การถอดบทเรียนจากกิจกรรมของโครงการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น [1] [A]  [จำนวน ๒๐-๒๕ ครอบครัว ให้เข้าใจหลักการพื้นฐานของการใช้เทคนิคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์ประยุกต์ โดยการใช้เทคนิคการสร้างพฤติกรรมใหม่เจ็ดเทคนิค ในบริบทของการอาชีวะบำบัดโดยกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักการของสมดุลระบบนิเวศ]

 

@รายชื่อบุคคลออทิสติกและครอบครัวที่เข้าร่วมโครงการฯ พร้อม เบอร์โทรศัพท์ ที่ติดต่อ ได้ (จำนวน ๑๕-๒๐ ครอบครัว) ;

@กี่ยวกับการถอดบทเรียนจากการทำอาชีวะบำบัดด้วยกิจกรรมในบริบทของกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ ตาม โครงการ ปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น :

*ข้อมูลดิบจากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์และการออกเยี่ยมบ้านเป็นรายครอบครัว- เพื่อถอดบทเรียนในภาพรวมจากผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน ๑๕-๒๐ ครอบครัวที่ติดตามได้

ลำดับที่ ชื่อ-นามสกุล ข้อมูลดิบที่สัมภาษณ์ได้ หมายเหตุ

บุคคลออทิสติก; "พี่ต้น" อายุ ๒๐ ปี

ผู้ปกครอง; นางจีรพันธุ์-นายแพทย์สิทธิศักดิ์ ตันมณี

บุคลากรผู้สอนช่วยที่บ้าน ; จ่าสิบเอก บัญชา ส่งสมบูรณ์ [น้าชาย]

 

^ครอบครัว "พี่ต้น" เป็นครอบครัวเป็นครอบครัวริเริ่ม การฝึกวิชาชีพ-อาชีพเกษตรกรรมพืชพันุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ จึงเป็นครอบครัวเดียวที่สามารถจะถอดบทเรียนออกมาได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์มากที่สุดเมื่อเทียบกับครอบครัวบุคคลออทิสติกครอบครัวอื่นๆ รายละเอียด คลิก "ที่นี่" (เอกสารแนบท้ายเรื่อง "ถอดบทเรียนจากครอบครัวผู้เข้าร่วมโครงการ หมายเลข ๑" )

พี่ต้นจึงโตขึ้นเป็นหนุ่มหล่อ ที่คุณแม่ภาคภูมิใจมาก ในการส่งเสริมให้พี่ต้นมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม สามารถทำได้เกือบครบทุกขั้นตอน โดยอยู่ในความดูแลกำกับ สอนทักษะต่างๆ อย่างใกล้ชิดกับน้าต้อม จนสามารถเป็นวิทยากรให้กับครอบครัวอื่นๆและเป็นแรงบันดาลใจให้พ่อแม่ มีกำลังใจในการดูแล ส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการลูก โดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุ หรือ ความรุนแรง เพียงแต่ออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน  ทุกวันนี้ บ้านพี่ต้น เป็นสวนสมดุลระบบนิเวศน์ ที่คุณแม่ได้ฝ่าฟัน ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ความร่มเย็น ร่มรื่นของ บ้านพี่ต้น เป็นคำตอบที่เห็นได้ชัด ถึงความสำเร็จและขยายผลการดำเนิน เป็นผู้ให้กับครอบครัวออทิสติกคนอื่นๆ และสังคมต่อไป

อ.เมือง
บุคคลออทิสติก;เด็กชายสิระ มณีรัตน์   ("น้องต๊อบ")/ อายุ ๑๐ ปี
ผู้ปกครอง; นางธีรากร
-นายทนงศักดิ์ มณีรัตน์ /0864591195
^ครอบครัวของ "น้องต๊อบ" เป็นครอบครัวเดี่ยว น้องต๊อบเป็นบุคคลออทิสติกศักยภาพสุงที่เรียนที่โรงเรียบนปกติโดยใช้หลักสูตรนักเรียนปกติ โดยมีคุณแม่คอยช่วยเหลือทุกๆ ด้านอย่างใกล้ชิด ตอนแรกคุณแม่ไม่ได้สนใจพืชพันธุ์ไม้เท่าใดนักแม้จะรักต้นไม้เป็นทุนอยู่แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ได้คิดจะลงมือทำเป็นล่ำเป็นสัน ส่วนน้องต๊อบก้จะติดเล่นคอมพิวเตอร์อย่างยิ่ง  แต่เมื่อมาเข้ากลุ่มและร่วมโครงการฯ คุณแม่น้องต๊อบค้นพบว่าสามารถนำกิจกรรมที่เกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศมาเป็นกิจกรรมเพื่อการผ่อนคลายของคุณแม่ พร้อมๆ ไปกับเอาเป็นกิจกรรมในการเรียนรู้และฝึกน้องต๊อบไปด้วยในหลากหลายมิติ รวมทั้งเอามาเป็นกิจกรรมที่ดึงเวลาน้องต๊อบออกมาจากคอมพิวเตอร์เสียบ้างอีกด้วย เช่น ใช้กิจกรรมรดน้ำต้นไม้ฝึกความรับผิดชอบโดยให้รดน้ำทุกวัน ใช้กิจกรรมการปลูกต้นไม้สอนเลขคณิตเรื่องขนาด ต้นนี้ใหญ่กว่าเล็กกว่าต้นนั้น ต้นนี้มีกี่ใบแล้ว ต้นนี้โตขึ้น ใช้กิจกรรมการปลูกสอนกระบวนการปลูก เอากิจกรรมเกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้มาต่อรองกับกิจกรรมการเล่นคอมพิวเตอร์ที่น้องต๊อบชอบมากกว่ามาต่อรองให้น้องต๊อบรู้จักความรู้สึก "อยาก/ชอบมาก" อาทิ "น้องต๊อบ ถ้าอยากไปเล่นคอมฯมาก น้องต๊อบต้องปลูกกระถางนี้ก่อน" ฯลฯ [ยังไม่สามารถจะพัฒนาให้ถึงขั้นเป็นอาชีพหลัก แต่ก็นับว่าจะเป็นพื้นฐานพัฒนาต่อยอดเป็นงานอดิเรกของครอบครัวไปได้ในอนาคต แบบทำเป็นกลุ่มร่วมกับครอบครัวผู้ปกครองในกลุ่ม]

คุณแม่น้องต๊อบเป็นคนรักต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว  ได้ทดลองนำกิจกรรม การปลูกต้นไม้ การดูแล โดยให้น้องต๊อบและพี่สาวเป็นผู้ช่วยเหลือ เตรียมกระถาง เตรียมต้นไม้  ดูแลรดน้ำ จนเห็นผล สรุปได้ว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ ในการส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ครอบครัวจะได้ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของการดำเนินโครงการ ส่วนการปูพื้นฐานอาชีพ ต้องมีการติดตาม ประเมินผล อย่างต่อเนื่องต่อไป ผลพลอยได้ที่สำคัญอีกอย่างคือ พืชพันธุ์ไม้เหล่านี้แตกออกดอกผล ทำให้บริเวณบ้านโดยรอบเกิดความสวยงาม และสมาชิกในครอบครัวได้มาชื่นชมร่วมกัน

อ.เมือง
บุคคลออทิสติก;เด็กชายสิรภพ ประเสริฐสันเทียะ ("น้องไชโย")/ อายุ ๑๐ ปี
ผู้ปกครอง; นางญาณวรรณ
-นายสุทธิรักษ์   ประเสริฐสันเทียะ /0897115258
^ครอบครัว "น้องไชโย" เป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีตากับยายอยู่ด้วย ที่บ้านมีมุมสวนสมดุลระบบนิเวศแต่ยังไม่สมบูรณ์ น้องไชโยเป็นบุคคลออทิสติกในกลุ่มอาการหนักและปานกลาง ยังขาดทักษะพื้นฐานหลายด้าน แต่มีพฤติกรรมหนึ่งคือ อยู่ใกล้ต้นไม้ไม่ได้ชอบเด็ดใบเด็ดราก คุณแม่ใช้กิจกรรมรดน้ำมาแทนที่้ ได้ผลคือตอนนี้เลิกเด็ดใบเด็ดรากต้นไม้/ต้นกล้วยไม้แล้ว แต่รดน้ำก็รดไม่ทน รดได้แค่สี่ห้าต้นก็วิ่งหนี ก็เอากิจกรรมอื่นมาช่วย เช่น การย้ายกระถางยกกระถางตามคำสั่ง ซึ่ง ก็จะได้ทั้งภาษา-คำสั่ง(การติดต่อสื่อสาร) และการกระตุ้นระบบประสาทการรับรู้ได้หลายระบบไปพร้อมๆ กัน [ยังไม่สามารถจะพัฒนาให้ถึงขั้นเป็นอาชีพหลัก แต่ก็นับว่าจะเป็นพื้นฐานพัฒนาต่อยอดเป็นงานอดิเรกของครอบครัวไปได้ในอนาคต แบบทำเป็นกลุ่มร่วมกับครอบครัวผู้ปกครองในกลุ่ม]

โดยสรุป

สมาชิกในครอบครัวมีคุณตา  คุณยาย   คุณพ่อ คุณแม่  และไชโย เป็นครอบครัวที่มีความอบอุ่น ทุกคนให้ความรัก การดูแล เอาใจใส่ไชโยเป็นอย่างดี  และนอกจากนี้ทุกคนในครอบครัว ชอบและดูแลต้นไม้  ทำให้บ้านร่มเย็น ร่มรื่น ที่บ้านมีต้นไม้ใหญ่ คุณยายและคุณแม่ หาพลูด่างมาพันรอบ และนำกระถางค้นไม้ แขวนไว้ที่กิ่งก้าน ส่วนบริเวณด้านข้างมีทั้งกล้วยไม้ ประเภทหวาย แวนด้า แคทรียา และพืชมงคล  แรก ๆ ไชโย จะชอบดึงรากกล้วยไม้เล่น  คุณแม่ถือว่าเป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งของน้อง ได้พยายามกระตุ้น  ชักชวนให้ไชโยเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมการดูแลต้นไม้ แต่ละวัน  ส่วนใหญ่จะดูอยู่ห่าง ๆ  มีบางครั้งที่ช่วยรดน้ำบ้าง  เพราะจะได้เล่นน้ำอยู่แล้ว

อ.เมือง
บุคคลออทิสติก; เด็กชาย อภิสิทธิ์ กาบกลาง ("น้องภีม")/ อายุ ๑๔ ปี
ผู้ปกครอง;
นางภัทราภรณ์-นายสมฤกษ์  กาบกลาง/0894165376

^ครอบครัวภีมได้ปรับพื้นที่เป็นมุมปลูกพืชพันธุ์ไม้ และนำต้นไม้อื่นมาปลูกเพิ่มเติมด้วย  ภีมเริ่มโตเป็นหนุ่มแล้ว   ได้มีการตกลงในบทบาทหน้าที่    ภีมจะช่วยรดน้ำต้นไม้ตอนเช้า  และมอบหมายให้เป็นเจ้าของเรือนต้นไม้ ที่จะต้องดูแล และคุณพ่อได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ได้พาภีมไปดูที่นาข้าวที่พ่อได้ปลูกไว้ ช่วยกันเก็บหอยเชอรีที่มากัดกินต้นข้าว  และตักน้ำจากบ่อน้ำมารดน้ำต้นไม้ ต้นกล้วย ตะไคร้ บริเวณรอบๆ ให้ภีมซึมซับความรับผิดชอบ  ในงานที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งสามารถทำได้ดี และมีความสุขกับสิ่งที่ได้เรียนรู้


ถอดบทเรียนของครอบครัว "น้องภีม" โดยคุณพ่อคุณแม่ "น้องภีม" คลิก "ที่นี่"
อ.เมือง
บุคคลออทิสติก; นายนิธิ เนตรรังษี ("พี่นิว")/ อายุ ๒๐ ปี
ผู้ปกครอง; นางนุสรา-นายธีรพงษ์ เนตรรังษี/0894211281

^คุณแม่ได้ใช้พื้นที่บริเวณหน้าบ้านทำเป็นสวนน้ำ มีปลา และพืชน้ำ อาศัยอยู่ร่วมกันตามสมดุลระบบนิเวศและพื้นที่ด้านข้างตัวบ้าน แต่งศาลาพร้อมนำกระถางกล้วยไม้ มาแขวนประดับ  มีต้นไม้ชนิดต่างๆ รวมอยู่ด้วย ช่วยให้บ้านร่มเย็น เป็นที่พักผ่อนของสมาชิกครอบครัว นิวเป็นบุคคลออทิสติก โตเป็นหนุ่มแล้ว  การดูแลจะแตกต่างกว่าเดิมมาก  กิจกรรมที่ทำช่วยให้นิวสงบ  ใจเย็น อ่อนโยนขึ้น  สมาชิกในบ้านได้ผ่อนคลายนิวจะช่วยดูแลรดน้ำบ้าง ดยมีคุณแม่คอยดูแล แล้วให้คำแนะนำอยู่ห่างๆ

อ.เมือง
บุคคลออทิสติก; เด็กชาย กฤษฎิ์ภูมิ ("น้องไม้") อายุ ๑๐ ปี
ผู้ปกครอง; นาง วิรุณทิพย์-นาย ชยพงศ์ ดอกสวย/0815462601
บุคลากรผู้สอน
ช่วยที่บ้าน ; นาง นารี ศรีงามเมือง [คุณยาย]/0897101568
^น้องไม้อยู่ในกลุ่มบุคคลออทิสติกที่ยังไม่มีภาษาพูด-ศักยภาพปานกลาง-ต่ำ ถ้าไม่มีกิจกรรมอะไรทำจะนั่งเฉยๆ และงอแง เมื่อมีกิจกรรมเกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้เข้ามา ทางครอบครัวน้องไม้ทั้งคุณแม่คุณพ่อและคุณยายได้ใช้การรดน้ำต้นไม้หลังกลับจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา ๙ และในวันหยุด ทำให้น้องไม้ไม่งอแง และรู้สึกผ่อนคลายเพราะมีกิจกรรมทำและผู้ปกครองก็มีกิจกรรมสอน ซึ่งทางผู้ปกครองเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาเอากิจกรรมเกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้มาเป็นกิจกรรมบำบัดกลุ่มอาการออทิซึ่มของน้องไม้ได้หลากหลายมิติยิ่งขึ้นๆ ต่อไป

อ.เมือง
บุคคลออทิสติก;เด็กชายธนิก โพธิ์ชัย ("น้องนิก")/ อายุ ๗ ปี
ผู้ปกครอง; นางปิยะนันท์-นายศยาม โพธิ์ชัย / 0862394473_0872305261
^ถอดบทเรียนของครอบครัว "น้องนิก" โดยคุณพ่อ"น้องนิก" คลิก "ที่นี่"
อ,เมือง
บุคคลออทิสติก; เด็กหญิง ทัศวัณฎ์ สันติเมธินีดล  ("น้องออมสิน")/ อายุ ๑๐ ปี
ผู้ปกครอง; นางพิรุณ-นายสุรินทร์  สันติเมธินีดล
/0896309719-0874356220
^น้องออมสินอยู่ในกลุ่มบุคคลออทิสติกที่มีภาษาพูด-ออทิสติกศักยภาพสูง ซึ่งค่อนข้างจะมีสมาธิสั้นจะทำอะไรอยู่ไม่ได้นาน ก็ต้องเคลื่อนไหว คุณพ่อคุณแม่และพี่เอก-พี่ชายของน้องออมสิน(อายุห่างกันประมาณ ๔-๕ ปี)ได้ร่วมด้วยช่วยกันเอากิจกรรมเกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้ มาเป็นกิจกรรมดึงความสนใจให้น้องออมสินมีสมาธิทำกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งให้นานขึ้น ขณะที่สัมพันธภาพในครอบครัวก็ดีขึ้นด้วย บรรยากาศในบริเวณบ้านก็ร่มเย็นขึ้น นอกจากนี้กิจกรรมเกี่ยวกับพืชพันธุ์ไม้ยังกระตุ้นความสนใจในธรรมชาติของน้องออมสินที่กระหายใคร่รู้ที่เห็นต้นไม้เติบโตขึ้น มีดอกมีใบใหม่ กระตุ้นให้น้องออมสินอยากปลูกเพิ่มด้วย
อ.เมือง
บุคคลออทิสติก;เด็กชาย ณัฐวุฒิ ทิทา   ( "น้องต่อ")/ อายุ ๗ ปี
ผู้ปกครอง;
นางศรีนวล-นายพัลลภ ทิทา /0807598731

^น้องต่อเพิ่งได้บ้านใหม่อยู่ได้ประมาณ 2 ปีแล้ว  อยู่ใกล้ ๆ กับบ้านของคุณปู่ คุณย่า ที่มีส่วนสำคัญในการดูแลส่งเสริม กระตุ้นพัฒนาการ คุณแม่ของน้องต่อ ได้ใช้พื้นที่ใกล้ๆ บ้าน จัดแต่งเป็นสวนพืชพันธุ์ไม้ โดยนำรากไม้ใหญ่ที่หาได้ในนา แล้วนำกล้วยไม้ป่ามาติด ส่วนกระถางกล้วยไม้หวายแคระ ฟาแลนด์ นำไปแขวนไว้กับกิ่งไม้บริเวณใกล้ๆ กัน น้องต่อจะช่วยรดน้ำต้นไม้ตอนเย็น หลังกลับจากโรงเรียนแล้ว  มีส่วนร่วม ในกิจกรรมดีมาก พูดคุยเก่ง น้องต่อเป็นหนึ่งในตัวอย่างความเข้มแข็งของครอบครัว  ร่วมกับการจัดการศึกษาที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กในชุมชน  ทำให้น้องต่อ มีพัฒนาการก้าวหน้าในเวลาที่รวดเร็ว โดยอยู่ในโครงการห้องเรียนคู่ขนานบุคคลออทิสติกในโรงเรียนทั่วไปในชุมชนใกล้บ้าน-โรงเรียนบ้านไผ่ประถมศึกษา(ข.ก.๑๐)

อ.บ้านไผ่
๑๐ บุคคลออทิสติก;เด็กหญิงสุทธิดา อิทธิคำ  ("น้องตาล")/ อายุ ๙ ปี
ผู้ปกครอง;
นางบุญเลิศ อาษาภา/0804003925

^ครอบครัวน้องตาลมีสมาชิกในบ้านหลายคน ผู้ดูแลน้องตาลคือ คุณยายและคุณแม่  ส่วนใหญ่จะฝึกให้น้องตาลมีความรับผิดชอบ  ช่วยเหลือตนเองให้ได้มากที่สุด เนื่องจากทุกคนในบ้านจะต้องไปทำงาน  คุณยายทำนา รับจ้าง ทอเสี่อ  และเลี้ยงดูน้องพิน น้องสาวของน้องตาลด้วย  ทุกวัน น้องตาลจะรดน้ำต้นไม้ เนื่องจาก ชอบเล่นน้ำอยู่แล้ว  ต้นไม้ยังอยู่ดี  คุณยายเป็นห่วงน้องตาล ที่ยังพูดไม่ได้ กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ  อีกทั้งหูไม่ค่อยได้ยิน  ต้องการให้มีแหล่งบริการ กระตุ้นพัฬฒนาการใกล้บ้านที่บ้านน้องตาลได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลในเรื่องการซ่อมแซมบ้านพักที่อาศัย และได้รับบริจาคหมูหลุม  น้องตาลได้มีส่วนร่วมดูแลบ้าง

อ.เมือง
๑๑ บุคคลออทิสติก ; เด็กชาย สุรพัศ สุธรรม ( "น้องปอย")/ อายุ ๙ ปี
ผู้ปกครอง;
นางบัวลอย สุธรรม (คุณพ่อเสียแล้ว)/0801882849
^คุยครั้งที่ ๑-๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๒; เลี้ยงลูกคนเดียว คุณพ่อน้องปอยเสียแล้ว น้องปอยพูดเก่ง กล้วยไม้ของโครงการยังอยู่ทุกต้น ชอบมาก
^คุยครั้งที่ ๒-ออกเยี่ยมถึงบ้าน_ปลูกห้อยกล้วยไม้ไว้กับต้นมะขาม

^ครอบครัวน้องปอย นั้นคุณแม่เลี้ยงคนเดียวเพราะคุณพ่อเสียชีวิตไปแล้ว บอกว่าต้นไม้ของโครงการยังอยู่ทุกกระถาง น้องปอยชอบมาก น้องปอยอยู่กับคุณแม่ในบ้านพักที่คุณแม่ทำงานอยู่  มีพื้นที่ด้านข้าง ใช้กิ่งก้านของต้นมะขามเป็นที่แขวนกระถางต้นไม้    น้องปอยมีส่วนร่วมในกิจกรรมดีมา   ช่วยดูแลรดน้ำต้นไม้  ย้ายกระถาง และปลูกพืชอื่นร่วมด้วย  คุณแม่ มีความภาคภูมิใจในตัวน้องปอยมาก ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น  สามารถพูดคุย สนทนาโต้ตอบสื่อสารได้เข้าใจ มีความรับผิดชอบในงานที่ทำได้ดี  เข้าเรียนร่วมกับเพื่อนๆ ได้ [ต้นมะขามนี้น่าจะสามารถบอนไซแล้วตกแต่งเป็นสวนสมดุลระบบนิเวศแบบตั้งพื้นขายเอามาเป็นทุนการศึกษาให้น้องปอยได้]


อ.ชุมแพ
๑๒ บุคคลออทิสติก; เด็กชายพงษ์ภัค ดำรงภคภากร (น้องภัค)/อายุ ๙ ปี
ผู้ปกครอง;
นายปวเรศ ดำรงภคภากร

^คุณย่าเป็นผู้ดูแลในบ้านเป็นส่วนใหญ่  เนื่องจากคุณพ่อติดภารกิจการงาน   การดูแลพืชพันธุ์ไม้คุณย่าจะปลูกพืชสวนครัวไว้บริเวณด้านข้างของตัวบ้าน ได้แก่ พริก  หอม ตะไคร้  บวบ   น้ำเต้า  ส่วนพืชกล้วยไม้จะแขวนไว้กับต้นไม้หน้าบ้าน  คุณพ่อเห็นว่ากิจกรรมโครงการที่ทำเป็นสิ่งที่ดี ที่มนุษย์ควรมีส่วนร่วมในการดูแลธรรมชาติ  สมาชิกในครอบครัวจะช่วยกันดูแล และกระตุ้นให้น้องภัคเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมที่จัดขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ แต่ต้องรู้ทัน เนื่องจากน้องภัคโตขึ้น จะชอบแกล้ง หยอกสมาชิกในบ้านเป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่งที่สมาชิกได้เรียนรู้ร่วมกัน ผ่านกิจกรรม ต่างๆ

อ.เมือง
๑๓ บุคคลออทิสติก; นาย อัมรินทร์ เรืองศรี ("น้องท๊อป")/อายุ ๑๘ ปี
ผู้ปกครอง;
นาง อัมรา-นาย ขุนแผน เรืองศรี /0850064469

^ครอบครัวน้องท๊อป คุณแม่เป็นคนรักต้นไม้อยู่แล้ว  ได้มีการปรั[สถานที่บริเวณด้านหน้า

บ้านทำเป็นสวนปลูกพืชพันธ์ไม้  มีต้นไม้อื่นร่วมด้วย เช่น หางกระรอก  กุหลาบหิน ชวนชม สับปะรดสี  กล้วยไม้ป่า ตระกูลช้าง ช้างกระ ช้างแดง  หวาย  เอื้อง เพชรหึง เป็นต้น ขยายออกเพิ่มมากขึ้น  ช่วงแรกๆ ที่ทำ น้องท๊อป จะมาดูและเด็ดรากต้นไม้ ต่อมาน้องจะชิน  มาดูใกล้ ๆ ให้ความสนใจ คุณแม่มีความสุข  สบายใจที่ได้ดูแลต้นไม้ และคาดหวังว่าจะจัดทำเป็นร้านค้า เนื่องจากอยู่ในทำเลที่เหมาะสม คือ อยู่ระหว่างทาง ขึ้นไปอุทยานแห่งชาติภูเวียง  [ครอบครัวน้องท๊อปนับว่ามีพื้นฐานที่จะพัฒนาเป็นวิชาชีพ-อาชีพหลักได้มากที่สุด]

อ.เวียงเก่า
๑๔ บุคคลออทิสติก; เด็กชายอิทธิ อนุรักษา (น้องแฟรงค์)/อายุ ๑๑ ปี
ผู้ปกครอง;
นางศรีประไพร-นายสาทิตย์ อนุรักษา / 0833595858-0821087399

^ครอบครัวน้องแฟรงค์ ได้จัดทำมุมพืชพันธุ์ไม้ บริเวณด้านข้างของตัวบ้าน  นอกจากพืชที่ได้รับแล้ว  คุณแม่ซื้อต้นไม้มาเพิ่ม  ตกแต่งประดับด้วยเห็ดเล็กๆ  เป็นกิจกรรมยามว่างที่ครอบครัวได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน  น้องแฟรงค์ช่วยรดน้ำต้นไม้ โดยมีคุณแม่คอยดูแลให้คำแนะนำ  หวายแคระออกดอกไปแล้ว  มีเคราฤาษีอยู่ด้วย  ดูแลง่าย เพียงแค่รดน้ำทุกวัน ก็ออกดอกสีสันสวยงาม  มี อาจารย์แดงที่โรงเรียนบ้านทองหลางมาเยี่ยม และเป็นกิจกรรมที่ให้เด็กในโรงเรียนมีส่วนร่วมดูแลต้นไม้ในกระถางด้วย

อ.มัญจาคีรี
๑๕ บุคคลออทิสติก;นายอัมรินทร์ เรืองศรี (เบียร์)/อายุ ๑๘ ปี
ผู้ปกครอง;
นางอัมรา-นายขุนแผน เรืองศรี/0850064469
^ครอบครัวเบียร์นั้น คุณพ่อน้องเบียร์ประสบอุบัติเหตุ ทำงานไม่ได้ ทางภาคีเครือข่ายผู้ปกครองฯ ไปเปิดร้านขายของชำให้ที่บ้านโดยให้ยืมทุนก่อน แล้วทำกล้วยไม้เพิ่ม โดยระหว่างไม่มีผู้มาซื้อของ คุณแม่ของเบียร์จะใช้กิจกรรมเกี่ยวกับต้นไม้ เช่น การรดน้ำต้นไม้ การเข็นรถไปขนน้ำจากบ่อที่วัดใกล้ๆ มารดต้นไม้ เป็นกิจกรรมสอนเบียร์

เบียร์อยู่กับคุณแม่สองคน  มีบ้านคุณตาอยู่ใกล้ๆ บริเวณรอบๆ บ้าน นอกจากปลูกพืชพันธุ์ไม้แล้ว

คุณแม่ได้ตกแต่งหน้าบ้านเปิดเป็นร้านขายของ เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับลูก และทำเล้าเป็ดมีเป็ดอยู่หลายตัวออกไข่ไว้ขาย  ครอบครัวน้องเบียร์ได้รับการสนับสนุนประกอบอาชีพเพิ่มเติม คือ เลี้ยงหมูหลุม ซึ่งเบียร์ได้ตั้งชื่อและจำหมูได้  ส่วนกล้วยไม้จะแขวนประดับไว้ข้าง ๆ บ้าน ค่อนข้างแห้ง เคราฤาษีไม่ค่อยโต ทั้งนี้ เนื่องจากบ้านน้องเบียร์ใช้เป็นน้ำบ่อบาดาล  ไม่ได้ใช้น้ำประปา ทำให้กล้วยไม้ไม่ค่อยสวย  ทางทีมเยี่ยมบ้านได้ร่วมกันคิดช่วยกันแก้ปัญหานี้  ตกลงจัดให้มีถังน้ำไว้สำหรับตักน้ำมาพักรองไว้ก่อน แล้วจึงนำมารดน้ำต้นไม้ทีหลัง  เบียร์โตเป็นหนุ่มแล้ว  มีภาวะชักร่วมด้วย  คุณแม่เป็นห่วง เลยต้องปรับเปลี่ยนอาชีพที่สามารถอยู่ในบ้านทำงานได้ ในขณะเดียวกันได้ดูแลลูกด้วย  อยู่บ้านเบียร์ช่วยดูแลลูกค้าที่เข้าร้าน  ช่วยดูแลต้นไม้เท่าที่จะทำได้ และมีความสุขที่เห็นแม่อยู่ใกล้ๆ

อ. บ้านแฮด

 

๑๖ บุคคลออทิสติก ; เด็กชายโอปอ งามดี(น้องโอปอ)/อายุ ๑๐ ปี
ผู้ปกครอง; 
นางผ่องศรี งามดี

^บ้านของโอปอมีพื้นที่กว้างขวาง  คุณแม่ได้จัดแบ่งพื้นที่บริเวณโดยรอบ ปลูกต้นไม้ไว้หลายชนิดกำลังเจริญเติบโตงอกงาม  เป็นสัดส่วน ให้โอปอ และพี่ชาย ได้พักผ่อน  ส่วนพื้นที่หลังบ้านคุณแม่นำต้นไม้ กล้วยไม้  ไม้มงคลไปปลูกไว้  โอปอมีส่วนร่วมในการดูแล โดยมาชื่นชม และนั่งเล่นใกล้ๆ คุณแม่ได้พยายามให้โอปอเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลต้นไม้  ซึ่งช่วยได้บางครั้ง เช่น รดน้ำต้นไม้ เพื่อปลูกฝังให้โอปอรักธรรมชาติ  โดยพื้นฐานโอปอมีนิสัยอ่อนโยน ไม่ทำร้ายใคร  คุณแม่คาดหวังว่ากิจกรรมปลูกพืชพันธุ์ไม้ จะช่วยให้โอปอได้มีกิจกรรมทำร่วมกันกับคุณพ่อ พี่ชาย และคุณแม่ ให้สามารถมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้

อ.เมือง
       

*ถอดบทเรียนในภาพรวมจากผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน ๑๕-๒๐ ครอบครัว (ที่ติดตามได้)


main menu

RAIN DROP KEEP FALLING ON MY HEAD_B.J Thomas