
|
การถอดบทเรียนจากกิจกรรมของโครงการปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น [1] [A] [จำนวน ๓๐ ครอบครัว ให้เข้าใจหลักการพื้นฐานของการใช้เทคนิคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์ประยุกต์ โดยการใช้เทคนิคการสร้างพฤติกรรมใหม่เจ็ดเทคนิค ในบริบทของการอาชีวะบำบัดโดยกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักการของสมดุลระบบนิเวศ] |
|
ภาพรวมหลักการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นพื้นฐานทางความคิดของการถอดบทเรียน;- @เกี่ยวกับกลุ่มอาการออทิซึ่มและบุคคลออทิสติก *กลุ่มอาการออทิซึ่ม เป็น กลุ่มอากัปกิริยาท่าทางการแสดงออกของบุคคลออทิสติกที่แตกต่างไปจากคนปกติ เนื่องจากกระบวนการประมวลผลข้อมูลข่าวสารและการประสานสัมพันธ์การทำงานของพื้นที่ต่างๆ ในสมองแตกต่างไปจากคนปกติ ยังผลให้การสั่งการของสมองแตกต่างไปจากคนปกติ เนื่องเพราะ โครงสร้างทางกายภาพของประสาทการรับรู้และสมองรวมทั้งสารสื่อประสาทแตกต่างไปจากคนปกติ *กลุ่มอากัปกิริยาท่าทางการแสดงออกของบุคคลออทิสติกที่แตกต่างไปจากคนปกติ เช่น การสบัดมือ เคาะตลอดเวลา กระโดด ไม่นิ่ง ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ่วมือจิกหรือจับอะไรอยู่ตลอดเวลา ไม่พูด ออกเสียงไม่ได้ มองทะลุ ไม่มองหน้า ฯลฯ *ประสาทการรับรู้ เป็น ประตูเปิดรับข้อมูล(สิ่งเร้า)จากสิ่งแวดล้อมรอบตัวภายนอกร่างกายเข้าไปประมวลผลที่สมอง ซึ่งมีหลายระบบ ได้แก่ ประสาทการรับรู้ ที่หู(เสียง-การทรงตัว/ตำแหน่งแห่งหนของร่างกายตนเองในอากาศ), ที่ตา(แส,สี), ที่จมูก(กลิ่น), ที่ลิ้น(รส), ที่ผิวหนัง(สัมผัส-น้ำหนักกดทับ), ที่กล้ามเนื้อ(ทั้งมัดเล็กมัดใหญ่)-กระดูก-เอ็น-ข้อ (การเคลื่อนไหว-น้ำหนักกดทับ) *สมอง เป็น แหล่ง ประสานสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารจากประสาทการรับรู้ต่างๆ โดยสารสื่อประสาท แล้วแปรความหมายหรือประมวลผลแล้วสั่งการให้อวัยวะและหรือองคาพยพของร่างกายตอบสนองหรือตอบโต้ปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอกและเก็บเป็นความจำ [บุคคลออทิสติก มีวงจรประสาทการรับรู้แบบ "ตัวอ่อน" (หรือก็คือ วงจรประสาทการรับรู้แบบสัตว์เลื้อยคลานหรือครึ่งบกครึ่งน้ำ(ลูกอ๊อด?)...ประสาทวิทยา จากการศึกษาของ Magaret Bauman กุมารแพทย์ จากโรงพยาบาล บอสตัน ซิติ พบว่า ออทิสติก จะมีความผิดปกติในสมอง 3 แห่ง คือ limbic system, cerebellum และ cerebellar circuits ปัจจุบัน พบว่า ในพื้นที่ทั้ง 3 แห่ง มีความผิดปกติ ดังนี้ 1) Purkinje cells เหลือน้อยมาก 2) ยังคงเหลือ "วงจร" เซลประสาท ซึ่งจะพบได้แต่ในตัวอ่อนเท่านั้น "วงจร" เซลประสาทที่เหลือนี้ จะเชื่อมต่อกับ ระบบประสาทส่วนกลางทั้งหมด 3) มีเซลประสาทเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในบริเวณ limbic system, hippocampus, amygdala จากการค้นพบนี้ Bauman สรุปว่า ออทิสซึม มีความผิดปกติด้านพัฒนาการของสมอง ตั้งแต่ยังเป็นตัวอ่อน ในระยะ 30 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ ความผิดปกตินี้ ส่งผลให้ limbic system ไม่มีการพัฒนา limbic system เกี่ยวข้องกับ พฤติกรรม การรับรู้ และความจำ เมื่อบริเวณนี้ผิดปกติ จึงมีผลให้ ความสัมพันธ์ทางสังคม ภาษา และการเรียนรู้ ผิดปกติไปด้วย(Bauman, 1991) ]
*บุคคลออทิสติก คือ บุคคลที่มีกลุ่มอาการออทิซึ่ม
โดยกลุ่มอาการออทิซึ่มจะทำให้บุคคลออทิสติกมีความผิดปกติ
๓ ด้าน คือ ด้านพฤติกรรมความสนใจ
ด้านภาษาและการสื่อสาร
และด้านทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
หรือพูดอีกนัยยะหนึ่ง ก็คือ กลุ่มอาการออทิซึ่ม
เป็นปัจจัยเริ่มต้นของความผิดปกติทั้งสามด้านดังกล่าว
พูดให้เป็นรูปธรรม ก็คือ กลุ่มอาการออทิซึ่ม คือ
พฤติกรรมความสนใจที่ผิดปกติ
แล้วพฤติกรรมความสนใจที่ผิดปกตินี้ เป็นปัจจัยขัดขวาง
ไม่ให้บุคคลออทิสติกเกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร
เมื่อพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสารเกิดขึ้นไม่ได้
พฤติกรรมการปฏิสัมพันธ์และการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมก็เป็นไปไม่ได้ ^กิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้ ก็คือ ส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่วิชาชีพนักบำบัดเฉพาะทาง-นักกิจกรรมบำบัด-เรียกว่า กิจกรรมบำบัด เป็นกิจกรรมที่ให้ผู้ทำ ทำเพื่อกระตุ้นหรือฟื้นฟูประสาทการรับรู้ระบบนั้นๆ ซึ่งแต่ละระบบก็จะมีกิจกรรมที่เฉพาะเจาะจง เช่น การฝึกเดินบนยางรถยนต์ที่เอามาเรียงต่อกัน-การฝึกมุดรอดอุโมงค์มืด เป็นกิจกรนรมที่กระต่อประสาทการรับรู้การทรงตัวที่หูชั้นกลาง ฝึกลุกขึ้นนั่งลง-เป็นกิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้ที่ข้อต่อกล้ามเนื้อ(ประสาทการรับรู้การเคลื่อนไหว) เป็นต้น วิทยวิธี/หรือวิธีการ/หรือกระบวนการสอนพฤติกรรม โดยการสอนให้ บุคคลออทิสติกทำ "กิจกรรมที่กระทำต่อประสาทการรับรู้" ซึ่ง บูรณาการเอา การสอนพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้ภาษาและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการปฏิสัมพันธ์และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ทางสังคมเข้าไปด้วยในขณะเดียวกัน ดังกล่าว เรียกว่า เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรม ที่ต้องมีการวิเคราะห์และการปรับใช้ให้พอเหมาะพอสมกับบุคคลออทิสติกแต่ละรายหรือเป็นรายบุคคล เพราะบุคคลออทิสติกแต่ละบุคคลจะมีความต่างระดับกันในกลุ่มอาการออทิซึ่มทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ
*เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรม_เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์_เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมวิเคราะห์ประยุกต์(Teaching Applied Behavior Analysis Techniques)/ต้องเป็นการสอนพฤติกรรมที่ต้องมีการวิเคราะห์และการปรับใช้ โครงสร้างของการสอนพฤติกรรม มีรูปแบบดังนี้ สิ่งเร้า-การตอบสนอง-ผลที่ติดตามมา
*เทคนิคการสร้างพฤติกรรมใหม่
๗ เทคนิค/1.
เทคนิคการแตกงานหรือทักษะที่จะสอนออกเป็นส่วนย่อย (Discrete-Trial
Training / DTT ) หรือ
การวิเคราะห์งาน (Task analysis)_2.
เทคนิคการแนะ (Prompting)
*หลักการพื้นฐานของการใช้เทคนิคการสอนเชิงพฤติกรรมสำหรับบุคคลออทิสติก (ในกิจกรรมทั่วไป) ๑/ต้องเป็นการสอนพฤติกรรมที่มีการวิเคราะห์และการปรับใช้อย่างเฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคล โดยในการสอนพฤติกรรมใหม่แต่ละพฤติกรรมต้องใช้เทคนิคการสร้างพฤติกรรมให้ครบทั้ง ๗ เทคนิค ๒/ในการสอนพฤติกรรมใหม่แต่ละพฤติกรรม ต้องมีการบูรณาการให้เกิดพฤติกรรมการเรียนรู้ทางด้านภาษาและการสื่อสาร ด้วยการออกแบบและเลือกใช้ภาษาพูด ทั้งที่เป็น คำ วลี และประโยค ที่จะใช้ในระหว่างการทำกิจกรรมนั้นๆ ทั้งภาษาทื่เป็นรูปธรรมและภาษาที่เป็นนามธรรม @เกี่ยวกับกิจกรรมบำบัด
*ความหมายของกิจกรรมบำบัด
ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขากิจกรรมบำบัดเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะ
(มาตรา 3) @เกี่ยวกับการอาชีวะบำบัด *หมายถึง การบูรณาการกิจกรรมบำบัดกับการฝึกอาชีพให้เป็นเนื้องานเดียวกัน หรือก็คือการเอากิจกรรมการฝึกอาชีพมาร่วมเป็นกิจกรรมบำบัด ซึ่งในบริบทของบุคคลออทิสติก การฝึกทำกิจกรรมหนึ่งๆ จะทำให้บุคคลออทิสติกได้ทั้งการบำบัดและการฝึกอาชีพไปด้วยในคราวเดียวกัน @เกี่ยวกับกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน *กระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ ประกอบด้วย กิจกรรม ที่กระทำต่อ วัสดุ และ พืชพันธุ์ไม้ ที่ใช้ในการเพาะปลูก ^กิจกรรม ที่กระทำต่อ วัสดุ ^^เช่น การร้อยลวดกระถาง การตักหรือเอามือกอบกาบมะพร้าวสับใส่กระถาง การฉีกกาบมะพร้าวที่ยังไม่ได้สับ ฯลฯ ^กิจกรรม ที่กระทำต่อ พืชพันธุ์ไม้ ^^เช่น การใช้กรรไกรตัดต้นเดฟใบ การใช้มือและนิ้วเด็ดต้นเดฟใบออกเป็นท่อนๆ การใช้มือบิตะเกียง(หน่ออ่อนของกล้วยไม้ตระกูลหวาย) ฯลฯ *พืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน โดยปรกติพืชพันธุ์ไม้ทุกชนิดก็สามารถต้านภัยโลกร้อนได้ด้วยกันทั้งสิ้น แต่ในบริบทของการอาชีวะบำบัดเพื่อพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ จะแบ่งพืชพันธุ์ไม้ออกเป็น ๔ กลุ่ม ^กลุ่มที่ ๑-พืชพันธุ์ไม้ให้ร่มเงา ได้แก่ ไม้พุ่ม ไม้ยืนต้น ไม้เลี้อย เป็นต้น ^กลุ่มที่ ๒-พืชพันธุ์ไม้พยาบาล ได้แก่ เคราฤาษี จอก เป็นต้น ^กลุ่มที่ ๓-พืชพันธุ์ไม้เอื้อระบบนิเวศ ได้แก่ เดฟ เฟิร์น ไม้คลุมดิน เป็นต้น ^กลุ่มที่ ๔-พืชพันธุ์ไม้เป้าหมาย ได้แก่ กล้วยไม้สายพันธุ์ต่าง ๆ เป็นต้น @เกี่ยวกับสมดุลระบบนิเวศและหลักการของสมดุลระบบนิเวศ *สมดุลระบบนิเวศ หมายถึง สรรพสิ่งอันหลากหลายที่อยู่ร่วมกันในบริบทหนึ่งๆ แล้วมีการกระทำต่อกันอย่างได้ดุลภาพทั้งด้านปริมาณและคุณภาพและยังให้ทั้งระบบทุกระบบในบริบทนั้นๆ คลี่คลายขยายตัวและแปรเปลี่ยนทั้งปริมาณและคุณภาพไปสู่ดุลยภาพใหม่ได้เรื่อยๆ *(ดังนั้น) หลักการของสมดุลระบบนิเวศ (จึง) หมายถึง การคัดสรรสรรพสิ่งทั้งในเรื่องปริมาณและคุณภาพให้มาอยู่ร่วมกันในบริบทหนึ่งๆ แล้วให้มีการกระทำต่อกันอย่างได้ดุลภาพที่ยังให้ทั้งระบบทุกระบบในบริบทนั้นๆ คลี่คลายขยายตัวและแปรเปลี่ยนทั้งปริมาณและคุณภาพไปสู่ดุลยภาพใหม่ได้เรื่อยๆ @หลักการพื้นฐานของการอาชีวะบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกในบริบทของวิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ *การอาชีวะบำบัดสำหรับบุคคลออทิสติกในบริบทของวิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ หมายถึง การนำกิจกรรมในกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ มาใช้เป็นกิจกรรม เพื่อการบำบัดกลุ่มอาการออทิซึ่ม ซึ่งจะทำให้บุคคลออทิสติกได้รับทั้งการบำบัดและการฝึกวิชาชีพเกษตรกรรมพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อนตามหลักสมดุลระบบนิเวศ ไปด้วยในขณะเดียวกัน เช่น กิจกรรมการร้อยลวดกระถาง ที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กที่นิ้วมือ ต้องใช้แรงกดของข้อนิ้วมือ ก็จะเป็นการกระตุ้นประสาทการรับรู้เรื่องแรงกดทับแรงดึงแรงดันของข้อต่อของนิ้วมือข้อมือ เป็นต้น
@เกี่ยวกับการถอดบทเรียนจากการทำอาชีวะบำบัดด้วยกิจกรรมในบริบทของกระบวนการผลิตพืชพันธุ์ไม้ ตาม โครงการ ปลูกพืชพันธุ์ไม้ต้านภัยโลกร้อน ตามหลักสมดุลระบบนิเวศเพื่อการอาชีวะบำบัดและปูพื้นฐานการงานการอาชีพสำหรับบุคคลออทิสติกและครอบครัว จังหวัดขอนแก่น : *บทเรียนที่เฉพาะเจาะจงเป็นรายบุคคลที่สมบูรณ์ จำนวน ๑ ครอบครัว ; **นาย รัฐวัฒน์ ตันมณี (พี่ต้น) คลิก "ที่นี่" (เอกสารแนบท้ายเรื่อง "ถอดบทเรียนจากครอบครัวผู้เข้าร่วมโครงการ หมายเลข ๑" ) *ภาพรวมบทเรียนที่ถอดจากผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน ๒๐-๒๕ ครอบครัว คลิก "ที่นี่" [สรุปจากข้อมูลดิบที่ได้การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เป็นรายครอบครัว-รวมทั้งรายชื่อและรายละเอียดของแต่ละครอบครัว ]
|
MAMAS AND PAPAS![]()