บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองมหาวิทยาลัยขอนแก่น
หลักการและเหตุผล
เมื่อบุคคลออทิสติกพ้นระดับอายุช่วงชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ป.๑-ม.๖)
ก็จะเข้าสู่การศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา
ได้เช่นเดียวกับประชากรปกติในระดับอายุเดียวกัน ด้วย
กระบวนการจัดการศึกษาพิเศษ
สำหรับ บุคคลออทิสติก
ที่ มีการบูรณาการการบำบัดและการเรียนรู้
เข้าด้วยกันอีกเช่นเดียวกันกับที่จัดการกันในระดับอายุช่วงชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐาน
แต่ในเนื้อหาและในบริบทแตกต่างออกไป คือ
ที่สูงขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง
จากนั้น ก็เช่นเดียวกับประชากรปกติ
บุคคลออทิสติก
ก็จะต้องเข้าสู่ช่วงของการทำงาน
ที่จะต้องเรียกร้อง การมีงานทำ
และจะต้องมีการดูแลจัดระบบช่วยเหลือ
บุคคลออทิสติก
ในเรื่องของ การฝึกอาชีพ
การส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการตลาด
ส่งเสริมการจ้างงาน และอื่นๆ
ต่อจากนี้แล้ว บุคคลออทิสติก
ก็จะต้องเข้าสู่ ช่วงปลายชีวิต
ที่จะต้องมี สถานที่พักพิง/บ้านพักออทิสติกชราในชุมชน
โดยได้รับ เบี้ยยังชีพ หรือ
สวัสดิการทางสังคมอื่นใดอันจำเป็นจาก "รัฐ/สังคม"
โดยตลอดทุกช่วงของชีวิต จะมี หน่วยบริการเบ็ดเสร็จ ณ
จุดเดียว ของ โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน คอยให้บริการ
การบำบัดช่วยเหลือทางการแพทย์
อย่างต่อเนื่อง
ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งช่วงปลายชีวิต
ตามความเหมาะสม ตามระดับอายุ
และตามระดับความหนักเบาของกลุ่มอาการ
อย่างไรก็ดี ณ
ปัจจุบันและคาดว่าต่อไปอีกสักสองทศวรรษข้างหน้า
องค์ความรู้ทุกด้านที่จะนำมาใช้ในการจัดการกับประชากรออทิสติก
จะยังคงอยู่ในสภาพที่กระจัดกระจายซึ่งไม่สามารถจะส่งต่อให้กับบุคลากรที่ทำงานกับออทิสติกนำมาใช้ได้อย่างเป็นระบบ
หลายองค์ความรู้ยังไม่มีการฟันธงชี้ขาดว่าเหมาะหรือไม่ที่จะนำมาใช้
จึงขึ้นอยู่ความสามารถในการใช้ดุลยพินิจของบุคลากรแต่ละคนของแต่ละหน่วยงานในแต่ละสังกัด
ที่จะลองถูกลองผิดส่งเดชกันไปตามยถากรรม โดย ไม่มี
มาตรฐาน และ คุณภาพต้นแบบ
ใดๆให้อ้างอิง
ดังนั้นจึงต้องมีการจัดตั้ง
ศูนย์วิจัยบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน
และสถานศึกษาทุกระดับรวมทั้งศูนย์การเรียนต่างๆ
ที่จัดการศึกษาให้กับ บุคคลออทิสติก ทั้งในและนอกระบบ
องค์ความรู้เกี่ยวกับ
การแก้ไขข้อบกพร่อง/ข้อจำกัดในการทำงาน ฯลฯ ให้กับ
บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน
ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอาชีพของออทิสติกในชุมชนไปด้วย
และ รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่
ว่าจ้างบุคคลออทิสติกเข้าทำงาน และในท้ายที่สุดก็คือ
องค์ความรู้ใน การดูแลบุคคลออทิสติก ในวัยชรา หรือ
ช่วงปลายชีวิต ให้กับ สถานที่พักพิง
ตลอดจนบุคคลหรือองค์หน่วยงานใดๆ
ที่อภิบาลดูแลประชากรออทิสติกในวัยชรา
ดังนี้จะเห็นได้ว่า บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนฯ
จะเป็น "นวตกรรม" ของการบูรณการเอา "ความเป็น" บ้าน
โรงพยาล-คลินิกบำบัดด้านกายภาพทางการแพทย์
ศูนย์ฝึกอาชีพ
ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ซึ่งจะเป็น "กลไก"
ในการพัฒนาศักภาพและคุณภาพชีวิตตลอดจนพิทักษ์สิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทางรัฐสวัสดิการสังคมของบุคคลออทิสติกในชุมชน
เป้าหมาย
พัฒนารูปแบบการให้บริการสังคมแก่บุคคลออทิสติก
ในช่วงวัยเรียนรู้ วัยทำงานและวัยบั้นปลายของชีวิต
ที่เหมาะสมกับบุคคลออทิสติกในชุมชนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วัตถุประสงค์
1.
เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดการศึกษานอกระบบในบ้านพิทักษ์ฯ
รวมทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิต
2.
เพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนารูปแบบการจัดสถานที่ให้บริการทางสังคมแก่บุคคลออทิสติกที่อยู่ในวัยทำงานและวัยสูงอายุ
3.
เพื่อพัฒนารูปแบบการฝึกอาชีพที่เหมาะสมกับบุคคลออทิสติกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
4.
เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการรัฐสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติกที่อยู่ในวัยสูงอายุ
5. เพื่อเป็นศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการให้บริการสวัสดิการสังคมแก่บุคคลออทิสติก
ผู้รับผิดชอบโครงการ
คณะกรรมการจัดตั้งศูนย์วิจัยบ้านพิทักษ์ออทิสติก
งบประมาณ
รวมทั้งสิ้น
35
ล้านบาท ตามรายละเอียดดังนี้
1.
การก่อสร้างอาคารศูนย์วิจัยบ้านพิทักษ์ออทิสติกพร้อมครุภัณฑ์ที่จำเป็นในการดำเนินงาน
จำนวน
25,000,000
บาท
2. การวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการให้บริการทางสังคมและรัฐสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติก
จำนวน
10,000,000
บาท
ผลผลิตและตัวชี้วัด
1.
มีศูนย์วิจัยที่มีความพร้อมทั้งอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์
บุคลากรและองค์ความรู้ในการวิจัยและพัฒนารูปแบบการให้บริการสังคมและการจัดรัฐสวัสดิการสำหรับบุคคลออทิสติกในวัยทำงานและวัยสูงอายุ
2.
ได้รูปแบบการให้บริการสังคมและการจัดรัฐสวัสดิการสำหรับบุคคลออทิสติกในวัยทำงานและวัยสูงอายุที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
3.
มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการให้บริการสังคมและการจัดรัฐสวัสดิการสำหรับบุคคลออทิสติกในวัยทำงานและวัยสูงอายุ
เพื่อนำไปใช้ในหน่วยงานรัฐและองค์กรที่มีบทบาทในการให้บริการสังคมและการจัดรัฐสวัสดิการแก่บุคคลออทิสติก