กองทุนพัฒนาการผลิตบุคลากร
เพื่อการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตบุคคลอออิสติก
[ในแท่ง ส.ก.อ.]
http://www.autisticthailand.com
ปัญหาปมเงื่อนสำคัญ ประการหนึ่ง ของ
"รัฐ/สังคม" ไทยในการจะพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก
และบุคคลที่มีกลุ่มอาการใกล้เคียง [
เช่น กลุ่มแอลดี กลุ่มสมาธิสั้น ฯลฯ]
ก็คือ การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจ
โดยแบ่งเป็นสองส่วน คือ ๑/ส่วนที่เป็นบุคลากรรุ่นเก่าๆ
ที่ถูกผลิตออกมาซึ่งมีอยู่แล้ว ๒/
ส่วนที่เป็นบุคลากรใหม่ที่จะถูกผลิตออกมาในรุ่นต่อๆ ไป
ทั้งนี้เฉพาะหน้าในส่วนที่เป็นบุคลากรรุ่นเก่าซึ่งมีอยู่แล้ว
จะใช้วิธีการอบรมเป็นครั้งๆ แบบหลักสูตรระยะสั้นด้านต่างๆ
หรือใช้วิธีต่อยอดให้ "ทุน" เรียนต่อในระดับปริญญาโท-เอก
ทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับระยะยาวในส่วนที่เป็นบุคลากรใหม่ที่จะถูกผลิตออกมาในรุ่นต่อๆ
ไป
ก็จะต้องเป็นการขยายคณะและหรือขยายภาควิชาและหรือเปิดกระบวนวิชาที่เกี่ยวข้องเพิ่ม
รวมทั้งการขยายปริมาณการผลิตบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลน เช่น
กุมารแพทย์ ประสาทวิทยาแพทย์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
นักพฤติกรรมบำบัด นักกิจกรรมบำบัด นักฝึกพูดบำบัด
เพิ่มกระบวนวิชาอันเป็นองค์ความที่เกี่ยวข้องให้กับนักศึกษาวิชาชีพครูที่จะออกมาสอนกลุ่มสาระวิชาต่างๆ
นักพัฒนา นักปกครอง นักกฎหมาย ฯลฯ
หมายถึงในอนาคตอันใกล้อีกสัก ๑-๒
ทศวรรษข้างหน้า บุคลากรทั้งภาครัฐภาคเอกชน จะต้อง
รู้เรื่อง/รู้ทิศทาง/รู้กระบวนการ/รู้วิธีการ/ฯลฯ
ในการจัดการกับปัญหาการพัฒนายกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของประชากรกลุ่มนี้ทั้งหมด
หรืออย่างน้อยก็ ในระดับคีย์แมน ระดับบริหาร
ระดับครูผู้สอนตามโรงเรียนทั่วๆไป
ก็จะต้องไม่นั่งงงเป็นไก่ตาแตกอย่างทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญ
ทั้งประเทศยังขาด "กลไก"
ที่จะทำหน้าที่เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าวิจัยรวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเฉพาะเจาะจงซึ่งครอบคลุมทุกด้านอย่างครบถ้วน
ดังนั้นจึงจะต้องมีการจัดตั้ง สถาบันวิจัยออทิสติก
ขึ้นในมหาวิทยาลัยต่างๆ ให้ครบทุกภูมิภาค เพื่อเป็น "กลไก"
ที่จะแบกรับภาระหน้าที่ในการทำวิจัย
และในการสาธิตกระบวนการตลอดจนเทคนิควิธีการในการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต
ตลอดจนการเป็น "กลไก" ในการเชื่อมต่อกับแหล่งเงินทุน
แหล่งองค์ความรู้ ของ ต่างประเทศ ที่สำคัญ คือ การเป็น "กลไก"
ที่จะทำหน้าที่ในการผลิต "ชุดองค์ความรู้"
ที่จะเผยแพร่ส่งต่อให้กับหน่วยงานและชุมชนต่างๆ
ที่ต้องมีหน้าที่ทำงานกับประชากรกลุ่มนี้
ด้วยว่า
สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั้งหลายนั้น
ทำและแบกภาระหน้าที่ในการผลิตบุคลากรและองค์ความรู้ด้านต่างๆ
ให้กับ "รัฐ/สังคม" อยู่แล้ว
จึงเป็นการเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
ที่สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาในสังกัดหรือในกำกับดูแล ของ
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ส.ก.อ.)
จะทำเรื่องนี้ในส่วนของประชากรกลุ่มนี้ ให้กับ "รัฐ/สังคม"
ไทยด้วย
แต่เนื่องจากต้องใช้ต้นทุนที่สูง และเป็นกิจการที่ทำ "กำไร"
ได้ยาก จึงเป็นการแน่นอนว่า "รัฐ/รัฐบาล"
ควรต้องจัดสรรงบประมาณเป็น
เม็ดเงินจำนวนที่แน่นอนในระยะเวลาที่แน่นอนหนึ่งในการเริ่มต้น
สนับสนุนแก่สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาต่างๆ
ที่มีเจตจำนงจะดำเนินงานด้านนี้
ด้วยเพราะเล็งเห็นความสำคัญในบทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการนี้
ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ และองค์กรผู้ปกครองฯ
จึงได้ผลักดันให้เกิดการจัดตั้งขึ้นซึ่ง
กองทุนพัฒนาการผลิตบุคลากร
เพื่อการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตบุคคลอออิสติก [รวมทั้งบุคคลที่มีกลุ่มอาการใกล้เคียง]
ในแท่งของ ส.ก.อ. ขึ้นอย่างเป็นการเฉพาะเจาะจง
ซึ่ง ณ วันนี้ ณ
ขณะนี้ได้ดำเนินการผลักดันในเรื่องนี้มาจนถึงจุดที่
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาศักยภาพนักศึกษา
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
กำลังดำเนินการจัดทำยกร่างเนื้อหาและองค์ประกอบของกองทุนฯ
ตามความเห็น ของ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
ประธานที่ประชุม
อนุกรรมการเพื่อการวิจัย และ พัฒนาการผลิตบุคลากร
ในระดับอุดมศึกษา
สำหรับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก
[/อนุกรรมการฯออทิสติกฯ ในแท่ง ส.ก.อ.]
โดยทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ และองค์กรผู้ปกครองฯ ทั้งหลาย
มีความคาดหวังเป็นอย่างสูงยิ่ง ว่า กระทรวงศึกษาธิการ
จะสามารถดึงเม็ดเงินจากเงินนอกงบประมาณมาไว้ที่กองทุนซึ่งกำลังจะจัดตั้งขึ้นดังกล่าวนี้
ให้ได้สักประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ล้านบาท เป็นเวลาติดต่อกัน สัก
๒-๓ ปีงบประมาณ
ก็คาดว่าจะสามารถวางรากฐานทางด้านโครงสร้างการผลิตทั้งองค์ความรู้และบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้านต่างๆ
ในส่วนหลักๆ ของการอุดมศึกษาได้
ก่อนการหมดวาระของรัฐบาลชุดนี้(?) ในปี 2552 เสียด้วยซ้ำ
5 ธันวาคม
2548