เอกสารเชิงหลักการเกี่ยวกับสถาบันวิจัยฯ แห่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น

 

 top

"สถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น" ("Autistic Research Institute of Khon Kaen University")

ความคืบหน้า /แฟ้มที่เกี่ยวข้อง

เอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper)

ข้อเสนอโครงการจัดตั้ง "สถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น" ("Autistic Research Institute of Khon Kaen University")

เอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper)

1.    ชื่อข้อเสนอโครงการ     

        โครงการจัดตั้ง     "สถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น"

                                                "Autistic Research Institute of Khon Kaen University"

หน่วยงาน

ชื่อโครงการ/กิจกรรม

งบประมาณ (ล้านบาท)

หน่วยงานหลัก

มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยคณะกรรมการจัดตั้งสถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น

โครงการเตรียมการจัดตั้งสถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งประกอบด้วย 3 ศูนย์วิจัยดังนี้

1.    ศูนย์วิจัย Cognitive Neuropsychology

2.    ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติก

3.    บ้านพิทักษ์ออทิสติก

50

หน่วยงานสนับสนุน

คณะแพทยศาสตร์และคณะวิชาในกลุ่มสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ศูนย์วิจัย Cognitive Neuropsychology

3

หน่วยงานสนับสนุน

คณะศึกษาศาสตร์และคณะวิชาในกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติก

 

2

หน่วยงานสนับสนุน

คณะวิชาในกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

ศูนย์วิจัยบ้านพิทักษ์ออทิสติก

35

2. เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งสถาบันวิจัยออทิสติก

                รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้ให้ความสำคัญต่อการศึกษาเพื่อคนพิการ ซึ่งมาตรา 80 ระบุว่ารัฐต้องคุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน และต้องสงเคราะห์ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสให้มีคุณภาพที่ดีและพึ่งตนเองได้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ได้กล่าวถึงสิทธิการศึกษาของคนพิการ ในมาตรา 10 ว่า บุคคลพิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ ซึ่งรัฐต้องจัดให้ตั้งแต่แรกเกิด หรือแรกพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และรัฐต้องจัดการศึกษาให้บุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น

                การยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของบุคคลออทิสติก โดยเฉพาะทางด้านการศึกษาที่การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นความต้องการจำเป็นอย่างยิ่งของประชากรกลุ่มนี้นั้น จะต้องใช้งบประมาณ อัตรากำลังบุคคลากร  การเสียสละ และ การแบ่งปันจากรัฐและสังคม อย่างมหาศาล ซึ่งการเคลื่อนไหว เพื่อให้ประชากรออทิสติกในระดับรากหญ้า ทุกระดับความหนักเบาของกลุ่มอาการได้เข้าถึงระบบการศึกษาอย่างทั่วถึง ในเกือบสองทศวรรษที่ผ่านมานี้ ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ ต้องผจญ กระทั่งประทะประดาบทางความคิดกับ "คำถาม" เรื่องคุ้มค่าไม่คุ้มค่า/ทางเศรษฐกิจ/อยู่ตลอดเวลา

                เมื่อวันที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2548 ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคณะ ก็ได้เลือกมาระดมสมองทางด้านการศึกษา ที่จังหวัดขอนแก่น และได้กล่าวไว้ว่า "..อยากฟังความคิดเห็นที่เป็นอิสระอย่างเต็มที่ และรัฐบาลจะได้ใช้ผลจากการประชุมปฏิบัติการในวันนี้ เพื่อกำหนดทิศทางในการจัดการศึกษาของชาติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.."  อีกทั้งยังกล่าวโดยสรุปได้ว่า การลงทุนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ถ้าต้องคิดเรื่องคุ้มไม่คุ้ม ก็ไม่ต้องได้ลงทุนไม่ต้องได้พัฒนาอะไรกันเสียที หมายความว่า เท่าไรก็ต้องลงทุน โดยต้องให้ทุกคนได้เข้าถึงระบบการศึกษาอย่างทั่วถึง และต้องเป็นการศึกษาที่ส่งเสริม "การเรียนรู้ตลอดชีวิต"  นอกจากนี้ในการแถลงนโยบายของรัฐบาล ต่อ รัฐสภา รัฐบาลได้เสนอนโยบายเกี่ยวกับเรื่องของ "ออทิสติก" ไว้ในส่วนของ นโยบายพัฒนาคนและสังคมที่มีคุณภาพ อีกด้วย แม้จะยังดูไม่ตรงกับ ความต้องการจำเป็น (special needs) ทั้งหมดเท่าใดนัก แต่ก็นับได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่คำว่า ออทิสติก ถูกระบุอยู่ในนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาอย่างเป็นทางการ

                จากการวิเคราะห์และจัดทำ แผนที่ถนนชีวิต (Road map) ของประชากรออทิสติก สำหรับการยกระดับศักยภาพและคุณภาพชีวิตของคนออทิสติก เพื่อหาคำตอบว่า ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งบั้นปลายของชีวิตนั้น คนออทิสติกต้องการการช่วยเหลืออะไรและอย่างไรบ้าง?  สรุปได้ว่าในช่วงแรกเกิดหรือแรกพบ ช่วงเข้ารับการศึกษา ช่วงการทำงาน และช่วงปลายของชีวิต บุคคลออทิสติกมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการดูแลทั้งทางด้านสาธารณสุขเพื่อการวินิจฉัยและการบำบัด การจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับสภาพความพร้อมของแต่ละคน การฝึกวิชาชีพเพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะช่วยเหลือตนเองในการดำรงชีวิตในสังคม และการดูแลในลักษณะสวัสดิการสังคมในช่วงบั้นปลายของชีวิต ดังแสดงในภาพที่ 1 ซึ่งการดูแลให้การสงเคราะห์และพัฒนาศักยภาพของบุคคลกลุ่มนี้ยังขาดองค์ความรู้ที่เป็นบริบทของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของสังคมในระดับท้องถิ่น ต้องอาศัยกระบวนการวิจัยศึกษาค้นคว้าเพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เหมาะสมกับการบริหารจัดการทั้งในด้านสาธารณสุข การศึกษา และการบริการสังคม เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่ได้นั้นไปสู่หน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อนำไปสู่การดูแลให้การสงเคราะห์และพัฒนาศักยภาพบุคคลออทิสติกอย่างเหมาะสมกับสังคมไทยต่อไป

ภาพที่ 1 "แผนที่ถนนชีวิตของประชากรออทิสติก"

                จากภาพที่ 1 จะเห็นว่า  การดูแลบุคคลออทิสติกจะเริ่มจากชุมชนระดับรากหญ้า เมื่อ แรกพบ  (๐-๓ ปีครึ่ง หรือ แรกเกิดจนถึงอายุประมาณสามปีครึ่ง) จะต้องมี หน่วยบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ของ โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน เป็น กลไกรูปธรรม ในการให้ บริการด้านสาธารณสุข ที่จะต้องจัดให้ ทารกแรกเกิด ทุกคนได้รับ การคัดกรอง ว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะมี พัฒนาการบกพร่อง แบบ กลุ่มอาการออทิซึ่ม หรือไม่? หากมี มารดาบิดาและหรือผู้ปกครอง จะต้องได้รับคำแนะนำ เกี่ยวกับการดูแลฟื้นฟูเบื้องต้น เช่น การทำกายภาพบำบัด หรือ ทำกิจกรรมบำบัด เพื่อกระตุ้นฟื้นฟูระบบประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อและข้อต่อต่างๆ ฯลฯ จนอายุหนึ่งปีขึ้นไปแต่ไม่เกินสามปี ก็จะต้องได้รับ การวินิจฉัย  ว่าจะเข้าอยู่ในกลุ่ม ของ ออทิสติก หรือ  ออทิสติกเสปคตรัม/PDDs หรือไม่? ซึ่งหากอยู่ก็จะต้องได้รับ "การช่วยเหลือเริ่มแรก" อย่างเป็นระบบแบบที่ภาษาอังกฤษ เรียกว่า Early Intervention (  E.I. ) อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง ช่วงนี้จะเป็นช่วงของการบำบัดรักษาทางการแพทย์เป็นหลักเกือบจะล้วนๆ  และ ออทิสติก จะอยู่กับ ครอบครัว ศูนย์เด็กอ่อน-เด็กเล็กในชุมชน โดย มี หน่วยบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ใน โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน ให้บริการด้านการบำบัดรักษา ตลอดจนให้ คำแนะนำ และเป็น ที่ปรึกษาทางด้านสาธารณสุข

                เมื่อถึงวัยที่จะต้อง เข้ารับการศึกษา ( สามปีครึ่งขึ้นไปจนถึงวัยทำงาน) ออทิสติก ก็จะต้องเข้าสู่ระบบการศึกษา ทั้ง การศึกษาในระบบ และ การศึกษานอกระบบ ได้เช่นเดียวกับเด็กปกติ ด้วย กระบวนการจัดการศึกษาพิเศษ ซึ่งสำหรับ ออทิสติก จะต้องเป็น การบูรณาการการบำบัดและการเรียนรู้ เข้าด้วยกันเท่านั้น โดยใน ระดับอายุช่วงชั้นอนุบาลหรือก่อนปฐมวัย ไปจนถึงระดับอายุช่วงชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ป.๑-ม.๖) จะต้องมี ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก และ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ เป็น กลไกรูปธรรม ใน การจัดการศึกษาพิเศษ สำหรับ ออทิสติก ในระบบโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน และมี บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน  เป็น กลไกรูปธรรม ใน การจัดการศึกษาพิเศษ สำหรับ ออทิสติก นอกระบบโรงเรียน โดย ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก จะเป็นกระบวนการจัดการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไป สำหรับออทิสติกทุกระดับความหนักเบาของกลุ่มอาการ ที่จะต้องมี การบูรณาการการบำบัดและการเรียนรู้  เข้าด้วยกันดังกล่าว ด้วยกระบวนการของการจัดทำแผนการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP/ Individual Education Plan) และ แผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP/ Individual Implementation Plan) ให้ได้ออกมาเป็น หลักสูตรคู่ขนานเฉพาะบุคคลออทิสติก และ ตำรา/หนังสือเรียนเฉพาะบุคคล (๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้กับหนึ่งกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน) ประกอบ หลักสูตรฯ โดยมีการบริหารหลักสูตรการเรียนการสอนดังกล่าวอย่างเข้มข้น คู่ขนานและร่วมกันไปกับนักเรียนปกติในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกัน ด้วย ระบบเชื่อมต่อ ส่งต่อ และ ถ่ายโอน ระหว่าง ห้องเรียนคู่ขนานฯ กับ ห้องเรียนปกติ ที่เป็น กลุ่มเพื่อนในระดับอายุช่วงชั้นเดียวกัน โดยมีอัตราส่วนครูผู้สอนต่อนักเรียนออทิสติกต่ำสุด เช่น หนึ่งต่อหนึ่ง หนึ่งต่อสอง สองต่อสาม หรือไม่เกินสามต่อห้า ที่จะต้องถือเอา การสอนตัวต่อตัว การสอนเชิงพฤติกรรม การสอนอย่างเข้มข้น และการสอนภาษานามธรรม เป็นรูปแบบและหลักการสอนพื้นฐาน รวมทั้งการจัดการทุกด้านทุกอย่างมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียดเป็นระบบ และอื่นๆ ส่วน ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ จะเป็นกระบวนการจัดการศึกษาพิเศษในโรงเรียนทั่วไป สำหรับออทิสติกที่ได้รับการพัฒนา จนสามารถถ่ายโอนออกจากห้องเรียนคู่ขนานมาใช้ ระบบจัดการทางการศึกษา   แบบนักเรียนปกติอย่างเป็นถาวร หรือ เป็นออทิสติกศักยภาพสูงที่เรียนรวมกับนักเรียนปกติในห้องเรียนปกติได้แล้ว แต่ยังต้องมีการสอนซ่อมสอนเสริมในบางทักษะ โดยเฉพาะทักษะทางการพูดการสนทนาและการใช้ภาษา และทักษะทางวิชาการบางรายวิชาที่ตามไม่ทันเพื่อน สำหรับ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน นอกจากจะเป็นที่พักพิงของออทิสติกแล้ว ก็ยังเป็นศูนย์การเรียนนอกระบบ ศูนย์การฝึกอาชีพ และศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชากรออทิสติกในชุมชนอีกด้วย

                เมื่อพ้นระดับอายุช่วงชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐาน(ป.๑-ม.๖) ออทิสติก ก็จะลื่นไหลเข้าสู่ การศึกษาในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ได้เช่นเดียวกับประชากรปกติในระดับอายุเดียวกัน แต่ด้วย กระบวนการจัดการศึกษาพิเศษ สำหรับ ออทิสติก ที่ การบูรณาการการบำบัดและการเรียนรู้ เข้าด้วยกันอีกเช่นเดียวกันกับที่จัดการกันในระดับอายุช่วงชั้นการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่ในเนื้อหาและในบริบทแตกต่างออกไป คือ ที่สูงขึ้นมาในอีกระดับหนึ่ง

                จากนั้น ก็เช่นเดียวกับประชากรปกติ ออทิสติก ก็จะต้องเข้าสู่ช่วงของ การทำงาน ที่จะต้องเรียกร้อง การมีงานทำ และจะต้องมีการดูแลจัดระบบช่วยเหลือ ออทิสติก ในเรื่องของ การฝึกอาชีพ การส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการจ้างงาน และอื่นๆ  ต่อจากนี้แล้ว ออทิสติก ก็จะต้องเข้าสู่ ช่วงปลายชีวิต ที่จะต้องมี สถานที่พักพิง/บ้านพักออทิสติกชราในชุมชน โดยได้รับ เบี้ยยังชีพ หรือ สวัสดิการทางสังคมอื่นใดอันจำเป็น จาก "รัฐ/สังคม" โดยตลอดทุกช่วงของชีวิต จะมี หน่วยบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว ของ โรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน คอยให้บริการ การบำบัดช่วยเหลือทางการแพทย์ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่ง ช่วงปลายชีวิต ตามความเหมาะสม ตามระดับอายุ และตามระดับความหนักเบาของกลุ่มอาการ

                อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบันและคาดว่าต่อไปอีกสักสองทศวรรษข้างหน้า องค์ความรู้ทุกด้านที่จะนำมาใช้ในการจัดการกับประชากรออทิสติก จะยังคงอยู่ในสภาพที่กระจัดกระจายซึ่งไม่สามารถจะส่งต่อให้กับบุคลากรที่ทำงานกับออทิสติกนำมาใช้ได้อย่างเป็นระบบ หลายองค์ความรู้ยังไม่มีการฟันธงชี้ขาดว่าเหมาะหรือไม่ที่จะนำมาใช้ จึงขึ้นอยู่ความสามารถในการใช้ดุลยพินิจของบุคลากรแต่ละคนของแต่ละหน่วยงานในแต่ละสังกัด ที่จะลองถูกลองผิดส่งเดชกันไปตามยถากรรม โดย ไม่มี มาตรฐาน และ คุณภาพต้นแบบ ใดๆให้อ้างอิง

                ดังนั้นจึงต้องมีการจัดตั้ง สถาบันวิจัยออทิสติก ขึ้นมา ค้นคว้า/วิจัย/เผยแพร่ข้อมูล ที่เป็น มาตรฐาน และเป็น คุณภาพต้นแบบ ในทุกๆ ด้าน ที่สามารถใช้เป็นแกนอ้างอิงได้ ให้กับองค์กร/หน่วยงานต่างๆ ซึ่งก็ได้แก่ องค์ความรู้เกี่ยวกับ การบำบัดช่วยเหลือ ให้กับ  หน่วยบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียวทางด้านการแพทย์การบำบัด ในโรงพยาบาลชุมชนใกล้บ้าน องค์ความรู้เกี่ยวกับ การบูรณาการการบำบัดและการเรียนรู้ ให้กับ ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก และ ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ รวมทั้ง บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน และสถานศึกษาทุกระดับรวมทั้งศูนย์การเรียนต่างๆ ที่จัดการศึกษาให้กับ ออทิสติก ทั้งในและนอกระบบ องค์ความรู้เกี่ยวกับ การแก้ไขข้อบกพร่อง/ข้อจำกัดในการทำงาน ฯลฯ ให้กับ บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอาชีพของออทิสติกในชุมชนไปด้วย และ รวมทั้งหน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่ ว่าจ้างบุคคลออทิสติกเข้าทำงาน และในท้ายที่สุดก็คือ องค์ความรู้ใน การดูแลบุคคลออทิสติก ใน วัยชรา หรือ ช่วงปลายชีวิต ให้กับ สถานที่พักพิง ตลอดจนบุคคลหรือองค์หน่วยงานใดๆ ที่อภิบาลดูแลประชากรออทิสติกในวัยชรา

3. ความพร้อมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการจัดตั้งสถาบันวิจัยออทิสติก

          จากแผนที่ถนนชีวิตของประชากรออทิสติก ซึ่งสรุปได้ว่าต้องมีสถาบันวิจัยออทิสติกที่ประกอบด้วยศูนย์วิจัยหลัก 3 ศูนย์คือ
                   1. ศูนย์วิจัย
Cognitive Neuropsychology
                   2.
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติก
                   3.
ศูนย์วิจัยบ้านพิทักษ์ออทิสติก

                การจัดตั้งศูนย์วิจัย Cognitive Neuropsychology  นั้น มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือว่ามีความพร้อมสูงมาก เนื่องจากคณะแพทยศาสตร์ได้ขออนุมัติเปิดหลักสูตรการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาทางด้าน Cognitive Neuropsychology และสภามหาวิทยาลัยขอนแก่นอนุมัติหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการวิจัยและการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากรทางด้านสาธารณสุขสำหรับการคัดกรอง การบำบัด และให้บริการแก่บุคคลออทิสติก

                มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีศูนย์วิจัยและพัฒนาการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติก ซึ่งเป็นหน่วยงานสังกัดคณะศึกษาศาสตร์อยู่แล้ว ที่จะทำหน้าที่ค้นคว้าวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาแล้วเป็นเวลา 3 ปี  ซึ่งสามารถขยายขอบเขตภารกิจในการวิจัยการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติก

          มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีบุคลากรที่มีผลงานการวิจัยในระดับชุมชน มีการจัดการศึกษาที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน การบริการทางสังคม บุคลากรที่สังกัดคณะวิชาในกลุ่มสาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มีความพร้อมสูงที่จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์วิจัยบ้านพิทักษ์ออทิสติก

                โดยสรุปมหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความพร้อมทั้งทางด้านบุคลากร และองค์ความรู้พื้นฐานที่จะจัดตั้งสถาบันวิจัยออทิสติก เพื่อการวิจัยพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านนี้สำหรับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตบุคคลออทิสติกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

4. วัตถุประสงค์รวม

                4.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวินิจฉัย การบำบัด และการเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยออทิสติก และการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์เกี่ยวกับ Cognitive Neuropsychology เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลบุคคลออทิสติกในภาคตะวันออเฉียงเหนือ
                4.2 เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาค้นคว้า วิจัย
  พัฒนารูปแบบการจัดการศึกษาพิเศษแบบเรียนรวมสำหรับเด็กออทิสติก หลักสูตรการวัดและประเมินผล รวมทั้งนวัตกรรมด้านการสอน ด้านการบำบัด โดยมุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรมที่เหมาะสมตามวัย และส่งเสริมสนับสนุนความรู้ความสามารถของผู้เรียนอย่างเต็มตามศักยภาพของแต่ละบุคคล ให้สามารถเรียนรวมกับเด็กปกติได้ รวมทั้งมีพื้นฐานในด้านระเบียบวินัย ความรับผิดชอบในตนเอง และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างอิสระ
                4.3 เพื่อเป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยรูปแบบการบริหารจัดการบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนใกล้บ้าน ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์ฝึกอาชีพของออทิสติกในชุมชน หน่วยงานหรือองค์กรธุรกิจต่างๆ ที่ ว่าจ้างบุคคลออทิสติกเข้าทำงาน และ การพัฒนาองค์ความรู้ใน การดูแลบุคคลออทิสติก ใน วัยชรา หรือ ช่วงปลายชีวิต ให้กับ สถานที่พักพิง ตลอดจนบุคคลหรือองค์หน่วยงานใดๆ ที่อภิบาลดูแลประชากรออทิสติกในวัยชรา

5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับโดยรวม

          5.1 บุคคลออทิสติกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะได้รับการพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิต ทั้งด้านการบริการทางการแพทย์ การบริการด้านการศึกษาและการบริการด้านสังคม
          5.2
เป็นศูนย์กลางการพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และบุคลากรทางด้านการบริการทางการแพทย์ การบริการด้านการศึกษาและการบริการด้านสังคม สำหรับบุคคลออทิสติกของประเทศไทยและภูมิภาค

6. ระยะเวลาดำเนินงาน

                ระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี แบ่งเป็น 3 ระยะดังนี้

                ระยะที่ 1 ระยะเวลา 2 ปี เป็นการเตรียมการพัฒนาบุคลากร อาคารสถานที่และครุภัณฑ์สำหรับการจัดตั้งสถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น
                ระยะที่ 2 ระยะเวลา 2 ปี เป็นช่วงของการเริ่มดำเนินงานตามภารกิจของศูนย์วิจัยในสังกัดสถาบันวิจัยออทิสติก

                ระยะที่ 3 ระยะเวลาตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป สถาบันวิจัยออทิสติกดำเนินงานตามภารกิจของสถาบันได้อย่างสมบูรณ์

7. งบประมาณรวมตลอดระยะเวลาดำเนินการ (ปี 2549-2552)  เป็นเงิน 90 ล้านบาท

8. ความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลออทิสติกในระดับอุดมศึกษา ตามร่างแผนการพัฒนาการศึกษาบุคคลออทิสติกในระดับอุดมศึกษา

                สถาบันวิจัยออทิสติกมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีวัตถุประสงค์ และการดำเนินงานที่สนองต่อยุทธศาสตร์ข้อ 2 และข้อ 3 ตามร่างแผนการพัฒนาการศึกษาบุคคลออทิสติกในระดับอุดมศึกษา
                ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาการจัดการและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ ดังนี้
                ข้อ 2.1 ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษา พัฒนาระบบบริการสนับสนุนสำหรับบุคคลออทิสติก
(ASS)
                ข้อ 2.2 ผลิตและพัฒนาบุคลากรในการส่งเสริมศักยภาพบุคคลออทิสติก
                ข้อ 2.3 พัฒนาแนวทางการสร้างหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสมสำหรับบุคคลออทิสติก
                ข้$