื่อน และ เพื่อนคู่หู(บัดดี้) ใน “ห้องเรียนร่วม-ห้องเรียนรวม-ห้องเรียนบัดดี้” ให้นักเรียนของห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ แต่ละบุคคล
6. ให้ เทศบาล มีหน้าที่การจัดตั้ง คณะกรรมการห้องเรียนคู่ขนานฯและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯสำหรับทำหน้าที่ควบคุมการดำเนินงานของ ห้องเรียนคู่ขนานฯ และ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ให้เป็นไปตามข้อ 4. และ ข้อ 5. รวมถึงการกำหนดนโยบายและมาตรการใด ๆ เพื่อให้ห้องเรียนคู่ขนานฯ และห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ของ โรงเรียน ดำเนินงานและพัฒนาไปได้ด้วยดีมีประสิทธิภาพและได้ประสิทธิผล 7. ให้ คณะกรรมการห้องเรียนคู่ขนานฯและห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ขึ้นตรงต่อเทศบาลนครขอนแก่น และมีองค์ประกอบของคณะกรรมการดังต่อไปนี้ 7.1 รองนายกเทศมนตรีฝ่ายการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น เป็นประธานกรรมการ 7.2 ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น เป็นรองประธาน 7.3 ผู้อำนวยการโรงเรียน เป็นกรรมการเลขานุการ 7.4 หัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงเรียนและผู้อำนวยการห้องเรียนคู่ขนานฯ เป็นกรรมการผู้ช่วยเลขานุการ 7.4 กรรมการอื่นๆ ประกอบด้วย บุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ บุคลากรครูผู้สอนร่วม ประธานกลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกของโรงเรียน(ภาคประชาชน) ประธานชมรมและหรือนายกสมาคมผู้ปกครองบุคคลออทิสติของจังหวัด(ภาคประชาชน) 7.5 กรรมการที่ปรึกษา จากหน่วยงานและหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสมและตามที่นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นเห็นชอบ และให้นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นเป็นประธานกรรมการที่ปรึกษา
8.ให้ ผู้อำนวยการโรงเรียน มีหน้าที่อำนวยการรวมทั้งประสานกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนให้การบริหารจัดการและการพัฒนาภาระงานของห้องเรียนคู่ขนานฯ ของ โรงเรียน เป็นไปที่กำหนดไว้ตามข้อ 5 และข้อ 6 โดยจัดตั้งทีม ฝ่ายวิชาการห้องเรียนคู่ขนานฯ ทำงานร่วมและคู่ขนานกันไปกับ ฝ่ายวิชาการของโรงเรียน
9. ทีมบุคลากร เพื่อการบริหารจัดการการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบ ห้องเรียนคู่ขนานฯ ของ โรงเรียนในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น ต้องประกอบด้วยบุคลากรครู ดังต่อไปนี้ 9.1 บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ ตามระดับช่วงชั้น มีหน้าที่และภาระงานตามระเบียบในข้อ 5 และข้อ 6 รวมทั้ง การนำนักเรียนในชั้นไปเรียนร่วมและช่วยครูผู้สอนร่วม รับผิดชอบดูแลนักเรียนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เก็บและบันทึกข้อมูลและพัฒนาการเฉพาะบุคคลของนักเรียนออทิสติกแต่ละคน ตลอดจนการพัฒนาหลักสูตรคู่ขนานฯ สื่อ และการเรียนการสอนเฉพาะบุคคลของนักเรียนออทิสติกแต่ละคน 9.2 ผู้อำนวยการห้องเรียนคู่ขนานฯ มีหน้าที่อำนวยการและประสานงานภายในโรงเรียนให้ “ระบบการบริหารจัดการทางการศึกษาแบบห้องเรียนคู่ขนานฯ” กับ “ระบบการบริหารจัดการทางการศึกษาตามปกติ” สำหรับนักเรียนปกติ ของ “ห้องเรียนร่วม” และของ ทั้ง โรงเรียน ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วคล่องตัวมีประสิทธิภาพได้ประสิทธิผล 9.3 บุคลากรครูผู้สอนร่วม มีหน้าที่ สอนนักเรียนออทิสติกร่วมกับ บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก ประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ ตาม หลักสูตรคู่ขนานฯ ตามทีระบุไว้ใน แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเฉพาะบุคคล
10.คุณสมบัติของนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก ของ “ห้องเรียนคู่ขนานฯ” ใน โรงเรียน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ 10.1ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นออทิสติกจากจิตแพทย์ กุมารแพทย์ หรือ แพทย์ 10.2ไม่มีพฤติกรรมรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่นในระดับที่ บุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติก ประจำห้องเรียนคู่ขนานฯ ควบคุมไม่ได้ 10.3ไม่มีอาการรุนแรงทางจิตเวชจนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนการการสอนจนต้องใช้เวลาในการบำบัดรักษาเกินกว่าร้อยละ 50 ของเวลาเรียนตลอดทั้งภาคเรียน 10.4 เป็นออทิสติกและออทิสติกสเปกตรัมที่อยู่ในกลุ่มศักยภาพต่ำและปานกลางซึ่งไม่สามารถจะเรียนตามหลักสูตรแบบนักเรียนปกติได้
11.จำนวนนักเรียนออทิสติกที่จะเข้าเรียนในห้องเรียนคู่ขนานฯ ของ โรงเรียน จะขึ้นอยู่กับจำนวนของครูและบุคลากรที่มีอยู่ หากมี นักเรียนออทิสติกมาเพิ่ม ให้ เทศบาลนครขอนแก่นและโรงเรียนจัดสรรอัตราบุคลากรที่เกี่ยวข้องและทรัพยากรทางการอื่นใดมาเพิ่มให้เพียงพอตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ โดยไม่ให้นักเรียนออทิสติกที่มีอยู่เดิมเสียหรือลดทอนสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้
12.การกำหนดระดับชั้นของนักเรียนออทิสติก ให้จัดแบ่งตามอายุช่วงชั้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสมด้านร่างกายในการเรียนร่วมกับเด็กปกติ และให้เหมาะสมกับการแบ่งห้องเรียนสำหรับนักเรียนออทิสติก ส่วนระดับความสามารถด้านการเรียนนั้นให้เป็นไปตามระเบียบที่ระบุไว้ในข้อ 5 โดยนักเรียนจะได้รับใบรับรองหรือใบแสดงผลการเรียนของโรงเรียนตามระดับความสามารถเมื่อจบหลักสูตรหรือเมื่อหมดสภาพนักเรียน ระดับชั้นของนักเรียนออทิสติกมี 3 ระดับ คือ 12.1 ระดับอายุช่วงชั้นอนุบาล อายุตั้งแต่ 4 ปี แต่ไม่เกิน 6 ปี 12.2ระดับอายุช่วงชั้นประถม อายุมากกว่า 7 ปี แต่ไม่เกิน 13 ปี 12.3 ระดับอายุช่วงชั้นมัธยม อายุมากกว่า 13 ปี แต่ไม่เกิน 25 ปี
13. ให้ เทศบาล จัดค่าตอบแทนเพิ่มให้แก่ บุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติก และ บุคลากรครูอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ เป็นการพิเศษที่เฉพาะเจาะจง จากค่าตอบแทนปกติที่ให้แก่บุคลากรครูทั่วไปของ โรงเรียน
14. การแต่งกายของนักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น ให้ใช้ระเบียบการแต่งกายตามนักเรียนปกติโดยอนุโลม 15. เวลาเรียนของนักเรียนออทิสติก ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วยเวลาเรียนการสอนของนักเรียนปกติโดยเริ่มตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึง 15.40 น. ของวันทำการ 16. ผู้ปกครองต้องยินยอมให้ทางโรงเรียนให้นักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น เป็นกลุ่มตัวอย่างต้นแบบ การจัดการศึกษาแบบห้องเรียนคู่ขนานฯ และ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ 17. ค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้นให้ใช้ระเบียบหรือประกาศเทศบาล ว่าด้วยค่าธรรมเนียมการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนเทศบาลเด็กนักเรียนตามปกติโดยอนุโลม 18. ฝ่ายสาธารณสุขของเทศบาลนครขอนแก่นต้องจัดให้มีกระบวนการให้บิดามารดาหรือผู้ปกครองและบุคลากรครูผู้สอนนักเรียนออทิสติกสามารถนำนักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้นไปรับการรักษาทางจิตเวชจากจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างสม่ำเสมอ จากสถานพยาบาลในสังกัดของเทศบาลนครขอนแก่น โดยประสานกับสถานพยาบาลที่นักเรียนออทิสติก นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และนักเรียนสมาธิสั้น สามารถใช้สิทธิประโยชน์ของตนได้ตามที่กฎหมายกำหนด
19.ให้ โรงเรียน มีหน้าที่จัดทำ โครงสร้างการบริหารงานภายใน เพื่อให้การดำเนินงานตามระเบียบนี้บรรลุเป้าหมาย โดยให้โครงสร้างการบริหารจัดการภาระงานของฝ่ายต่างๆ ทุกฝ่ายของ โรงเรียน รองรับกับโครงสร้าง ของ ระบบการบริหารจัดการทางการศึกษาแบบห้องเรียนคู่ขนานฯ และ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ตามที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ 20.ให้ โรงเรียน มีหน้าที่จัดทำกิจกรรมในการปรับเปลี่ยนและเสริมสร้างให้ ผู้ปกครองนักเรียนปกติ นักเรียนปกติ บุคลากรและเจ้าหน้าที่ทุกระดับทุกประเภท รวมทั้งชุมชนใกล้เคียง มี ความเข้าใจที่ถูกต้อง และ เจตคติที่ดี ต่อ นักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น ของโรงเรียน อย่างน้อยภาคเรียนละ ๓ ครั้ง 21.ให้ โรงเรียน มีหน้าที่จัดกิจกรรมให้แก่ นักเรียนออทิสติกในช่วงปิดภาคเรียน โดยประสานใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นชุมชน เพื่อให้การพัฒนาศักยภาพของนักเรียนออทิสติกเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่ขาดช่วง ทั้งนี้โดยความสมัครใจของผู้ปกครองนักเรียนออทิสติกแต่ละบุคคล 22. ให้ เทศบาลนครขอนแก่น จัดสรรงบประมาณและอัตราบุคลากรรวมทั้งทรัพยากรจำเป็นอื่นใด ให้แก่ โรงเรียน อย่างเพียงพอสำหรับดำเนินการให้เป็นไปอย่างครบถ้วนตามที่ระเบียบนี้กำหนด 23. ให้ เทศบาลนครขอนแก่น มีหน้าที่จัดสรรงบประมาณให้ บุคลากรครูผู้สอนบุคคลออทิสติก บุคลากรครูอื่นๆ และ บุคลากรอื่นๆ ของประชาคม โรงเรียน ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ ได้มีหรือเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อการพัฒนาศักยภาพในการจัดการศึกษาและหรือการพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และบุคคลสมาธิสั้น อย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง 24. ให้ หัวหน้าฝ่ายการศึกษาเทศบาลนครขอนแก่น มีหน้าที่ อำนวยการให้มีการประกันคุณภาพภายในและการประกันคุณภาพภายนอก ของ ห้องเรียนคู่ขนานฯ และห้องสอนเสริมการศึกษาพิเศษฯ ของ โรงเรียน
25.ให้ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น มีอำนาจสั่งพักราชการ ลดขั้นเงินเดือน ให้ลาออก ให้ออก หรือ โยกย้าย ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องของซึ่งไม่ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้ 26. ให้ ผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และ บุคคลสมาธิสั้น มีสิทธิร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร ให้ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ดำเนินการในข้อ 18. ต่อ บุคลากรที่เกี่ยวข้องซึ่งละเว้นหรือไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้ 27. ในกรณีของ ข้อ 19. ให้ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น ดำเนินการในข้อ 18. ให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และ บุคคลสมาธิสั้น ยื่นคำร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษร 28.ให้ เทศบาลนครขอนแก่น ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ปกครองนักเรียนที่เป็นบุคคลออทิสติก บุคคลที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้(แอลดี) และ บุคคลสมาธิสั้น ในกรณีที่การปฏิบัติตามข้อ 20. ไม่เสร็จสิ้นในระยะเวลาที่กำหนด วันละ ๕๐๐-. บาท ถึง ๑,๐๐๐-. บาท ต่อวันต่อราย จนกว่าจะแล้วเสร็จ 29.ให้ นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
|
ประกาศ ณ วันที่..........................................................................
ศึกบางระจัน![]()
โขง 0872305261 ตา 0897115828
เรืองชัย ตราชู ประธานสภาเทศบาลนครขอนแก่น 015440342/โรงเรียนบ้านหนองแวง 043 239967-มือถือ ผอ.หนองแวง 072370887 รองนายกเล็กมารุต....015444448""บ้านเจ๊รัช...043238382 235135"""หลอด..050011250-ระงับการใช้ชั่วคราว......
043-242194(หน้าห้อง) ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พ.ญ.นิรมล พัจนสุนทร 097154247 จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ภาควิชาจิตเวช คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายพีระพล พัฒนพีระเดช 018734301 นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น (เบอร์หน้าห้อง 043225151) นายกสภาเทศบาลนครขอนแก่น นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นาง อุมารัตน์ เดชะรินทร์ 0859224552 ผู้ปกครองบุคลลออทิสติกอาวุโส นายบุรี เสรีโยธิน 018714555/043-224996 ผู้ปกครองบุคคลออทิสติกและประธานกองทุนออทิสติกไทย (ม.ข.) เทศบาลเมืองนครขอนแก่น 043221202 043224390 043224818....สวัสดิการ ผอ. สุรางค์ 043271210 รอง ผ.อ.สำนักการศึกษาเทศบาล อ. ธนาวุฒิ 0894226005
เปิ้ล(จ.)-Email_ keranida@hotmail.com / admin@autisticthailand.com