ปัจจุบันต้องยอมรับว่า
การนำบุคคลออทิสติกออกไปปรากฏตัวในที่สาธารณะ
มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด
เพราะทั้งเป็นสนามฝึกทักษะทางสังคมและเป็นวิถีการดำรงชีวิตที่เป็นปกติ
แต่เป็นเรื่องที่ต้องการความ "เข้าใจ"
จากผู้คนที่เป็นบุคคลปกติทั่วไปในสังคมอย่างมาก
ไม่เช่นนั้นเกิดลูกหลานออทิสติกและออทิสติกสเปกตรัมของเรา
ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอก "ดูปกติ" ทุกอย่าง แถมยังหน้าตาค่อนข้างดี
ถึงดีมาก หล่อมาก สวยมาก
เกิดไปทำอะไรที่ไม่เหมาะสมก็จะถูกผู้คนที่เป็นบุคคลปกติ "รุมสกรัม"/กลุ้มรุมทำร้ายเอา/เข่นฆ่าเอาเพราะความเข้าใจผิด
เช่น ออทิสติกวัยรุ่นบางคนเขาจมูกไวมากและชอบบางกลิ่น
ไปเดินในห้าง
เดินผ่านวัยรุ่นผู้หญิงที่อาจจะมากับเพื่อนชายหรือคุณพ่อ
แต่เผอิญวัยรุ่นผู้หญิงคนนั้นใส่น้ำหอมหรือมีกลิ่นที่เขาชอบ
เขาก็เลยเข้าไปดม-ดมแก้มซะอย่างนั้น
...อย่างนี้ก็อาจจะถูกเพื่อนชายหรือคุณพ่อของวัยรุ่นผู้หญิงคนเขาชกหน้าเอาได้
หรือออทิสติกวัยรุ่นบางคนเขาชอบม้าลายและลายของม้าลาย
เดินตามหลังผู้หญิงที่ใส่กระโปรงลายม้าลาย
ก็เลยเอามือไปลูบไปจับก้นเขา...จริงๆ
จะลูบลายม้าลาย...อย่างนี้ก็อีกเช่นกัน
ที่อาจจะถูกเขาเอากระเป๋าฟาดหน้าหรือตบหน้าเอาได้ เป็นต้น
ฉะนั้นพวกเราพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กหรือบุคคล "พิเศษ" กลุ่มนี้
จึงต้องตามติดพากันเอาลูกหลานของเราออกสังคม
ออกเที่ยวที่สาธารณะ สอนเขาฝึกเขาให้ควบคุมกิริยาออทิสติกให้ได้ไปด้วย
แล้วขณะเดียวกันก็ทำความเข้าใจกับสังคมไปด้วย
เวลาลูกหลานเราไปทำท่าหรือทำอะไรแปลกๆ ซึ่งเท่าที่ผ่านมา
ก็นับว่าได้รับการตอบสนองในทางที่ดี จากผู้คนในสังคมทั่วไป
ที่จากประสบการณ์ก็รู้สึกได้ว่า สังคมไทยรู้จักออทิสติกมากขึ้น...กว่าแต่ก่อน
แต่ก็ดูจะยังไม่ค่อยเข้าใจกันสักเท่าไรนัก
ซึ่งเราพ่อแม่ผู้ปกครองก็คงยังต้องช่วยกัน อดทนอุตสาหะพยายามให้การศึกษาสังคมกันอย่างขะมักเขม้นต่อไป
เพื่อสร้าง "โลกงดงาม" ให้ลูกหลานทั้งที่เป็นออทิสติกและไม่เป็นของเราต่อไป