โครงการนำร่องเพื่อการจัดตั้ง.....สำนักงานฝ่ายวิจัยการอาชีวะศึกษาเพื่อการฝึกและการพัฒนาอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับบุคคลออทิสติก  สถาบันวิจัยการศึกษาเพื่อบุคคลที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

@โครงการ(เริ่มต้น/นำร่อง) จัดตั้งสำนักงานฝ่ายวิจัยการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับบุคคลออทิสติก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น


1. หลักการและเหตุผล

ออทิสติก (Autistic) หรือ ออทิสซึม (Autism) เป็นคำที่ใช้เรียกบุคคลที่มีภาวะความบกพร่องทางด้านสังคม การสื่อสารและพฤติกรรม และอาจมีความบกพร่องด้านการทำงานของกล้ามเนื้อ ข้อต่อและประสาทสัมผัส (Proprioceptor and Sensory)อีกด้วย อาการที่แสดงออกถึงความบกพร่องในด้านต่าง ๆ เหล่านี้ ในแต่ละคนจะแตกต่างกันไป จากบางคนที่มีความบกพร่องมากไปจนถึงมีความบกพร่องเพียงเล็กน้อย ดังนั้นจึงเรียกอาการความบกพร่องนี้ว่า “ภาวะออทิสซึม (Autism Spectrum Disorders: ASDs)” ซึ่งจะครอบคลุมทั้งหมด 5 กลุ่มด้วยกัน คือ  Autistic disorder, Rett’s disorder, Childhood disintegrative disorder, Asperger’s disorder, and Pervasive Developmental Disorder, Not Otherwise Specified (PDD-NOS) แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันบ้างในแต่ละประเภท แต่สิ่งที่เป็นความบกพร่องร่วมกันก็คือ ความบกพร่องด้านปฏิสัมพันธ์กับสังคม ความไม่ยืดหยุ่นในแบบแผนพฤติกรรมบางอย่างที่แสดงออก แสดงพฤติกรรมซ้ำ ๆ และมีลักษณะเฉพาะที่สังเกตได้ (Lockshin et al., 2005)

Autistic ยังแบ่ง ตามความมากน้อยของความบกพร่อง ออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ กลุ่ม High Functioning Autism เป็นกลุ่มที่มีความบกพร่องน้อย ระดับสติปัญญาและการเรียนรู้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าเด็กปกติทั่วไป  กลุ่มที่สองเรียกว่า Moderate Functioning Autism กลุ่มนี้จะมีความบกพร่องอยู่ในระดับปานกลาง ระดับสติปัญญาอยู่ในขั้นที่สามารถเรียนรู้ได้ และกลุ่มสุดท้ายเรียกว่า Low Functioning Autism เป็นกลุ่มที่มีความบกพร่องหลายด้านและมีอาการรุนแรง บางคนอาจจะพูดหรือสื่อสารไม่ได้เด็กออทิสติกในกลุ่มนี้จะต้องได้รับการเอาใจใส่และการบำบัดรักษาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง การบำบัดและพัฒนาจะต้องกระทำแบบตัวต่อตัวหรือถึง 2:1 (ครูสองคนเด็กหนึ่งคน)นอกจากนี้บางคนอาจมีโรคทางระบบประสาทส่วนกลางร่วมด้วย เช่น โรคลมชัก  เป็นต้น จากรายงานผลการศึกษาพบว่าอัตราการเกิดของเด็กออทิสติกกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายประทศมีอัตราส่วนถึง 1 : 100 ของจำนวนประชากร (The National Autistic Society UK, 2008; Autism Society of America, 2009) ส่วนในประเทศไทยความชุกของเด็กออทิสติกเมื่อปี พ.ศ. 2547 มีอัตราส่วนเป็น 1 : 1,000  โดยมีอัตราส่วนที่พบในเด็กชายต่อเด็กหญิง เท่ากับ 4-5 : 1  (เพ็ญแข  ลิ่มศิลา, 2550)  นักวิจัยและนักการศึกษาหลายคนจึงทำนายไว้ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเด็กออทิสติกจะมีจำนวนมากที่สุดในบรรดาเด็กที่มีความพิการ 9 ประเภท (ดารณี   อุทัยรัตนกิจ, 2550)

ย้อนหลังไปเมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมาผู้คนในสังคมไทยอาจจะยังไม่รู้จักคำว่าออทิสติกกันมากนัก และเด็กส่วนใหญ่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือพัฒนาและการจัดการศึกษาที่ถูกวิธี ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2546 กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายให้โรงพยาบาลและศูนย์อนามัยของรัฐทุกแห่งทำการคัดกรองเด็กออทิสติกให้ได้ตั้งแต่อายุไม่เกิน 2 ขวบ เมื่อพบว่าเป็นเด็กออทิสติกก็จะต้องให้การช่วยเหลือและพัฒนาตั้งแต่แรกพบความบกพร่อง (Early Intervention) ซึ่งนับว่าเป็นผลดีต่อเด็กออทิสติกเป็นอย่างยิ่ง

แต่สิ่งหนึ่งที่กำลังเป็นปัญหาที่รอการแก้ไขในเรื่องนี้ก็คือ ระบบการจัดการศึกษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลสำหรับเด็กออทิสติก เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยของเรา ยังไม่มีวิธีการหรือรูปแบบในการจัดการศึกษาเพื่อรองรับการบำบัดรักษาและพัฒนาเด็กออทิสติกที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เด็กออทิสติกส่วนใหญ่จะต้องออกจากระบบการศึกษา เพราะไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับวัยและโรงเรียนโดยส่วนใหญ่ยังคงปฏิเสธที่จะรับเด็กออทิสติกเข้าเรียนรวม

ด้วยเหตุนี้เมื่อปี พ.ศ. 2545 คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นและโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ตระหนักและเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาและการจัดการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติก จึงได้ก่อตั้ง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติก ฯ ขึ้น หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อสั้น ๆ ว่า ศูนย์วิจัยออทิสติก โดยมีเป้าประสงค์ที่จะทำการศึกษา ค้นคว้าวิจัยเพื่อหาวิธีการและรูปแบบที่เหมาะสมในการจัดการศึกษาและพัฒนาเด็กออทิสติกและเพื่อที่จะขยายผลการศึกษาไปสู่โรงเรียนและสถานศึกษาต่าง ๆ ในอนาคต โดยรับนักเรียนออทิสติกทั้ง 3 กลุ่มคือ High, Moderate และ Low Functioning Autism ให้เข้าเรียนรวมร่วมกับเด็กปกติในโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากผลการศึกษาวิจัยแล้วพบว่า เด็กออทิสติกที่รับเข้าศึกษานั้นมีพัฒนาการในทุก ๆ ด้านเป็นที่น่าพอใจ และมีนักเรียนจำนวนหนึ่งประสบผลสำเร็จในการเข้าเรียนรวมได้เป็นอย่างดี แต่ทว่ายังคงมีเด็กออทิสติกอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่สามารถเรียนรวมในวิชาสามัญเทียบเท่ากับเด็กปกติได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กออทิสติกที่มีความผิดปกติค่อนข้างมาก (กลุ่ม Low Functioning Autism) แต่การพัฒนาด้านอื่น ๆ เป็นไปอย่างน่าพอใจ

ทางศูนย์วิจัยออทิสติกและผู้ปกครองต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ควรมีการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาวิชาชีพที่เหมาะสมเพื่อรองรับเด็กกลุ่มนี้ในอนาคต โดยอาศัยหลักอาชีวะบำบัดในการพัฒนาและการฝึกวิชาชีพที่เหมาะสม นอกจากจะเป็นการพัฒนาเด็กออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการกับศูนย์วิจัยออทิสติกโดยตรงแล้ว ยังจะเป็นต้นแบบในการจัดการศึกษาด้านอาชีพสำหรับเด็กออทิสติกให้แก่สถาบันการศึกษาต่าง ๆ และแก่ผู้ปกครองเด็กออทิสติกอื่น ๆ ในอนาคต

ดังนั้นคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงใคร่ขอเสนอโครงการวิจัยและพัฒนาอาชีวะบำบัดสำหรับเด็กออทิสติก เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์และรายละเอียดของโครงการ ดังนี้

2. วัตถุประสงค์

2.1 เพื่อศึกษา ค้นคว้าวิจัยรูปแบบ วิธีการในการบำบัดรักษาและพัฒนาบุคคลออทิสติกด้วยกิจกรรมอาชีวะบำบัด ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผลสำหรับบุคคลออทิสติก
2.2 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ผลงานการศึกษาวิจัยรูปแบบ วิธีการ ที่เป็นนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาด้านอาชีวะบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกไปสู่สถาบันการศึกษาและสังคม
2.3 เพื่อพัฒนาและสร้างอาชีพที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการกับศูนย์วิจัยออทิสติก

3. ผู้รับผิดชอบโครงการ

ศูนย์วิจัยออทิสติก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การกำกับของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับกองทุนรัฐวัฒน์ตันมณี เพื่อสิทธิคนออทิสติก

4. โครงสร้างและองค์ประกอบของศูนย์วิจัยออทิสติกในอนาคต

[ยังก๊อปปี้แผนภาพไม่ได้ แต่จะประกอบด้วยฝ่ายการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน, ฝ่ายการศึกษาระดับอาชีวศึกษา, และ ฝ่ายวิจัยระบบการให้บริการและให้บริการบุคคลออทิสติกในระดับอุดมศึกษา]

  

5. ขอบข่ายการดำเนินงานในแต่ละฝ่ายตามโครงสร้างศูนย์วิจัยออทิสติก

5.1 ฝ่ายการศึกษาระดับขั้นพื้นฐาน หมายถึง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติกในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่ระดับอนุบาลศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นส่วนงานที่ได้รับงบประมาณและกำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
5.2 ฝ่ายการศึกษาระดับอาชีวศึกษา หมายถึง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับบุคคลออทิสติกในระดับอาชีวศึกษา เพื่อพัฒนาและสร้างอาชีพที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติก ซึ่งเป็นส่วนงานที่จะต่อเนื่องและรองรับบุคคลออทิสติกของศูนย์วิจัยออทิสติกเข้าฝึกวิชาชีพด้วยกิจกรรมอาชีวะบำบัด ที่กำลังเสนอของบประมาณเพื่อสนับสนุนการจัดตั้งในครั้งนี้
5.3 ฝ่ายวิจัยระบบการให้บริการและให้บริการบุคคลออทิสติกในระดับอุดมศึกษา หมายถึง ศูนย์ช่วยเหลือและสนับสนุนนักศึกษาออทิสติกที่เข้าเรียนในระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยจะประสานงานร่วมกับศูนย์ DSS ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่จะเน้นที่นักศึกษาออทิสติกเป็นหลัก ซึ่งฝ่ายนี้จะก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อมีนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐานจากศูนย์วิจัยออทิสติกได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา

6. กิจกรรมการเรียนการสอนด้านอาชีวะบำบัด

เนื่องจากบุคคลออทิสติกมีความบกพร่องด้านสมองและประสาทการรับรู้ส่งผลให้เกิดความบกพร่องทางการสื่อสาร สังคมและพฤติกรรม  จึงต้องมีการกระตุ้นการทำงานของสมองและประสาทการรับรู้ เช่น กระตุ้นประสาทการรับรู้ของเอ็นและข้อต่อเพื่อพัฒนาการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมัดเล็ก-มัดใหญ่ หรือกระตุ้นประสาทการรับรู้การทรงตัวที่หูส่วนกลาง หรือกระตุ้นประสาทการรับรู้ด้านการมองและการเคลื่อนไหวของสายตา หรือกระตุ้นประสาทการรับรู้รส กลิ่น เสียง สัมผัส เป็นต้น การกระตุ้นพัฒนาการด้านประสาทสัมผัสควรได้รับการกระตุ้นตั้งแต่ 10 ปีแรกของชีวิต หากบุคคลออทิสติกไม่ได้รับการกระตุ้นดังกล่าวตั้งแต่ต้น จะส่งผลให้ความบกพร่องในบุคคลออทิสติกยังคงเหลืออยู่และอาจรุนแรงขึ้น จึงจะต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างเข้มข้นในช่วงต่อมาซึ่งจะเป็นช่วงอายุวัยรุ่นวัยเตรียมทำงานหรือกระทั่งวัยผู้ใหญ่วัยทำงาน

บุคคลออทิสติกกลุ่มที่ไม่ได้รับการกระตุ้นพัฒนาการของระบบประสาทการรับรู้ตั้งแต่ต้นนั้น ด้วยอายุที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นวัยผู้ใหญ่วัยเตรียมทำงานหรือวัยทำงานดังกล่าว ก็จึง เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไปที่ต้องได้รับการฝึกอาชีพ การช่วยเหลือจึงต้องเป็นการบูรณาการ ระหว่างการบำบัดร่วมกับการฝึกอาชีพ เป็น “การอาชีวะบำบัด” ด้วยเหตุนี้ศูนย์วิจัยออทิสติก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นจึง ได้เสนอจัดตั้ง โครงการวิจัยและพัฒนาด้านอาชีวะบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติก ขึ้น

โดยจากการวิเคราะห์ความบกพร่องของเด็กออทิสติกในเบื้องต้นแล้ว พบว่า อาการบกพร่องของบุคคลออทิสติกสามารถที่จะพัฒนา ได้ด้วย กระบวนการผลิตทางด้านวิชาชีพเกษตรกรรม เช่น การปลูกต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ กล้วยไม้ พืชผักสวนครัว เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอาชีพได้โดยตรงแล้ว ยังจะช่วยลดภาวะโลกร้อนที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่อยู่ในขณะนี้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

ดังนั้นในเบื้องต้นนี้ศูนย์วิจัยออทิสติกจึงเลือกที่จะศึกษาวิจัยด้านอาชีวะบำบัด 3 ด้าน คือ

6.1 การปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ด้วยหลักสมดุลระบบนิเวศน์ ซึ่งในโครงการนี้ จะมีการนำกระบวนการปลูกและกระบวนผลิตตามหลักสมดุลระบบนิเวศน์มาใช้เป็นกิจกรรมกระตุ้นประสาทการรับรู้ที่บกพร่องตามความเหมาะสมของบุคคลออทิสติกแต่ละบุคคล อาทิ การพัฒนาความแข็งแรงและการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อมือให้ทำงานสัมพันธ์กับการใช้สายตาและฝึกสมาธิ ด้วยกิจกรรมร้อยลวดกระถาง เป็นต้น   นอกจากนี้ยังจะช่วยปลูกฝังนิสัยความรักต้นไม้และพืชพรรณ ขณะเดียวกัน ยังสามารถที่จะบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ เข้ามาสู่กิจกรรมการเรียนการสอนได้ อาทิ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษาและการงานอาชีพ  เป็นต้น

6.2 การฝึกทักษะการดำรงชีวิตประจำวัน โดยปรับสภาพแวดล้อมของห้องเรียนให้เหมือนบ้าน ที่นักเรียนจะได้ฝึกการช่วยเหลือตนเอง ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานการรักษาสุขอนามัยส่วนตัว  เช่น การซักผ้า อาบน้ำ แปรงฟัน การเข้าห้องน้ำที่ถูกวิธี การประกอบอาหารและการล้างถ้วย ล้างจาน เป็นต้น โดยในส่วนนี้จะมีการจำลองห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาหารและห้องนั่งเล่นให้เหมือนเป็นบ้านที่อยู่อาศัย มีส่วนของการออกกำลังกาย เพื่อให้สามารถขยายผลของทักษะหรือพฤติกรรมที่พัฒนาแล้วจากสถานศึกษา ไปสู่ที่บ้านและชุมชน อย่างได้ประสิทธิผลชัดเจน

6.3 การฝึกบุคลิกภาพและมารยาททางสังคม ฝึกบุคลิกภาพให้มีความสง่างามในการเคลื่อนไหวร่างกายได้สมดุลและมีกริยาท่าทางเหมาะสม รวมถึงปฏิบัติตน วางตนให้เข้าสู่สังคมได้เหมาะสมตามโอกาสและบริบททางสังคม

โดยการดำเนินการทั้งหมด ต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถในชุมชน เช่น นักวิชาการเกษตร นักวิชาการทหาร   นักวิจัย หรือสหวิชาการ  เป็นต้น


7. งบประมาณและรายละเอียดของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของฝ่ายการศึกษาระดับอาชีวศึกษา

เนื่องจากเป็นฝ่ายงานใหม่ที่จะก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการศึกษาวิจัยด้านการจัดการศึกษาและพัฒนา อาชีพที่เหมาะสมสำหรับเด็กออทิสติก ซึ่งยังไม่มีอาคารสถานที่และบุคลากรที่รองรับฝ่ายนี้โดยตรง จึงต้องมีงบประมาณและค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อตั้ง และงบประมาณในการดำเนินงานในระยะยาว  การดำเนินงานด้านนี้จะบรรลุตามวัตถุประสงค์ได้จะต้องมีองค์ประกอบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
7.1 บุคลากร บุคลากรที่จำเป็นสำหรับการดำเนินโครงการในช่วงของการก่อตั้ง มีดังนี้
      1) อาจารย์ผู้สอน จำนวน 3 อัตรา วุฒิปริญญาโททางการศึกษา
      2) นักโภชนาการ จำนวน 1 อัตรา  วุฒิปริญญาตรี
      3) พนักงานสายสนับสนุน จำนวน 2 อัตรา ประกอบด้วย
•   เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 1 อัตรา  วุฒิปริญญาตรี
•   แม่บ้าน 1 อัตรา
•   นักการภารโรง 1 อัตรา
[ เริ่มแรกที่ยังไม่เข้าระบบงบประมาณปกติ ต้องเงินสดสำรองจ่ายในส่วนนี้ ประมาณเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) ๑๒ เดือน จะเป็นเงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)]
7.2 อาคารและสถานที่
     1) ห้องเรียน ในระยะแรกของการก่อตั้งเพื่อให้เกิดโครงการโดยเร็วและทันต่อการรองรับการจัดการเรียนการสอนในปีการศึกษา 2552 นี้ ศูนย์วิจัยออทิสติกได้ขอยืมห้องเรียนจากระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 2 ห้อง เพื่อใช้เป็นห้องเรียนของเด็กออทิสติก (กลุมนำร่องจำนวน 3-6 คน)และห้องพัก-ห้องธุรการของบุคลากร  ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงห้องดังกล่าวให้เหมาะสมและเอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน)
      2) โรงฝึกงานและโรงเรือนในการปฏิบัติงาน เพื่อฝึกกิจวัตรประจำวันและฝึกวิชาชีพ ประกอบด้วย ห้องครัวและห้องอาหาร เรือนเพาะชำและแปลงปลูกพืชผัก ซึ่งจะต้องก่อสร้างเพิ่มเติม ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
      3) ห้องแสดงผลงานและจำหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ของนักเรียน เพื่อใช้เป็นสถานที่แสดงผลงานและจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลจากฝีมือนักเรียน ผู้ปกครองและครู โดยมีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน)
7.3 วัสดุและครุภัณฑ์
      1) ครุภัณฑ์สำนักงาน ประกอบด้วย โต๊ะ-เก้าอี้ ทั้งของบุคลากรและนักเรียน ตู้และชั้นเก็บอุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์ โทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป ฯลฯ ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
      2) วัสดุสำนักงาน อาทิ กระดาษ หมึกเครื่องพิมพ์ เครื่องเย็บกระดาษ กรรไกร กาว เทป
      3) วัสดุอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอน อาทิ จอบ เสียม พลั่ว คีม เครื่องมือตกแต่งกิ่งไม้ กระถาง ลวด ๕๐,๐๐๐ บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)
      4) พืชพรรณไม้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน (จัดเข้าโรงฝึกงานและโรงเรือน) ประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ บาท (สามแสนห้าหมื่นบาทถ้วน)
      5) วัสดุและอุปกรณ์งานครัวและโภชนาการ เตาแก๊ส เตาไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว ตู้เย็น หม้อ ถ้วย จาน ชาม ช้อนส้อม ฯลฯ ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
7.4 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการต่าง ๆ ระหว่างเรียน (งบหมุนเวียน) ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
1) กิจกรรมเสริมหลักสูตร เช่น โครงการวันสำคัญทางศาสนา การเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของชุมชน ฯลฯ
2) ค่าใช้จ่ายในการทัศนะศึกษานอกสถานที่เพื่อฝึกการดำรงชีวิตตามชุมชน สถานที่สาธารณะ เป็นต้น
7.5  ค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาบุคลากร  ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
      1) การฝึกอบรม การประชุมสัมมนา
      2) การศึกษาดูงานเพิ่มพูนความรู้
7.6  ค่าใช้จ่ายตอบแทน  ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน)
      1) ค่าตอบแทน อาจารย์พิเศษ วิทยากร อาสาสมัคร

8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
   8.1 ได้รูปแบบและวิธีการจัดการศึกษาด้านอาชีพที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติก
   8.2 เป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัยและพัฒนาและการเผยแพร่องค์ความรู้และนวัตกรรมในการจัดการศึกษาและพัฒนาอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
   8.3 เป็นต้นแบบการพัฒนาวิชาชีพด้วยหลักการอาชีวะบำบัดให้แก่ผู้ปกครอง สถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
   8.4 บุคคลออทิสติกที่เข้าร่วมโครงการได้รับการบำบัดพัฒนาและได้รับการศึกษาวิชาชีพที่เหมาะสม สามารถที่จะนำไปใช้ในการดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างปกติสุข
   


หมายเหตุ;รวมเป็นเม็ดเงิน ๔.๖-๕ ล้านบาท โดยประมาณ ตรงนี้น่าจะส่งเข้าบัญชี เงินสนับสนุน ของ คณะศึกษาศาสตร์ หมาวิทยาลัยขอนแก่น แต่กำกับว่าเพื่อสนับสนุน.......โครงการ(เริ่มต้น) เพื่อการจัดตั้งฝ่ายวิจัยและพัฒนาอาชีวะบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติก ศูนย์วิจัยฯออทิสติก  โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

ประกอบด้วยโครงการย่อยๆ ด้วยดังต่อไปนี้

 

๑.โครงการจัดทำโรงเรือนพืชพันธุ์ไม้เพื่อการอาชีวิบำบัดและการฝึกอาชีพด้านเกษตรกรรมตามหลักการสมดุลระบบนิเวศ สำหรับบุคคลออทิสติก  ฝ่ายวิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกระดับอาชีวศึกษา ศูนย์วิจัยและพัฒนา ฯ ออทิสติกฯ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลับขอนแก่น

.การจัดทำหลักสูตรคู่ขนานฌฉพาะบุคคลออทิสติก(แต่ละบุคคล)และกระบวนการจัดกิจกรรมเพื่อการเรียนการสอน  [น่าจะอยู่ในราวๆ (๗๐,๐๐๐+๕๐,๐๐๐=๑๒๐,๐๐๐)/คน]

๓. โครงการฝึกทักษะการเคลื่อนไหวแบบทหารเพื่อการพัฒนาบุคลิกภาพด้านการเคลื่อนไหวร่างกายในท่าทางอากัปกิริยาต่างๆ [มีค่าตอบแทนอาจารย์พิเศษ(ระดับจ่า-นายร้อยขึ้น) ชม. ละ ๑,๒๐๐ บาท วันละประมาณ ๓ ชม. เดือนละ ๒๐ วัน ค่าตอบแทนครูผู้ช่วย (ระดับพลทหารและนายสิบ) ชม.ละ ๓๐๐-๖๐๐ บาท]

ฯลฯ

 

การทำฝันให้เป็นจริงสำหรับบุคคลออทิสติกกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น /main menu