ความเป็นมา:
-ปี 2546 และก่อนหน้าปี
พ.ศ.นี้ในกลุ่มผู้ปกครองเริ่มมีการพูดกันถึงว่า
ถ้าพ่อแม่ล้มหายตายจากลูกออทิสติกที่ยังไม่รู้เรื่องดูแลตัวเองไม่ได้จะอยู่อย่างไร?
ก็ว่าน่าจะต้องเป็น "บ้าน" แต่ยังเป็นงงๆกันอยู่ว่าจะเป็น แบบไหนอย่างไร?
จึงจะไม่เป็นเหมือนสถานสงเคราะห์ โรงเรียนดัดสันดานแบบบ้าน "เมตตา"
/บ้านปากเกร็ด/ฯลฯ อยู่ หรือไม่เหมือนกับโรงพยาบาลคนบ้า ของรัฐที่กำลังทำๆ
กันอยู่
ที่เอาคนมานอนรวมกันอัดแน่นอยู่ในโรงหรือเรือนนอนเป็นตับอัดกันแน่นเป็นปลากระป๋อง
เพราะเป็นแบบว่าทั้งประเทศมีอยู่แต่ที่ กทม. เพียงแห่งเดียว หรือตามหัวเมืองใหญ่ๆ
ไม่กี่แห่งแล้วทั่วทุกสารทิศก็ขนเอาไปรวมกันที่นั่นซึ่งตั้งอยู่ไกลหรือห่างไกลชุมชน
จะต้องเป็น "บ้าน" อย่างแน่นอน
และเมื่อดูจากธรรมชาติของบุคคลออทิสติกที่ใสซื่อบริสุทธิ์
ไม่ทันความยอกย้อนของคนที่มีสมองปกติ
และไม่สามารถจะช่วยเหลือตัวเองและตอบโต้สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่ยอกย้อนหรือชั่วช้าได้เลย
ก็จะต้องเป็น "บ้าน" ที่ออกมาในรูปของ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติก"
ที่สามารถจะพิทักษ์ปกป้องคุ้มครองบุคคลออทิสติกจากอันตรายทั้งปวง
ทั้งอันตรายจากคนด้วยกัน และอันตรายจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง
รวมทั้งการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิอันพึงมีพึงได้ทุกอย่างตามกฎหมายด้วย
รวมทั้งกับจะต้องแก้ข้ออ่อนของบ้านสงเคราะห์ที่ภาครัฐทำๆ ที่อยู่ซึ่งห่างไกลชุมชน
ก็จะต้องเป็น "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน"
โดยต้องได้ความคิดรวบยอดของความเป็น "บ้าน"
แบบปกติธรรมดาด้วย ที่ ให้ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ให้ความอบอุ่นทางจิตใจ และมีความเป็นส่วนตัว
แต่จะทำอย่างไรล่ะ?
-ปี 2547 เนื่องจากในช่วงราวๆปี
2546 นั้น ทางเครือข่ายผู้ปกครองฯ กำลังร่วมกับผู้ปกครองฯและองค์กรผู้ปกครองฯ
ทั่วประเทศ เคลื่อนไหวผลักดันทางด้านการศึกษา กับกระทรวงศึกษาธิการเป็นหลัก
ต้องระดมสมองคิดรูปแบบบริหารจัดการทางการศึกษาทั้งในเรื่องการจัดตั้งศูนย์วิจัยฯออทิสติก
ม.ข.และเรื่อง การบริหารจัดการทางการศึกษาในโรงเรียนทั่วไป ด้วยรูปแบบ
"ห้องเรียนคู่ขนานออทิสติก" และ "ห้องเรียนสอนเสริมการศึกษาพิเศษ"
จนเมื่อศูนย์วิจัยฯออทิสติก ม.ข. เป็นรูปเป็นร่างแล้วและได้โครงการนำร่อง
"ห้องเรียนคู่ขนานฯ" ในโรงเรียนเรียนร่วมออทิสติก ๕๐ กว่าโรงเรียนทั่วประเทศ
ปัญหาทิศทางแนวทางทางด้านการศึกษานับว่า ในทางทฤษฎี/ในทางความคิดทะลุปรุโปร่งแล้ว
การพูดคุยถกเถียงกันถึงเรื่อง "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชน"
จึงได้ทวีความเข้มข้นขึ้น มีการเข้าไปเคลื่อนไหวทำความเข้าใจ พูดคุย
ทำประชาพิจารณ์ และทำวิจัยกันกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พ.ม.)
โดยเฉพาะในสมัยที่ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้
จนเครือข่ายผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่น ได้
"โครงการจัดตั้งบ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น"
ที่ยื่นเสนอของบประมาณจากกองทุนยุทศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน จำนวน ๑.๙ ล้าน
โดย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น
ผ่านไปทางสำนักพิทักษ์คนพิการฯ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ซึ่งเป็นงบประมาณ "เบื้องต้น"
เพียง ๑ ปีเพื่อจัดทำระบบบริหารจัดการ และบ่มเพาะบุคลากร/เจ้าหน้าที่
เพื่อการดำเนินการเพื่อวางระบบที่จะต่อเนื่องยั่งยืนต่อไป นั่นหมายถึง
กระทรวงพัฒนาสังคมฯ สมัย นายสรอรรถ กลิ่นประทุม เป็นรัฐมนตรีว่าการ
ได้เริ่มต้นเรื่อง "บ้านพิทักษ์ฯ" อย่างเป็นรูปธรรมเบื้องต้นไว้ให้แล้ว นั่นเอง
-ปี 2548 ในปีนี้
เป็นสมัยวาระที่ ๒ ของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย โดยหัวหน้ารัฐบาลคนเดิม คือ ท่านทักษิณ แต่รัฐมนตรีว่า การกระทรวงพัฒนาสังคมฯ เปลี่ยนคนไป เป็น
นายวัฒนา เมืองสุข ซึ่ง บ้านพิทักษ์ฯ ก็ได้เริ่มดำเนินการ
และอยู่ในระยะที่จะต้อง "ต่อยอด" ให้เป็นการดำเนินงานที่ต่อเนื่องยั่งยืน
นั่นก็คือ การยื่นของบประมาณการก่อสร้างอาคารที่ทำการบ้านพิทักษ์ฯ
ที่ถาวรให้กับเทศบาลนครขอนแก่น จำนวน 35 ล้านบาท และส่งมอบบ้านพิทักษ์ฯ
เข้าเป็นหน่วยงานใหม่ของเทศบาล เพื่อการดำเนินการที่มั่นคงต่อเนื่องต่อไปโดยชุมชน
/องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งในกรณีนี้ก็คือ เทศบาลนครขอนแก่น
และ นี่ก็คือ ภาระงานภารกิจของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ
อันจะพึงมีต่อ "บ้านพิทักษ์บุคคลออทิสติกในชุมชนเมืองเทศบาลนครขอนแก่น"
ความคืบหน้า:
8 ธันวาคม 2548/-
ด้านรูปธรรมในพื้นที่
กำลังอยู่ในระยะพัฒนาระบบการบริหารจัดการและการบ่มเพาะเจ้าหน้า โดย
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น(พมจ.) กระทรวงพัฒนาสังคมฯ (พ.ม.)
รับผิดชอบกำกับดูแลระบบธุรการและการเงิน โดยเป็น "ต้นสังกัด" ของ
บุคลากรเจ้าหน้าที่ของบ้านพิทักษ์ฯ และ ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา ๙
รับผิดชอบดูแลบ่มเพาะบุคลากรเจ้าหน้าที่ของบ้านพิทักษ์ฯ
ในเรื่องการจัดกิจกรรมและหลักสูตร
เพื่อการพัฒนาบุคคลออทิสติกและบุคคลกลุ่มอาการใกล้เคียงซึ่งเป็นสมาชิกของบ้าน
เทศบาลนครขอนแก่น รับผิดชอบเป็น "ต้นเรื่อง" ในการยื่นของบประมาณ 35
ล้านเพื่อการก่อสร้างอาคารที่ทำการบ้านพิทักษ์ฯ ถาวร บนเนื้อที่ ๑ ไร่ ๒ งาน
ของเทศบาลฯ โดยมี "กลุ่มผู้ปกครองบุคคลออทิสติกจังหวัดขอนแก่นเพื่อบ้านพิทักษ์ฯ" และ
"กองทุนรัฐวัฒน์ตันมณีเพื่อสิทธิคนออทิสติก" รับผิดชอบประสานงาน
(..และบางทีก็ประสานงาด้วยแหละนะเพราะคนปกติแม่งงง.......
เห็นแก่ตัวเป็นสันดานตั้งแต่รากหญ้าขึ้นไปจนถึงระดับนโยบายของประเทศ
แม่งงจะคิดและทำกันแต่เรื่องของไอ้พวกคนปกติ...ตรงนี้ OFF
RECORD เด้อ ..อย่าทะลึ่งอ่านเอาไปอ้างอิงกันล่ะ) กับ
ฝ่ายการเมือง/รัฐบาล ในการผลักดันงบประมาณ จำนวน 35 ล้านบาท ดังกล่าว
ด้านนามธรรมในระดับนโยบาย
กำลังผลักดันให้เป็นยุทธศาสตร์ของกระทรวงที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่เกี่ยวกับประชากรกลุ่มนี้
ที่จะต้องมีนโยบายที่จะต้องแบ่งปันงบประมาณลงมาตั้งแต่ระดับรัฐบาลระดับกระทรวงลงมาจนถึงระดับจังหวัด
ที่ว่า
"รัฐบาลอุดหนุนงบประมาณลงทุนคงที่
(ด้านสิ่งปลูกสร้างอาคารสถานที่และวัสดุครุภัณฑ์ที่ราคาแพง)
องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบงบประมาณหมุนเวียนประจำปี
(ด้านค่าตอบแทน/เงินเดือนบุคลากรและงบค่าดำเนินการต่างๆ)
ที่ต่อเนื่อง"
ซึ่ง ณ วันนี้
จะพุ่งเป้าไปที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พ.ม.)
ก่อนเป็นอันดับแรก! โดยได้ยื่นหนังสือร้องขอการเข้าพบเพื่อหารือกับ
นายวัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ คนปัจจุบันไปแล้ว ยังไม่มีคำตอบว่าจะให้เข้าพบ
...
last update
8 ธ.ค. 2548